ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เลือกตั้งสหรัฐอเมริกา 2012 สำคัญไฉน

5 กันยายน 2012
(ปรับปรุง 9 พฤศจิกายน 2012)
ชาญชัย
            ทุกสองปีสหรัฐฯ จะจัดเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.)  เนื่องจาก ส.ส.ของเขามีวาระเพียง 2 ปี และต้องเลือกสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จำนวน 1 ใน 3 ของจำนวน ส.ว. ทั้งหมดเพราะรัฐธรรมนูญกำหนดให้ทยอยเลือกตั้ง ส.ว.
            และทุก 4 ปีจะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีกับรองประธานาธิบดี ชาวอเมริกันจะให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งนี้มากที่สุด ดังเช่นที่กำลังจะเกิดขึ้นในปีนี้ 2012
            และเหมือนทุกครั้งที่นักวิชาการ นักวิเคราะห์ สื่อมวลชนไทยและทั่วโลกจะให้ความสนใจเป็นพิเศษ สังเกตได้จากสื่อต่างๆ ทั่วโลกนำเสนอข่าวการชิงชัยตำแหน่งปธน.สหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง และจะยิ่งเสนอข่าวถี่ยิบเมื่อใกล้วันเลือกตั้ง เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะนโยบายสหรัฐฯ (บางอย่าง) มีผลต่อกระทบกว้างขวางระดับโลกนั่นเอง

ความสำคัญต่อด้านความมั่นคง

            ในปี 2006 ปธน.จอร์จ บุช ตกอยู่ในที่นั่งลำบากเมื่อสงครามในอิรักยืดเยื้อ ทหารสหรัฐฯ บาดเจ็บล้มตายเกือบทุกวัน นับวันคนอเมริกันจะแสดงความไม่พอใจมากขึ้น คะแนนนิยมของบุชลดต่ำลงเรื่อยๆ ทำให้พรรคเดโมแครตคู่แข่งเห็นโอกาสเสนอนโยบายถอนทหารออกจากอิรัก การเลือกตั้งสหรัฐฯ 2008 นายบารัค โอบามาจึงเข้าสู่เส้นชัย
            ปัจจุบัน ไม่เหลือทหารสหรัฐฯ ในอิรักแล้ว ความตึงเครียดอันเกิดจากสหรัฐฯ ทำสงครามกับผู้ก่อการร้ายก็ลดลงไปด้วย และไม่เข้าร่วมการสู้รบใหม่ๆ สาเหตุหนึ่งเกิดจากการที่ปธน.โอบามาไม่เน้นส่งทหารเข้าร่วมรบ เช่น กรณีชาติตะวันตกแทรกแซงลิเบีย กรณีความขัดแย้งในซีเรียที่ดำเนินอยู่ในขณะนี้
            เปรียบเทียบระหว่างสมัยของบุชกับโอบามา ความมั่นคงระหว่างประเทศในปัจจุบันอยู่ในภาวะผ่อนคลายมากกว่า
            หากมองให้ใกล้ตัวยิ่งขึ้น นโยบาย หวนคืนเอเชีย ของปธน.โอบามา ดูจะเป็นเหตุให้เกิดความร้อนแรงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพราะเป็นนโยบายเพิ่มกำลังรบในภูมิภาคแห่งนี้ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นพรรคเดโมแครตหรือรีพับลิกันต่างให้ความสำคัญกับภูมิภาคแห่งนี้อยู่แล้ว ดังนั้นจึงขึ้นกับรายละเอียดของนโยบายมากกว่า แต่เชื่อว่าถ้านายโอบามาได้เป็นปธน.อีกสมัย คงไม่ก่อสงครามในภูมิภาคนี้

ความสำคัญต่อเศรษฐกิจ

            คล้ายกับหลายประเทศ คนอเมริกันให้ความสำคัญกับเรื่องปากท้องมากที่สุด ผู้มีสิทธิมีเสียงจะต้องตัดสินใจว่าผู้สมัครพรรคใดน่าจะช่วยให้ตนมีเศรษฐกิจดีขึ้น มีเงินใช้ มีงานทำ ฯลฯ ยิ่งในภาวะที่เศรษฐกิจโลกกำลังชะลอตัว เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังไม่ฟื้นอย่างแข็งแกร่ง คนว่างงานมีจำนวนมาก ชาวอเมริกันจำนวนไม่น้อยฝากความหวังกับการเลือกตั้งว่าจะมีสิ่งดีใหม่ๆ เกิดขึ้น หรืออย่างน้อยขอให้เศรษฐกิจกระเตื้องขึ้นบ้าง
            นโยบาย การดำเนินนโยบายของปธน. มีผลต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ว่าจะฟื้นหรือแฟบ
            ในยุคโลกาภิวัตน์ ระบบเศรษฐกิจแต่ละประเทศนับวันจะเชื่อมโยงกันมากขึ้น หากเศรษฐกิจสหรัฐฯ อ่อนแอ ย่อมกระทบต่อประเทศต่างๆ ทั่วโลก กระทบต่อการส่งออกของไทย ความเชื่อมั่นในการค้าการลงทุน กระทบต่ออัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ ส่งผลลูกโซ่ตามมาอีกมากมาย แรงงานไทยตกงานมากขึ้น รัฐมีรายได้ลดลงจึงต้องกู้ยืมเงินต่างประเทศมากขึ้น ตลาดหุ้นตก ฯลฯ
            การเลือกตั้งปีนี้ จะมีผลต่อการตัดสินแก้ปัญหาสำคัญของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่กำลังกระเป๋าฉีก มีรายได้ไม่พอรายจ่าย และติดปัญหาไม่สามารถกู้เพิ่มเนื่องจากเต็มเพดานกู้ยืมตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว นักการเมืองสหรัฐฯ กำลังถกเถียงอย่างรุนแรงว่าต้องแก้ด้วยการตัดลดรายจ่ายภาครัฐ หรือเก็บภาษีจากประชาชนมากขึ้น ที่เรียกว่า ‘Fiscal Cliff’
            ไม่ว่าทางออกเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร เชื่อว่าจะส่งผลต่อเศรษฐกิจโลกในปีหน้าอย่างรุนแรง และนักการเมืองสหรัฐฯ หวังใช้การเลือกตั้งรอบนี้ให้ชาวอเมริกันชี้ขาดว่าจะสนับสนุนแนวทางของพรรคใด หรือจะให้ปธน.คนใดเป็นผู้ตัดสินใจ
            นอกจากประเด็นข้างต้น ยังมีอีกหลายประเด็น เช่น การทำแท้งเสรี การอนุญาตให้เกย์แต่งงานอยู่ในความสนใจของหลายคน และจะมีผลกระทบต่อสังคมอื่นๆ รวมทั้งของไทยในที่สุด การเลือกตั้งสหรัฐอเมริกา 2012 จึงควรค่าแก่การติดตาม
-------------------
บรรณานุกรม:

