ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เกาะติดประเด็นร้อน “ความขัดแย้งในประเทศซีเรีย” (9)

สรุปสถานการณ์: (อัพเดท 28 ส.ค. 9.30 น.) ประธานาธิบดีโอบามากำลังพิจารณาโจมตีซีเรียแบบจำกัดขอบเขตและจำกัดระยะเวลา เพื่อลงโทษที่รัฐบาลซีเรียใช้อาวุธเคมี การโจมตีอาจกินเวลาไม่เกินสองวัน โดยใช้จรวดร่อนทั้งจากเรือรบและจากเครื่องบินทิ้งระเบิด โจมตีที่ตั้งทางทหารซึ่งอาจไม่เกี่ยวข้องกับคลังเก็บอาวุธเคมี
            นายจอห์น เคอร์รี รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศเห็นว่าจากหลักฐานเท่าที่มี ไม่จำต้องรอการพิสูจน์ใดๆ อีก
คืบหน้าล่าสุด: (อัพเดท 28 ส.ค. 17.30 น.)

            นายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีอังกฤษกล่าวว่าการโจมตีจะต้องทำอย่างเจาะจงเป้าหมาย และไม่เป็นเหตุชักนำให้ประเทศเข้าสู่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่มากที่เป็นอยู่ “นี่ไม่ใช่การเข้าไปเกี่ยวข้องกับสงครามในตะวันออกกลาง หรือเปลี่ยนแปลงจุดยืนของเราต่อซีเรีย หรือถลำลึกสู่ความขัดแย้ง” “ต้นเหตุจากอาวุธเคมี การใช้อาวุธเคมีนั้นไม่ถูกต้องและโลกไม่ควรยืนดูเฉยๆ”
            นาย Nick Clegg รองนายกรัฐมนตรีอังกฤษกล่าวว่า “ถ้าเรานิ่งเฉยเท่ากับว่าได้วางบรรทัดฐานให้จอมเผด็จการหรือผู้ปกครองที่โหดร้ายรู้สึกว่าพวกเขาสามารถใช้อาวุธเคมีอย่างสบายใจ” ทั้งยังกล่าวว่า การโจมตีครั้งนี้ “ไม่ใช่เพื่อเปลี่ยนแปลงหรือล้มรัฐบาลอัสซาด หรือพยายามยุติสงครามกลางเมืองในซีเรียในทางใดทางหนึ่ง” การยุติความขัดแย้งในซีเรีย “จะต้องใช้วีทางการเมือง” รัฐบาลอังกฤษไม่คิดเปิดศึกสงคราม “ด้วยทหารราบอย่างที่เห็นในอิรัก”
            ขณะนี้รัฐบาลโอบามาอยู่กำลังพิจารณาแผนการรบ แนวทางหนึ่งคือ “การโจมตีแบบห่างๆ” ด้านพลเอก Martin Dempsey ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเคยกล่าวว่า “เป้าหมายที่มีความเป็นไปได้คือระบบป้องกันภัยทางอากาศ ขีปนาวุธพื้นสู่อากาศ ขีปนาวุธพื้นสู่พื้น กองเรือรบ อาคารที่ตั้งที่สนับสนุนกองทัพ และกองบัญชาการ” ด้วยการโจมตีทางอากาศและจรวดต่อเป้าหมายหลายร้อยจุดขึ้นกับว่าจะเลือกที่ใด

