ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เกาะติดประเด็นร้อน “ความขัดแย้งในประเทศซีเรีย” (9)

28 สิงหาคม 2013
ชาญชัย คุ้มปัญญา

สรุปสถานการณ์: (อัพเดท 28 ส.ค. 9.30 น.)
            ประธานาธิบดีโอบามากำลังพิจารณาโจมตีซีเรียแบบจำกัดขอบเขตและจำกัดระยะเวลา เพื่อลงโทษที่รัฐบาลซีเรียใช้อาวุธเคมี การโจมตีอาจกินเวลาไม่เกินสองวัน โดยใช้จรวดร่อนทั้งจากเรือรบและจากเครื่องบินทิ้งระเบิด โจมตีที่ตั้งทางทหารซึ่งอาจไม่เกี่ยวข้องกับคลังเก็บอาวุธเคมี
            นายจอห์น เคอร์รี รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศเห็นว่าจากหลักฐานเท่าที่มี ไม่จำต้องรอการพิสูจน์ใดๆ อีก

คืบหน้าล่าสุด: (อัพเดท 28 ส.ค. 17.30 น.)
            นายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีอังกฤษกล่าวว่าการโจมตีจะต้องทำอย่างเจาะจงเป้าหมาย และไม่เป็นเหตุชักนำให้ประเทศเข้าสู่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่มากที่เป็นอยู่ “นี่ไม่ใช่การเข้าไปเกี่ยวข้องกับสงครามในตะวันออกกลาง หรือเปลี่ยนแปลงจุดยืนของเราต่อซีเรีย หรือถลำลึกสู่ความขัดแย้ง” “ต้นเหตุจากอาวุธเคมี การใช้อาวุธเคมีนั้นไม่ถูกต้องและโลกไม่ควรยืนดูเฉยๆ”
            นาย Nick Clegg รองนายกรัฐมนตรีอังกฤษกล่าวว่า “ถ้าเรานิ่งเฉยเท่ากับว่าได้วางบรรทัดฐานให้จอมเผด็จการหรือผู้ปกครองที่โหดร้ายรู้สึกว่าพวกเขาสามารถใช้อาวุธเคมีอย่างสบายใจ” ทั้งยังกล่าวว่า การโจมตีครั้งนี้ “ไม่ใช่เพื่อเปลี่ยนแปลงหรือล้มรัฐบาลอัสซาด หรือพยายามยุติสงครามกลางเมืองในซีเรียในทางใดทางหนึ่ง” การยุติความขัดแย้งในซีเรีย “จะต้องใช้วีทางการเมือง” รัฐบาลอังกฤษไม่คิดเปิดศึกสงคราม “ด้วยทหารราบอย่างที่เห็นในอิรัก”

            ขณะนี้รัฐบาลโอบามาอยู่กำลังพิจารณาแผนการรบ แนวทางหนึ่งคือ “การโจมตีแบบห่างๆ” ด้านพลเอก Martin Dempsey ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเคยกล่าวว่า “เป้าหมายที่มีความเป็นไปได้คือระบบป้องกันภัยทางอากาศ ขีปนาวุธพื้นสู่อากาศ ขีปนาวุธพื้นสู่พื้น กองเรือรบ อาคารที่ตั้งที่สนับสนุนกองทัพ และกองบัญชาการ” ด้วยการโจมตีทางอากาศและจรวดต่อเป้าหมายหลายร้อยจุดขึ้นกับว่าจะเลือกที่ใด

            Prince Saud Al-Faisal ในฐานะรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศซาอุดิอาระเบียเรียกร้องให้นานาชาติจัดการรัฐบาลอัสซาดอย่าง “เฉียบขาด จริงจัง” เนื่องจากเหตุการใช้อาวุธเคมีต่อพลเรือน เห็นว่าระบอบอัสซาดสูญเสียความเป็นเอกลักษณ์ของอาหรับ และไม่เป็นของประเทศซีเรียอีกต่อไป
            สันนิบาตอาหรับออกแถลงการณ์ว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังการโจมตีด้วยอาวุธเคมีในซีเรียควรได้รับการลงโทษตามหลักกฎหมายสากล เรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงแสดงบทบาท รัฐบาลซีเรียต้องรับผิดชอบ