1. The 2012 US Election: What the Rest of the World Thinks. http://www.rusi.org/election2012

2. The World Views of the U.S. Presidential Election. http://www.palgraveconnect.com/pc/polintstud2010/browse/inside/9780230101951.html


ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

America First, America Lonely

โดนัลด์ ทรัมป์ชูแนวคิด America First พร้อมทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ประเทศ แต่หลายนโยบายที่ยึดแนวทางนี้ส่งผลให้สหรัฐโดดเดี่ยวตัวเอง โลกกำลังก้าวสู่ความเป็นพหุภาคีมากขึ้น

หลักนโยบายแม่บทของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) หรือ “หลักนิยมทรัมป์” (Trump’s Doctrine) ตั้งอยู่บนแนวคิด “America First” (อเมริกาต้องมาก่อน) หมายถึงการบริหารประเทศที่ถือผลประโยชน์ของชาติกับพลเมืองเป็นที่ตั้ง แม้จะขัดแย้งประเทศอื่นๆ ละเมิดศีลธรรมคุณธรรม ตั้งอยู่บนหลักความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแบบสัจนิยม (Realism) แบบสุดขั้ว ระบบโลกเหมือนป่าดงดิบที่สัตว์ป่าทั้งหลายต่างดิ้นรนหาทางอยู่รอดโดยไม่คำนึงกฎใดๆ ยึดอธิปไตยชาติเป็นสำคัญ รัฐบาลทุกประเทศมีสิทธิ์และมีความรับผิดชอบต่อพลเมืองของตน เป็นลัทธิอเมริกานิยม (Americanism) ไม่ใช่โลกนิยม (globalism) บทความนี้เขียนขึ้นหลังประธานาธิบดีทรัมป์บริหารประเทศกว่าปีครึ่งแล้ว ความเป็น “อเมริกาต้องมาก่อน” ปรากฏชัดเจนมากขึ้น ในที่นี้จะนำเสนอบางตัวอย่างเพื่อให้เข้าใจหลักการดังกล่าวและปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น ไม่สนกติกาองค์การค้าโลกอีกต่อไป : ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวโจมตีองค์การค้าโลกเมื่อ…

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations
รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…

ติมอร์-เลสเต จะเป็นสมาชิกอาเซียนลำดับที่ 11 หรือไม่

นับจากประเทศกัมพูชาเข้าร่วมสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) เมื่อวันที่ 30 เมษายน ค.ศ. 1999 จนถึงบัดนี้ยังไม่มีประเทศใดเข้าร่วมอาเซียนอีก อาเซียนปัจจุบันจึงคงมีสมาชิกทั้งสิ้น 10 ประเทศ ไม่กี่ปีที่ผ่านมารัฐบาลประเทศติมอร์-เลสเตพยายามขอเข้าร่วมสมาคมอาเซียน เกิดคำถามว่าอาเซียนจะมีสมาชิกใหม่หรือไม่ อะไรเป็นเหตุผลการรับหรือไม่รับเข้าเป็นสมาชิก             เมื่อเอ่ยชื่อประเทศติมอร์-เลสเต (Timor-Leste) น้อยคนนักที่จะรู้จักหรือเคยไปเยือนประเทศนี้เนื่องจากเป็นรัฐเกิดใหม่ บางคนอาจรู้จักในนามติมอร์ตะวันออกจากข่าวการต่อสู้เพื่อเอกราชอย่างยาวนานกับอินโดนีเซีย ก่อนได้รับเอกราชอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ค.ศ. 2002             ติมอร์-เลสเต มีชื่ออย่างเป็นทางการว่าสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต ตั้งอยู่บนเกาะติมอร์ เดิมเป็นส่วนหนึ่งของอินโดนีเซีย เมื่อได้รับเอกราชแล้วอาณาเขตรัฐประกอบด้วยชนหลายกลุ่ม ทั้งพวกที่เคยต่อสู้เพื่อเอกราช พวกที่เดิมอาศัยอยู่ที่เขตเมืองหรือหมู่บ้านภายใต้การปกครองของอินโดนีเซีย และพวกที่ลี้ภัยออกนอกอาณาเขตเนื่องจากความไม่สงบที่ผ่านมา สภาพที่ประชาชนมี…