            Prince Saud Al-Faisal ในฐานะรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศซาอุดิอาระเบียเรียกร้องให้นานาชาติจัดการรัฐบาลอัสซาดอย่าง “เฉียบขาด จริงจัง” เนื่องจากเหตุการใช้อาวุธเคมีต่อพลเรือน เห็นว่าระบอบอัสซาดสูญเสียความเป็นเอกลักษณ์ของอาหรับ และไม่เป็นของประเทศซีเรียอีกต่อไป
            สันนิบาตอาหรับออกแถลงการณ์ว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังการโจมตีด้วยอาวุธเคมีในซีเรียควรได้รับการลงโทษตามหลักกฎหมายสากล เรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงแสดงบทบาท รัฐบาลซีเรียต้องรับผิดชอบ
            ด้านนาย Walid Muallem รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศซีเรีย ประกาศกร้าวว่า “เรามีทางเลือกสองทาง คือ ยอมแพ้หรือป้องกันตนเองด้วยทุกวิถีทาง...ทางเลือกที่สองคือทางเลือกที่ดีที่สุด เราจะทำการปกป้องตนเอง” พร้อมกับเตือนว่าการโจมตีจะเป็นประโยชน์ต่ออิสราเอลกับอัลกออิดะห์เท่านั้น
            รัสเซียได้อพยพคนของตนออกจากประเทศซีเรียแล้ว กระทรวงสถานการณ์ฉุกเฉินรัสเซีย (Russian Emergency Situations Ministry) ประกาศว่าได้อพยพ 89 คนออกจากซีเรีย
            นาย Sergey Lavrov รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียกล่าวว่า การแทรกแซงทางทหาร “จะทำให้ประเทศซีเรียและภูมิภาคไร้เสถียรภาพยาวนานขึ้น”
วิเคราะห์: (อัพเดท 28 ส.ค. 17.30 น.)
            เกาะติดประเด็นร้อนฉบับนี้จะมุ่งอธิบาย จำลองภาพการรบที่อาจจะเกิดขึ้น และรายงานผลกระทบต่อตลาดเงินตลาดทุน
            ยุทธการจำลอง:
            1.แผนการรบขึ้นกับวัตถุประสงค์หลัก: วัตถุประสงค์หลักคือเพื่อลดทอนอำนาจทางทหารของรัฐบาลอัสซาด
            เมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา พลเอก Martin Dempsey ผู้บัญชาการทหารสูงสุดสหรัฐฯ เสนอแนวทางช่วยเหลือฝ่ายต่อต้าน 5 แนวทาง เพื่อให้ฝ่ายบริหารประกอบการตัดสินใจ หนึ่งในแนวทางนั้นคือ โจมตีเป้าหมายสำคัญ โดยสหรัฐฯ จะโจมตีเป้าหมายทางทหารที่สำคัญ เช่น ระบบต่อต้านอากาศยาน ขีปนาวุธต่างๆ รวมทั้งกองกำลังนาวีซีเรีย ศูนย์บัญชาการ แนวทางนี้ต้องอาศัยเครื่องบินรบหลายร้อยลำ เรือรบ เรือดำน้ำ และอื่นๆ ใช้งบประมาณหลายพันล้านดอลลาร์ และอาจทำให้ชาวบ้านส่วนหนึ่งต้องเสียชีวิต

            2.เป้าหมายตามวัตถุประสงค์: เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์หลัก เป้าหมายที่น่าจะเป็นไปได้คือ
            2.1 ศูนย์บัญชาการใหญ่ ศูนย์บัญชาการที่สำคัญ
            ศูนย์บัญชาการเป็นหัวใจของการศึก เป็นเป้าหมายสำคัญลำดับแรก
            2.2 ระบบการสื่อสาร
            หากทำลายระบบการสื่อสาร เท่ากับการทำลายระบบการรับรู้ รับฟังต่างๆ กองทัพอัสซาดจะเปรียบเหมือนคนตาบอด หน่วยทหารต่างๆ ยากจะติดต่อประสานงานกัน
            2.3 สนามบิน ระบบต่อต้านอากาศยาน
            เพื่อป้องกันการโจมตีกลับ ป้องกันเครื่องบินของตนที่ส่งไปโจมตี
            2.4 คลังอาวุธ
            เพื่อทำลายอาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพอัสซาด
            2.5 ฐานทัพที่สำคัญๆ ที่ตั้งกองทหารต่างๆ
            เพื่อบั่นทอนกำลังรบให้มากที่สุด

            3.ยุทธวิธีหลัก: จากคำแถลงของประธานาธิบดีโอบามา นายกรัฐมนตรีคาเมรอน ยุทธวิธีหลักคือใช้การโจมตีจากระยะไกล ไม่ส่งทหารราบเข้าร่วมสมรภูมิ ดังนั้น คาดว่าคือการโจมตีด้วยขีปนาวุธ ด้วยการทิ้งระเบิด
            4.อาวุธยุทโธปกรณ์ที่จำเป็น:
            4.1 ขีปนาวุธโทมาฮอว์ก
            เป็นอาวุธที่ได้รับการกล่าวถึงมากที่สุด เนื่องจากเคยใช้ในหลายยุทธการสำคัญๆ โดยเฉพาะในสงครามอ่าวเปอร์เซีย เหมาะสำหรับภารกิจทำลายเป้าหมายสำคัญลำดับแรก ขีปนาวุธนี้สามารถบินหลบเลี่ยงสิ่งกีดขวาง บินต่ำหลบการตรวจจับจากเรดาร์ ช่วยให้ไม่ต้องนำชีวิตทหารเข้าเสี่ยง เนื่องจากมีพิสัยไกลเป็นพันกิโลเมตร
            ขีปนาวุธโทมาฮอว์ก มีหลายรุ่น สามารถยิงจากเรือรบ เรือดำน้ำ เครื่องบินทิ้งระเบิด สามารถติดหัวรบหลากหลายชนิด รวมทั้งหัวรบนิวเคลียร์
            4.2 คาดว่าสหรัฐฯ ได้แอบส่งเรือดำน้ำที่สามารถปล่อยขีปนาวุธโทมาฮอว์กไปประจำการในตำแหน่งพร้อมยิงแล้ว