            ด้านนาย Walid Muallem รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศซีเรีย ประกาศกร้าวว่า “เรามีทางเลือกสองทาง คือ ยอมแพ้หรือป้องกันตนเองด้วยทุกวิถีทาง...ทางเลือกที่สองคือทางเลือกที่ดีที่สุด เราจะทำการปกป้องตนเอง” พร้อมกับเตือนว่าการโจมตีจะเป็นประโยชน์ต่ออิสราเอลกับอัลกออิดะห์เท่านั้น
            รัสเซียได้อพยพคนของตนออกจากประเทศซีเรียแล้ว กระทรวงสถานการณ์ฉุกเฉินรัสเซีย (Russian Emergency Situations Ministry) ประกาศว่าได้อพยพ 89 คนออกจากซีเรีย
            นาย Sergey Lavrov รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียกล่าวว่า การแทรกแซงทางทหาร “จะทำให้ประเทศซีเรียและภูมิภาคไร้เสถียรภาพยาวนานขึ้น”

วิเคราะห์: (อัพเดท 28 ส.ค. 17.30 น.)
            เกาะติดประเด็นร้อนฉบับนี้จะมุ่งอธิบาย จำลองภาพการรบที่อาจจะเกิดขึ้น และรายงานผลกระทบต่อตลาดเงินตลาดทุน
            ยุทธการจำลอง:
            1.แผนการรบขึ้นกับวัตถุประสงค์หลัก: วัตถุประสงค์หลักคือเพื่อลดทอนอำนาจทางทหารของรัฐบาลอัสซาด
            เมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา พลเอก Martin Dempsey ผู้บัญชาการทหารสูงสุดสหรัฐฯ เสนอแนวทางช่วยเหลือฝ่ายต่อต้าน 5 แนวทาง เพื่อให้ฝ่ายบริหารประกอบการตัดสินใจ หนึ่งในแนวทางนั้นคือ โจมตีเป้าหมายสำคัญ โดยสหรัฐฯ จะโจมตีเป้าหมายทางทหารที่สำคัญ เช่น ระบบต่อต้านอากาศยาน ขีปนาวุธต่างๆ รวมทั้งกองกำลังนาวีซีเรีย ศูนย์บัญชาการ แนวทางนี้ต้องอาศัยเครื่องบินรบหลายร้อยลำ เรือรบ เรือดำน้ำ และอื่นๆ ใช้งบประมาณหลายพันล้านดอลลาร์ และอาจทำให้ชาวบ้านส่วนหนึ่งต้องเสียชีวิต

            2.เป้าหมายตามวัตถุประสงค์: เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์หลัก เป้าหมายที่น่าจะเป็นไปได้คือ
            2.1 ศูนย์บัญชาการใหญ่ ศูนย์บัญชาการที่สำคัญ
            ศูนย์บัญชาการเป็นหัวใจของการศึก เป็นเป้าหมายสำคัญลำดับแรก
            2.2 ระบบการสื่อสาร
            หากทำลายระบบการสื่อสาร เท่ากับการทำลายระบบการรับรู้ รับฟังต่างๆ กองทัพอัสซาดจะเปรียบเหมือนคนตาบอด หน่วยทหารต่างๆ ยากจะติดต่อประสานงานกัน
            2.3 สนามบิน ระบบต่อต้านอากาศยาน
            เพื่อป้องกันการโจมตีกลับ ป้องกันเครื่องบินของตนที่ส่งไปโจมตี
            2.4 คลังอาวุธ
            เพื่อทำลายอาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพอัสซาด
            2.5 ฐานทัพที่สำคัญๆ ที่ตั้งกองทหารต่างๆ
            เพื่อบั่นทอนกำลังรบให้มากที่สุด

