GS1110 ไทยกับการเกษตร

การเกษตร ไม่ใช่แค่เรื่องของ "เกษตรกร" แต่เป็น "เครื่องยนต์ขับเคลื่อนความอยู่รอดของมนุษยชาติ" ที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ นโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ และความมั่นคงของโลก

การเกษตรคืออะไร

            การเกษตร (Agriculture) ในวิชาโลกศึกษา (Global Studies) ไม่ใช่แค่การปลูกพืชหรือเลี้ยงสัตว์เพื่อเป็นอาหารเท่านั้น แต่เป็นระบบปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม เป็นรากฐานของการสร้าง อารยธรรม สังคม เศรษฐกิจ และการเมืองโลก

            ถ้ามองในกรอบระดับโลก การเกษตรเกี่ยวข้อง 3 เรื่องหลัก ดังนี้

            1. นิยามเชิงปฏิบัติการ คือ การลงมือทำ เช่น ปลูกข้าว เลี้ยงสัตว์

            2. มิติทางประวัติศาสตร์และอารยธรรม การทำเกษตรทำให้มนุษย์อยู่กับที่ สร้างเมืองขึ้นมา และกลายเป็นอารยธรรม

            3. มิติความท้าทายในโลกยุคปัจจุบัน เช่น ถ้าโลกร้อนขึ้นจะส่งผลต่อการเกษตรอย่างไร ส่งผลต่อการใช้ชีวิตอย่างไร

          1. นิยามเชิงปฏิบัติการ (What it is)

            การเกษตร คือ การที่มนุษย์ปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ เพื่อควบคุมและเร่งการผลิตพืชและสัตว์ แยกเป็น 4 ประเภท

            1) การเพาะปลูก เช่น ปลูกข้าว ปลูกผักปลูกพืชชนิดต่างๆ

            คือการจัดการดิน น้ำ และพันธุ์พืช เพื่อผลิตอาหาร หรือประโยชน์อื่นๆ เช่น เป็นยา ทำเครื่องนุ่งห่ม

            2) การปศุสัตว์ เช่น การเลี้ยงวัว เลี้ยงไก่ การเลี้ยงและขยายพันธุ์สัตว์เพื่อได้เนื้อ นม ไข่

            3) การประมงและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ข้อนี้แยกสัตว์น้ำเป็นอีกกลุ่ม เช่น ไปหาปลาในทะเล หรือการเลี้ยงปลาในบ่อ เป็นการล่าหรือจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำในระบบปิดหรือระบบควบคุม

            4) การป่าไม้ (Forestry) เช่น ตัดไม้ในธรรมชาติกับการปลูกป่า การจัดการทรัพยากรป่าไม้เพื่อเนื้อไม้ รักษาระบบนิเวศให้ยั่งยืน

            สังเกตว่าทั้ง 4 ประเภทคือการที่มนุษย์เข้าไปจัดการทรัพยากร เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ต้องการ อาจเป็นอาหารจากพืช สัตว์ หรือผลิตภัณฑ์จากต้นไม้

(คลิป การเกษตรคืออะไร) 

            2. มิติทางประวัติศาสตร์และอารยธรรม

            มนุษย์ต้องกินอาหาร ตั้งแต่โบราณมนุษย์เกี่ยวข้องกับอาหารมาตลอด

            แต่เดิมมนุษย์ใช้ชีวิตด้วยการล่าสัตว์ หาของป่า จึงเดินทางไปที่ต่างๆ แต่เมื่อมีความรู้ด้านการเกษตร จึงเน้นอยู่กับที่ดินทำกิน ไม่เดินทางไปไหนอีก มนุษย์เปลี่ยนจากเดินทางล่าสัตว์และเก็บของป่า มาเป็นการปักหลักสร้างชุมชนถาวร ทำการเกษตร

            การทำเกษตรที่ได้อาหารจำนวนมาก เกิดผลผลิตส่วนเกิน (Surplus Food) คือมีอาหารจากการทำไร่ทำนามากกว่าที่ต้องบริโภคในแต่ละวัน มนุษย์จึงไม่จำเป็นต้องหาอาหารทุกคน (ไม่ต้องทำเกษตรทุกคน) เกิดการแบ่งงานกันทำ (Division of Labor) เช่น บางคนทำเกษตร แต่บางคนช่างฝีมือ เช่น ช่างทอผ้า ช่างทำรองเท้า บางคนเป็นนักรบ และเจ้าเมืองหรือผู้ปกครอง