            5. การทดสอบอาวุธใหม่ๆ
            จากประวัติการรบครั้งสำคัญๆ ในอดีต กองทัพอเมริกันมักใช้ยุทธการจริงในการใช้/ทดสอบอาวุธใหม่ๆ
            6.การสนับสนุนจากมิตรประเทศ
            จากการรายงานของสำนักข่าวต่างประเทศ อังกฤษกับฝรั่งเศสจะมีส่วนร่วมในยุทธการครั้งนี้ด้วย มีข่าวว่าได้ส่งเรือดำน้ำชั้น Trafalgar ที่สามารถยิงขีปนาวุธโทมาฮอว์ก

            7.ระยะเวลาโจมตี
            สื่อบางฉบับรายงานแหล่งข่าวว่าการโจมตีจะกินเวลาสองวัน ข้อวิพากษ์คือแม้มีการระบุชัดว่าเป็นการโจมตีอย่างจำกัด แต่การบรรลุเป้าหมายมีความสำคัญกว่า ดังนั้น อาจกินเวลาสองวันหรือมากกว่า และอาจโจมตีหลายระลอก เช่น โจมตีสองวันแล้วหยุด จากนั้นอีกสองสามวันเกิดการโจมตีระลอกใหม่ จึงขึ้นกับการประเมินความสำเร็จ รวมทั้งปัจจัยอื่นๆ เช่น การตอบโต้จากซีเรีย การตอบโต้จากประเทศอื่นๆ สถานการณ์ภายในภูมิภาค รวมถึงการเมืองภายในประเทศของแต่ละประเทศด้วย
            อนึ่ง สิ่งที่เสนอเป็นเพียงยุทธการจำลองเท่านั้น เพื่อช่วยให้ผู้อ่านเห็นภาพการรบที่จะเกิดขึ้น แน่นอนว่าไม่ถูกต้องทั้งหมด และมีรายละเอียดอีกมากที่ต้องกล่าวถึงในโอกาสต่อไป

            ผลกระทบต่อตลาดทุน:
            (ข้อมูลส่วนนี้จะปรับตามเวลา เพื่อแสดงสถานะล่าสุด)
            ตลาดหุ้นทั้งสามตลาดใหญ่ เอเชีย ยุโรป สหรัฐฯ ได้รับผลกระทบโดยถ้วนหน้า จากความกังวลว่าสหรัฐฯ จะโจมตีซีเรีย หลังจากที่รัฐบาลโอบามาเห็นว่ารัฐบาลซีเรียต้องรับผิดชอบเรื่องการใช้การอาวุธเคมี
            ตลาดหุ้นเอเชียกับยุโรปวันนี้ (28 ส.ค.) ร่วงต่อทั้งตลาดต่อเป็นวันที่สอง
            ราคาน้ำมันดิบ WTI ในตลาดซื้อขายล่วงหน้า NYMEX ปรับสูงสุดในรอบสองปีหรือตั้งแต่พฤษภาคม 2011 ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (บางช่วงขึ้นถึง 112)
            นาย Stephen Schork ประธานบริษัท Schork Group Inc ชี้ว่าสถานการณ์ที่น่ากลัวมากสุดคือ การโจมตีซีเรียขยายวงกลายเป็นการต่อสู้กับผู้สนับสนุนรัฐบาลอัสซาด
            คุณ Michael Wittner หัวหน้านักวิจัยของ Societe Generale ประเมินว่าราคาน้ำมันดิบเบรนท์อาจแตะ 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลถ้าการโจมตีบานปลายกระทบทั่วทั้งภูมิภาคกระทบต่ออุปทานน้ำมัน