            3.ยุทธวิธีหลัก: จากคำแถลงของประธานาธิบดีโอบามา นายกรัฐมนตรีคาเมรอน ยุทธวิธีหลักคือใช้การโจมตีจากระยะไกล ไม่ส่งทหารราบเข้าร่วมสมรภูมิ ดังนั้น คาดว่าคือการโจมตีด้วยขีปนาวุธ ด้วยการทิ้งระเบิด
            4.อาวุธยุทโธปกรณ์ที่จำเป็น:
            4.1 ขีปนาวุธโทมาฮอว์ก
            เป็นอาวุธที่ได้รับการกล่าวถึงมากที่สุด เนื่องจากเคยใช้ในหลายยุทธการสำคัญๆ โดยเฉพาะในสงครามอ่าวเปอร์เซีย เหมาะสำหรับภารกิจทำลายเป้าหมายสำคัญลำดับแรก ขีปนาวุธนี้สามารถบินหลบเลี่ยงสิ่งกีดขวาง บินต่ำหลบการตรวจจับจากเรดาร์ ช่วยให้ไม่ต้องนำชีวิตทหารเข้าเสี่ยง เนื่องจากมีพิสัยไกลเป็นพันกิโลเมตร
            ขีปนาวุธโทมาฮอว์ก มีหลายรุ่น สามารถยิงจากเรือรบ เรือดำน้ำ เครื่องบินทิ้งระเบิด สามารถติดหัวรบหลากหลายชนิด รวมทั้งหัวรบนิวเคลียร์
            4.2 คาดว่าสหรัฐฯ ได้แอบส่งเรือดำน้ำที่สามารถปล่อยขีปนาวุธโทมาฮอว์กไปประจำการในตำแหน่งพร้อมยิงแล้ว

            5. การทดสอบอาวุธใหม่ๆ
            จากประวัติการรบครั้งสำคัญๆ ในอดีต กองทัพอเมริกันมักใช้ยุทธการจริงในการใช้/ทดสอบอาวุธใหม่ๆ
            6.การสนับสนุนจากมิตรประเทศ
            จากการรายงานของสำนักข่าวต่างประเทศ อังกฤษกับฝรั่งเศสจะมีส่วนร่วมในยุทธการครั้งนี้ด้วย มีข่าวว่าได้ส่งเรือดำน้ำชั้น Trafalgar ที่สามารถยิงขีปนาวุธโทมาฮอว์ก

            7.ระยะเวลาโจมตี
            สื่อบางฉบับรายงานแหล่งข่าวว่าการโจมตีจะกินเวลาสองวัน ข้อวิพากษ์คือแม้มีการระบุชัดว่าเป็นการโจมตีอย่างจำกัด แต่การบรรลุเป้าหมายมีความสำคัญกว่า ดังนั้น อาจกินเวลาสองวันหรือมากกว่า และอาจโจมตีหลายระลอก เช่น โจมตีสองวันแล้วหยุด จากนั้นอีกสองสามวันเกิดการโจมตีระลอกใหม่ จึงขึ้นกับการประเมินความสำเร็จ รวมทั้งปัจจัยอื่นๆ เช่น การตอบโต้จากซีเรีย การตอบโต้จากประเทศอื่นๆ สถานการณ์ภายในภูมิภาค รวมถึงการเมืองภายในประเทศของแต่ละประเทศด้วย

            อนึ่ง สิ่งที่เสนอเป็นเพียงยุทธการจำลองเท่านั้น เพื่อช่วยให้ผู้อ่านเห็นภาพการรบที่จะเกิดขึ้น แน่นอนว่าไม่ถูกต้องทั้งหมด และมีรายละเอียดอีกมากที่ต้องกล่าวถึงในโอกาสต่อไป