            นอกจากการแบ่งงานกันทำ ผลผลิตส่วนเกินนำไปสู่การบริหารจัดการเมือง มีการจัดเก็บภาษี (ภาษีคือการที่ผู้ปกครองหรือเจ้าเมืองเก็บเงินจากประชาชนเพื่อบริหารบ้านเมือง) คนมีเวลานั่งคิดและพัฒนาตัวอักษรเพื่อบันทึกบัญชี เมื่อมีอาหารมาก คนก็มากขึ้น เมืองจึงใหญ่ขึ้น และพัฒนาเป็นอาณาจักรยุคแรกเริ่ม (เช่น อาณาจักรในอารยธรรมเมโสโปเตเมีย อียิปต์)

(คลิป มิติทางประวัติศาสตร์และอารยธรรม)

            3. มิติความท้าทายในโลกยุคปัจจุบัน

            ถ้ามองในแง่การเมืองโลกปัจจุบัน การเกษตรคือศูนย์กลางของประเด็นภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลก ดังนี้

            1) ความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) คนทั้งโลกต้องมีกินอย่างพอเพียง เป็นอาหารที่ปลอดภัยและมีคุณค่าทางอาหาร

            ทุกประเทศต้องสนใจว่ามีอาหารเพียงพอต่อคนในประเทศหรือไม่ ทุกครอบครัวให้สำคัญต่อเรื่องอาหารการกิน ที่ไม่ใช่แค่พอกินเท่านั้น แต่ต้องดีต่อสุขภาพด้วย

            2) ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

            การที่ต่างชาติซื้อข้าวไทยไม่ใช่เพราะข้าวไทยคุณภาพดี กินอร่อย ราคาเหมาะสมเท่านั้น ยังต้องดูว่ามีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ดีต่อกันหรือไม่ บางประเทศสามารถนำเข้าข้าวจากหลายประเทศ แต่ที่เลือกซื้อข้าวไทยจำนวนมากเพราะมีความสัมพันธ์ดีต่อกัน

            3) ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

            การเกษตรเป็นทั้งสาเหตุและผู้รับผลกระทบจากสภาวะภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง (Climate Change) การใช้ประโยชน์จากที่ดิน ความสิ้นเปลืองน้ำ และความเสื่อมโทรมของหน้าดิน

            ปัจจุบันนานาชาติให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม มีการเก็บภาษีสิ่งแวดล้อม โดยที่ "ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย" เช่น ภาษีคาร์บอน (Carbon Tax)

            การปลูกข้าวแบบดั้งเดิมสร้างมลพิษ ปล่อยก๊าซเรือนกระจก (ก๊าซมีเทน) เร่งภาวะโลกร้อน ในอนาคตต่างชาติอาจะเก็บภาษีข้าวไทยในเรื่องนี้ ทำให้ข้าวไทยแพงกว่าข้าวประเทศอื่น ประเทศไทยจึงต้องปรับตัวปลูกข้าวแบบใหม่ที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ทำนาแบบเปียกสลับแห้ง (Alternate Wetting and Drying)

            โลกทำเกษตรมานานนับพันๆ ปีมาแล้ว ไทยปลูกข้าวมานานแล้วเช่นกัน แต่ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการตามยุคสมัย ในอนาคตการเกษตรจะใช้เทคโนโลยีมากขึ้น ต้องดูแลสิ่งแวดล้อม การซื้อขายขึ้นกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้วย

(คลิป มิติทางประวัติศาสตร์และอารยธรรม)

สรุปมุมมองแบบโลกศึกษา:              

            ตามมุมมองแบบโลกศึกษา (Global Studies) การเกษตร ไม่ใช่แค่เรื่องของ "เกษตรกร" แต่เป็น "เครื่องยนต์ขับเคลื่อนความอยู่รอดของมนุษยชาติ" ที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ นโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ และความมั่นคงของโลกเข้าด้วยกันอย่างแยกไม่ออก

-------------------

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น