            นาย Matthew Sherwood หัวหน้านักวิจัยด้านการลงทุนของ Perpetual Investments ประเทศออสเตรเลีย อธิบายว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางมีความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น ผนวกกับความไม่แน่นอนในนโยบายทางการเงินของอเมริกา เป็นสองปัจจัยหลักที่กระทบตลาดในขณะนี้ คาดว่า “ตลาดน่าจะลงต่อ”
            นาย Tim Hoyle ผู้อำนวยการศูนย์วิจัย Radnor, Pennsylvania-based Haverford Investments ชี้ว่า ในระยะสั้น ความผันผวน ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลลบต่อตลาด โดยเฉพาะตลาดน้ำมันกับตลาดหลักทรัพย์ นักลงทุนใช้วิธีโยกย้ายเงินมาซื้อขายน้ำมันแทน
            นาย Trevor Houser จาก Rhodium Group ไม่คาดว่าน้ำมันดิบเบรนท์จะขึ้นทะลุ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลหากเกิดการโจมตี ในช่วงที่เกิดการโจมตีตลาดอาจรอดูผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงๆ ก่อนเพื่อตัดสินใจว่าราคาควรขยับขึ้นลงอย่างไร สองสามปีที่ผ่านมาสหรัฐฯ ผลิตน้ำมันดิบได้ถึง 2.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน เป็นตัวช่วยป้องกันไม่ให้ตลาดตึงตัวมากอย่างที่เคยเป็นในอดีต

            การวิเคราะห์ผลยุทธการต่อตลาดทุน ราคาน้ำมัน ควรแบ่งออกเป็น 3 ช่วงคือ ช่วงก่อนโจมตี ช่วงระหว่างโจมตี และช่วงหลังโจมตี
            1)ช่วงก่อนโจมตี
            เป็นช่วงที่กระแสข่าวการเตรียมโจมตีโหมกระพือ เป็นสถานการณ์ ณ ปัจจุบันนี้
            นักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่าเป็นช่วงที่นักลงทุนจากเคลื่อนย้ายเงินทุนสู่การลงทุนในน้ำมัน หรือธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
            คาดว่าจะอยู่ในสภาวะเช่นนี้อีกจนถึงสัปดาห์หน้า รอดูสัญญาณการเริ่มโจมตีจากสหรัฐฯ

            2)ช่วงระหว่างโจมตี
            คาดว่าจะเป็นช่วงเวลาที่ราคาผันผวนมากที่สุด ขึ้นกับสถานการณ์วันต่อวัน ขึ้นกับการตีความของแต่ละคนว่าเห็นว่าสถานการณ์กำลังสู่ทิศทางที่ดีขึ้นหรือแย่ลง
            มีความเป็นไปได้ทั้งการโจมตีอาจสิ้นสุดภายในสองวัน หรืออาจยืดยาวกว่านั้น อาจมีการโจมตีหลายระลอก (ดังที่อธิบายในส่วนยุทธการจำลอง) การจะสรุปว่าการโจมตีสิ้นสุดจึงต้องดูที่การประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลอเมริกันเป็นหลัก

            3)ช่วงหลังโจมตี
            เกิดขึ้นเมื่อรัฐบาลโอบามาประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่าภารกิจเสร็จสิ้น บรรลุเป้าหมาย จะต้องทำการสำรวจความเสียหาย ผลกระทบที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจมีเฉพาะต่อประเทศซีเรีย หรืออาจขยายวงสู่ประเทศอื่นๆ ด้วย
            หากผลกระทบจำกัดเพียงภายในประเทศซีเรีย และไม่ผลต่ออุปสงค์อุปทานน้ำมัน เชื่อว่าราคาน้ำมันจะกลับสู่ดุลยภาพในเวลาไม่ช้า
            อนึ่ง การวิเคราะห์นี้มุ่งอธิบายสถานการณ์ความขัดแย้งในซีเรีย ยังมีอีกหลายปัจจัยที่จะส่งผลต่อตลาดเงินตลาดทุน
            สรุปแล้ว ณ ขณะนี้สำนักข่าวทั่วโลกเฝ้าจับตาความคืบหน้าจากรัฐบาลสหรัฐฯ อังกฤษ ฝรั่งเศส ว่าได้เตรียมการโจมตีถึงขั้นใดแล้ว เพื่อประเมินว่าการรบจะเป็นอย่างไร ส่วนตลาดทุนในช่วงนี้ได้รับข่าวร้ายจากสถานการณ์ดังกล่าว
            ต้องติดตามสถานการณ์โดยใกล้ชิด
28 สิงหาคม 2013
ชาญชัย คุ้มปัญญา
----------------------

บทวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้อง:
(อัพเดท 23 ส.ค. 20.50 น.) ข่าวการใช้อาวุธเคมีล่าสุดในซีเรีย มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน ทำให้หลายประเทศเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่สหประชาชาติเข้าตรวจสอบ ในขณะที่ประธานาธิบดีโอบามากล่าวอย่างชัดเจนว่าสหรัฐฯ จะไม่แทรกแซงซีเรียด้วยกำลังทหาร
(อัพเดท 26 ส.ค. 6.30 น.) สถานการณ์ซีเรียร้อนแรงต่อเนื่อง รัฐบาลอเมริกา อังกฤษและฝรั่งเศสปักใจเชื่อว่ารัฐบาลซีเรียคือผู้ใช้อาวุธเคมี สามมหาอำนาจกำลังหาร่วมให้นานาชาติร่วมมือกันแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น เรือรบสหรัฐฯ ได้รับคำสั่งให้เตรียมพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ ล่าสุดเจ้าหน้าที่สหประชาชาติจะเข้าตรวจสอบอาวุธเคมีในวันจันทร์นี้ ภายหลังที่รัฐบาลซีเรียยอมเข้าตรวจสอบจุดต้องสงสัย ในขณะที่บางคนเชื่อว่าสถานการณ์มาถึงจุดที่สายเกินแก้แล้ว
ราวหนึ่งปีหลังจากที่กล่าวหากันไปมาในที่สุดสหประชาชาติส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบเรื่องการใช้อาวุธเคมีในซีเรีย แต่ต้องเข้าใจว่าเป้าหมายของการตรวจสอบคือเพื่อพิสูจน์ว่ามีการใช้หรือไม่เท่านั้น ไม่ครอบคลุมถึงเรื่องใครหรือฝ่ายใดเป็นผู้ใช้ ที่ผ่านมาอังกฤษกับฝรั่งเศสแสดงท่าทีขึงขังเรียกร้องการแทรกแซงทางการทหาร แต่นั่นหมายถึงต้องมีสหรัฐฯ เป็นหัวเรือใหญ่ที่ลังเลใจเรื่อยมา
(อัพเดท 27 ส.ค. 20.00 น.) นานาชาติพุ่งเป้าให้ความสำคัญกับการใช้อาวุธเคมีที่ชานกรุงดามัสกัส เจ้าหน้าที่สหประชาชาติกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ แต่สหรัฐฯ อังกฤษ ฝรั่งเศสเชื่อว่าเป็นฝีมือของรัฐบาลอัสซาด และกำลังพิจารณาใช้กำลังทหารในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง


บรรณานุกรม:
1. Cameron and Clegg pave the way for UK role in Syria strike, The Guardian, 27 August 2013, http://www.theguardian.com/politics/2013/aug/27/cameron-clegg-uk-role-syria-strike
2. After Syria chemical allegations, Obama considering limited military strike, The Washington Post, 27 August 2013, http://www.washingtonpost.com/world/national-security/kerry-obama-determined-to-hold-syria-accountable-for-using-chemical-weapons/2013/08/26/599450c2-0e70-11e3-8cdd-bcdc09410972_story.html
3. Syria crisis: Western military options, BBC, 27 August 2013, http://www.bbc.co.uk/news/world-us-canada-23849386
4. Asian Stocks Drop While Oil Climbs on Syria; Aussie Slips, Bloomberg, 28 August 2013, http://www.bloomberg.com/news/2013-08-27/asian-futures-slump-as-u-s-stocks-slide-syria-fuels-oil.html
5. Oil prices seen higher but shock not yet in the cards, CNBC, 27 August 2013, http://www.cnbc.com/id/100991763
6. “Brent may hit $150 if Syria impacts Iraq, SocGen warns”, CNBC, 28 August 2013, http://www.cnbc.com/id/100992467
7. “Oil Gains on Syria as Lira, Rupee Drop; U.S. Futures Rise”, Bloomberg, 28 August 2013, http://www.bloomberg.com/news/2013-08-27/asian-futures-slump-as-u-s-stocks-slide-syria-fuels-oil.html
8. Russia evacuates citizens from Syria, Houston Chronicle/AP, 28 August 2013, http://www.chron.com/news/world/article/Russia-evacuates-citizens-from-Syria-4766712.php
9. KSA, Arab League seek decisive world stand on Syria, Arab News, 28 August 2013, http://www.arabnews.com/news/462760

----------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations
รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…

มุกตาดา อัล-ซาดาร์ ผู้สร้างความเปลี่ยนครั้งใหญ่แก่อิรัก ?