            ผลกระทบต่อตลาดทุน:
            (ข้อมูลส่วนนี้จะปรับตามเวลา เพื่อแสดงสถานะล่าสุด)
            ตลาดหุ้นทั้งสามตลาดใหญ่ เอเชีย ยุโรป สหรัฐฯ ได้รับผลกระทบโดยถ้วนหน้า จากความกังวลว่าสหรัฐฯ จะโจมตีซีเรีย หลังจากที่รัฐบาลโอบามาเห็นว่ารัฐบาลซีเรียต้องรับผิดชอบเรื่องการใช้การอาวุธเคมี
            ตลาดหุ้นเอเชียกับยุโรปวันนี้ (28 ส.ค.) ร่วงต่อทั้งตลาดต่อเป็นวันที่สอง
            ราคาน้ำมันดิบ WTI ในตลาดซื้อขายล่วงหน้า NYMEX ปรับสูงสุดในรอบสองปีหรือตั้งแต่พฤษภาคม 2011 ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (บางช่วงขึ้นถึง 112)
            นาย Stephen Schork ประธานบริษัท Schork Group Inc ชี้ว่าสถานการณ์ที่น่ากลัวมากสุดคือ การโจมตีซีเรียขยายวงกลายเป็นการต่อสู้กับผู้สนับสนุนรัฐบาลอัสซาด
            คุณ Michael Wittner หัวหน้านักวิจัยของ Societe Generale ประเมินว่าราคาน้ำมันดิบเบรนท์อาจแตะ 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลถ้าการโจมตีบานปลายกระทบทั่วทั้งภูมิภาคกระทบต่ออุปทานน้ำมัน

            นาย Matthew Sherwood หัวหน้านักวิจัยด้านการลงทุนของ Perpetual Investments ประเทศออสเตรเลีย อธิบายว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางมีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น ผนวกกับความไม่แน่นอนในนโยบายทางการเงินของอเมริกา เป็นสองปัจจัยหลักที่กระทบตลาดในขณะนี้ คาดว่า “ตลาดน่าจะลงต่อ”
            นาย Tim Hoyle ผู้อำนวยการศูนย์วิจัย Radnor, Pennsylvania-based Haverford Investments ชี้ว่า ในระยะสั้น ความผันผวน ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลลบต่อตลาด โดยเฉพาะตลาดน้ำมันกับตลาดหลักทรัพย์ นักลงทุนใช้วิธีโยกย้ายเงินมาซื้อขายน้ำมันแทน
            นาย Trevor Houser จาก Rhodium Group ไม่คาดว่าน้ำมันดิบเบรนท์จะขึ้นทะลุ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลหากเกิดการโจมตี ในช่วงที่เกิดการโจมตีตลาดอาจรอดูผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงๆ ก่อนเพื่อตัดสินใจว่าราคาควรขยับขึ้นลงอย่างไร สองสามปีที่ผ่านมาสหรัฐฯ ผลิตน้ำมันดิบได้ถึง 2.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน เป็นตัวช่วยป้องกันไม่ให้ตลาดตึงตัวมากอย่างที่เคยเป็นในอดีต

            การวิเคราะห์ผลยุทธการต่อตลาดทุน ราคาน้ำมัน ควรแบ่งออกเป็น 3 ช่วงคือ ช่วงก่อนโจมตี ช่วงระหว่างโจมตี และช่วงหลังโจมตี
            1)ช่วงก่อนโจมตี
            เป็นช่วงที่กระแสข่าวการเตรียมโจมตีโหมกระพือ เป็นสถานการณ์ ณ ปัจจุบันนี้
            นักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่าเป็นช่วงที่นักลงทุนจากเคลื่อนย้ายเงินทุนสู่การลงทุนในน้ำมัน หรือธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
            คาดว่าจะอยู่ในสภาวะเช่นนี้อีกจนถึงสัปดาห์หน้า รอดูสัญญาณการเริ่มโจมตีจากสหรัฐฯ

            2)ช่วงระหว่างโจมตี
            คาดว่าจะเป็นช่วงเวลาที่ราคาผันผวนมากที่สุด ขึ้นกับสถานการณ์วันต่อวัน ขึ้นกับการตีความของแต่ละคนว่าเห็นว่าสถานการณ์กำลังสู่ทิศทางที่ดีขึ้นหรือแย่ลง
            มีความเป็นไปได้ทั้งการโจมตีอาจสิ้นสุดภายในสองวัน หรืออาจยืดยาวกว่านั้น อาจมีการโจมตีหลายระลอก (ดังที่อธิบายในส่วนยุทธการจำลอง) การจะสรุปว่าการโจมตีสิ้นสุดจึงต้องดูที่การประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลอเมริกันเป็นหลัก