ตั้งแต่รัฐบาลสหรัฐส่งมอบอธิปไตยคืนแก่อิรัก นายกรัฐมนตรีที่ผ่านมามีสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัฐบาลสหรัฐทั้งสิ้น อัล-ซาดาร์กำลังจะเป็นนายกฯ คนแรกที่พยายามปลดแอกอิรักจากการครอบงำของต่างชาติ
เมื่อกองทัพสหรัฐกับพันธมิตรโค่นล้มระบอบซัดดัม ฮุสเซน รัฐบาลสหรัฐเป็นผู้ปกครองอิรัก จนถึงปี 2006 ส่งมอบอธิปไตยคืนแก่อิรัก จัดเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยหลายครั้ง แต่ผู้เป็นนายกฯ เป็นคนที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของสหรัฐ ดังนั้น แม้จะบอกว่าเป็นการเลือกตั้งเสรี ความจริงแล้วเป็นเพียงวิธีการ ทุกอย่างอยู่ภายใต้การจัดวางล่วงหน้า
เลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อกลางเดือนที่ผ่าน มุกตาดา อัล-ซาดาร์ (Moqtada al-Sadr) ได้ที่นั่งในสภาสูงสุด มีสิทธิ์จัดตั้งรัฐบาลและเป็นนายกฯ และอาจสร้างความเปลี่ยนแปลงแก่อิรักต่างจากนายกฯ คนก่อนๆ
แนวทางของอัลซาดาร์ : มุกตาดา อัล-ซาดาร์ เป็นนักบวช เป็นผู้นำจิตวิญญาณของมุสลิมชีอะห์กลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่งในอิรัก นอกจากแสดงบทบาทในฐานะผู้นำทางศาสนา ยังทำหน้าที่อีกหลายอย่างเช่น เป็นผู้ปกครองของกลุ่ม ผู้วางนโยบายกำหนดทิศทาง และเป็นผู้นำกองกำลัง Mahdi Army อันเลื่องชื่อ ปะทะกับกองทัพสหรัฐนับครั้งไม่ถ้วน อัล-ซาดาร์ต่อต…

อุดมการณ์ทางการเมือง (1) นิยาม อุดมการณ์ทางการเมือง

หมายถึง ความคิด ความเชื่อ ที่มีแบบแผนเกี่ยวกับหลักการและคุณค่าทางการเมือง เป็นความคิดความเชื่อที่มีแนวทางแน่นอน มีเหตุผล มีจุดหมายปลายทาง และวัตถุประสงค์ที่มนุษย์พยายามจะดำเนินการให้สัมฤทธิผล
“นิยาม อุดมการณ์ทางการเมือง”
1.ความหมายของอุดมการณ์ทางการเมือง (Political Ideology) มีผู้นิยามหลากหลาย 1.1.หมายถึง ความคิด ความเชื่อ ที่มีแบบแผนเกี่ยวกับหลักการและคุณค่าทางการเมือง เป็นความคิดความเชื่อที่มีแนวทางแน่นอน มีเหตุผล มีจุดหมายปลายทาง และวัตถุประสงค์ที่มนุษย์พยายามจะดำเนินการให้สัมฤทธิผล 1.2.หมายถึง ความคิดความเชื่อที่ทำให้เกิดกลไกควบคุม เพื่อบรรลุเป้าหมายแห่งความคิดความเชื่อนั้น 1.2.1.เช่นอุดมการณ์มาร์กซิสม์ ก่อให้เกิดพรรคคอมมิวนิสต์เพื่อสร้างและควบคุมให้การปกครองบรรลุเป้าหมายของอุดมการณ์ 1.2.2.อุดมการณ์ประชาธิปไตย คือ การเพิ่มพูน ปกป้องเสรีภาพส่วนบุคคล ทำให้เกิดไกกลต่างๆ เช่น พรรคการเมือง กลุ่มผลประโยชน์ การลงมติ เพื่อรักษาความเป็นประชาธิปไตย 1.3.อุดมการณ์มิใช่เป็นเพียงปรัชญาการเมือง อุดมการณ์ทางการเมืองจะเรียกร้องให้มีการกระทำจากผู้ศรัทธาในอุดมการณ์ เกิดความรู้สึกว่าถูกต้องที่จะกระทำตามน…