            3)ช่วงหลังโจมตี
            เกิดขึ้นเมื่อรัฐบาลโอบามาประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่าภารกิจเสร็จสิ้น บรรลุเป้าหมาย จะต้องทำการสำรวจความเสียหาย ผลกระทบที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจมีเฉพาะต่อประเทศซีเรีย หรืออาจขยายวงสู่ประเทศอื่นๆ ด้วย
            หากผลกระทบจำกัดเพียงภายในประเทศซีเรีย และไม่ผลต่ออุปสงค์อุปทานน้ำมัน เชื่อว่าราคาน้ำมันจะกลับสู่ดุลยภาพในเวลาไม่ช้า
            อนึ่ง การวิเคราะห์นี้มุ่งอธิบายสถานการณ์ความขัดแย้งในซีเรีย ยังมีอีกหลายปัจจัยที่จะส่งผลต่อตลาดเงินตลาดทุน

            สรุปแล้ว ณ ขณะนี้สำนักข่าวทั่วโลกเฝ้าจับตาความคืบหน้าจากรัฐบาลสหรัฐฯ อังกฤษ ฝรั่งเศส ว่าได้เตรียมการโจมตีถึงขั้นใดแล้ว เพื่อประเมินว่าการรบจะเป็นอย่างไร ส่วนตลาดทุนในช่วงนี้ได้รับข่าวร้ายจากสถานการณ์ดังกล่าว
            ต้องติดตามสถานการณ์โดยใกล้ชิด
----------------------

บทวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้อง:
(อัพเดท 23 ส.ค. 20.50 น.) ข่าวการใช้อาวุธเคมีล่าสุดในซีเรีย มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน ทำให้หลายประเทศเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่สหประชาชาติเข้าตรวจสอบ ในขณะที่ประธานาธิบดีโอบามากล่าวอย่างชัดเจนว่าสหรัฐฯ จะไม่แทรกแซงซีเรียด้วยกำลังทหาร
(อัพเดท 26 ส.ค. 6.30 น.) สถานการณ์ซีเรียร้อนแรงต่อเนื่อง รัฐบาลอเมริกา อังกฤษและฝรั่งเศสปักใจเชื่อว่ารัฐบาลซีเรียคือผู้ใช้อาวุธเคมี สามมหาอำนาจกำลังหาร่วมให้นานาชาติร่วมมือกันแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น เรือรบสหรัฐฯ ได้รับคำสั่งให้เตรียมพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ ล่าสุดเจ้าหน้าที่สหประชาชาติจะเข้าตรวจสอบอาวุธเคมีในวันจันทร์นี้ ภายหลังที่รัฐบาลซีเรียยอมเข้าตรวจสอบจุดต้องสงสัย ในขณะที่บางคนเชื่อว่าสถานการณ์มาถึงจุดที่สายเกินแก้แล้ว
ราวหนึ่งปีหลังจากที่กล่าวหากันไปมาในที่สุดสหประชาชาติส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบเรื่องการใช้อาวุธเคมีในซีเรีย แต่ต้องเข้าใจว่าเป้าหมายของการตรวจสอบคือเพื่อพิสูจน์ว่ามีการใช้หรือไม่เท่านั้น ไม่ครอบคลุมถึงเรื่องใครหรือฝ่ายใดเป็นผู้ใช้ ที่ผ่านมาอังกฤษกับฝรั่งเศสแสดงท่าทีขึงขังเรียกร้องการแทรกแซงทางการทหาร แต่นั่นหมายถึงต้องมีสหรัฐฯ เป็นหัวเรือใหญ่ที่ลังเลใจเรื่อยมา
(อัพเดท 27 ส.ค. 20.00 น.) นานาชาติพุ่งเป้าให้ความสำคัญกับการใช้อาวุธเคมีที่ชานกรุงดามัสกัส เจ้าหน้าที่สหประชาชาติกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่สหรัฐฯ อังกฤษ ฝรั่งเศสเชื่อว่าเป็นฝีมือของรัฐบาลอัสซาด และกำลังพิจารณาใช้กำลังทหารในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง


บรรณานุกรม:
1. Cameron and Clegg pave the way for UK role in Syria strike, The Guardian, 27 August 2013, http://www.theguardian.com/politics/2013/aug/27/cameron-clegg-uk-role-syria-strike
2. After Syria chemical allegations, Obama considering limited military strike, The Washington Post, 27 August 2013, http://www.washingtonpost.com/world/national-security/kerry-obama-determined-to-hold-syria-accountable-for-using-chemical-weapons/2013/08/26/599450c2-0e70-11e3-8cdd-bcdc09410972_story.html
3. Syria crisis: Western military options, BBC, 27 August 2013, http://www.bbc.co.uk/news/world-us-canada-23849386
4. Asian Stocks Drop While Oil Climbs on Syria; Aussie Slips, Bloomberg, 28 August 2013, http://www.bloomberg.com/news/2013-08-27/asian-futures-slump-as-u-s-stocks-slide-syria-fuels-oil.html
5. Oil prices seen higher but shock not yet in the cards, CNBC, 27 August 2013, http://www.cnbc.com/id/100991763
6. “Brent may hit $150 if Syria impacts Iraq, SocGen warns”, CNBC, 28 August 2013, http://www.cnbc.com/id/100992467
7. “Oil Gains on Syria as Lira, Rupee Drop; U.S. Futures Rise”, Bloomberg, 28 August 2013, http://www.bloomberg.com/news/2013-08-27/asian-futures-slump-as-u-s-stocks-slide-syria-fuels-oil.html
8. Russia evacuates citizens from Syria, Houston Chronicle/AP, 28 August 2013, http://www.chron.com/news/world/article/Russia-evacuates-citizens-from-Syria-4766712.php
9. KSA, Arab League seek decisive world stand on Syria, Arab News, 28 August 2013, http://www.arabnews.com/news/462760

----------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553
ชาญชัย คุ้มปัญญา
“อุดมการณ์เสรีนิยม”
·เกริ่นนำ oเสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเ…

รูปแบบการปกครอง (1) รูปบการปกครองแบบกรีก

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553 ชาญชัย  รูปแบบการปกครอง การจะบอกว่ามีกี่รูปแบบการปกครอง (Forms of Government) และแต่ละรูปแบบเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ที่ใช้ในการจัด ซึ่งพอจะมีวิธีแบ่งได้หลายแบบ เช่น เกณฑ์จำนวนผู้มีอำนาจปกครอง เกณฑ์สิทธิเสรีภาพของประชาชน เป็นต้น
“รูปแบบการปกครองที่ใช้เกณฑ์จำนวนผู้ปกครองและเป้าหมายของการปกครอง”             รูปแบบนี้นักวิชาการบางท่านเรียกว่า รูปแบบการปกครองแบบกรีก (Greek Typology of Governments) โดยแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก คือ รูปแบบที่รัฐบาลมีเหตุผลและดำรงอยู่เพื่อความดีงามของรัฐ (polis) กับรูปแบบตรงกันข้ามที่รัฐบาลไม่มีเหตุผลและดำรงอยู่เพื่อผลประโยชน์ของผู้ปกครองเท่านั้น ในแต่ละรูปแบบหลักแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบย่อยตามจำนวนผู้ปกครอง คือ 1 คน (one) จำนวนเล็กน้อย (few) และ หลายคน (many)
Government Pure Form Impure Form คนเดียว (of One) ราชาธิปไตย (Monarchy) ทรราชย์ (Tyranny) จำนวนน้อย (of the Few) อภิชนาธิปไตย (Aristocracy) คณาธิปไตย (Oligarchy) จำนวนมาก (of the Many) มัชฌิมวิถีอธิปไตย (Polity) ประชาธิปไตย (Democracy)
รูปแบ…