ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เกาะติดประเด็นร้อน “ความขัดแย้งในประเทศซีเรีย” (7)

25 สิงหาคม 2013
ชาญชัย คุ้มปัญญา
สรุปสถานการณ์: (อัพเดท 26 ส.ค. 6.30 น.)
            เหตุการณ์ใช้อาวุธเคมีเมื่อวันที่ 21 สิงหาคมใกล้กรุงดามัสกัส มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยราย กลายเป็นประเด็นร้อนของซีเรียในขณะนี้
            ประธานาธิบดีบารัก โอบามากล่าวว่ารัฐบาลอเมริกันให้ความสำคัญอย่างมากกับเหตุข่าวการใช้อาวุธเคมีครั้งล่าสุดใกล้กรุงดามัสกัส ประเทศซีเรีย สหรัฐฯ อยู่ระหว่างการตรวจสอบยืนยันว่าเหตุการณ์เป็นอย่างไร พร้อมกับยืนยันว่าสิ่งที่กังวลคือการที่อาวุธเคมีตกอยู่ในมือผู้ก่อการร้าย
            รัฐบาลอังกฤษกับฝรั่งเศสต่างเชื่อว่าการใช้อาวุธเคมีครั้งล่าสุดเป็นฝีมือของรัฐบาลอัสซาด
            ทั้งรัฐบาลกับฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรียต่างกล่าวหาอีกฝ่ายเป็นผู้ใช้อาวุธเคมีครั้งล่าสุดนี้
            ชาติมหาอำนาจทั้งสหรัฐฯ อังกฤษ ฝรั่งเศส แม้กระทั่งรัสเซียเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่สหประชาชาติเข้าตรวจสอบทันที

คืบหน้าล่าสุด(อัพเดท 26 ส.ค. 6.30 น.)
            สถานีโทรทัศน์ของทางการซีเรียรายงานข่าวว่า ขณะที่กองกำลังของรัฐบาลกำลังเดินทางมุ่งหน้าฐานที่ตั้งของฝ่ายต่อต้านก็ได้ไปที่จุดเกิดเหตุโดยบังเอิญ และพบกลุ่มผู้เสียชีวิตดังที่เป็นข่าว ทหารหลายคนได้รับพิษขณะเข้าใกล้ไปที่จุดดังกล่าวเช่นกัน นาย Omran al-Zoubi รัฐมนตรีกระทรวงข้อมูลข่าวสาร (information Minister) กล่าวว่า “เราพูดตั้งแต่ตอนแรก และตอนนี้ของยืนยันอีกครั้งว่ารัฐบาลซีเรียไม่เคยใช้อาวุธเคมีเลยสักครั้ง ไม่ว่าจะเป็นที่ใดหรือเป็นอาวุธเคมีในรูปแบบใด”
            นาย Badr Jamous โฆษกของกลุ่ม Syrian National Coalition รายงานเหตุการณ์เดียวกันว่ารัฐบาลยิงจรวดใส่จุดที่มีพลเรือนอาศัยหนาแน่น จรวดบางลูกบรรจุอาวุธเคมี

            องค์การแพทย์ไร้พรมแดน (Doctors Without Borders/Médecins Sans Frontières หรือMSF) รายงานอย่างเป็นทางการว่า ทีมแพทย์ขององค์กรจากโรงพยาบาล 3 แห่งที่กรุงดามัสกัสได้รับผู้ป่วย 3,600 คนที่มีอาการได้รับพิษทางประสาทในเช้าวันพุธ 21 ส.ค. ในจำนวนนี้ 355 เสียชีวิต
            อย่างไรก็ตาม นายแพทย์ Bart Janssens ผู้อำนวยของการของ MSF กล่าวว่า “ยังไม่สามารถสรุปที่มาของอาการเหล่านี้ตามหลักวิทยาศาสตร์ และไม่สามารถสรุปว่าใครเป็นผู้ใช้อาวุธ”
            ปัจจุบัน องค์การแพทย์ไร้พรมแดนมีทีมงานในสังกัดอยู่ในโรงพยาบาล 6 แห่งและศูนย์สุขภาพอีก 4 แห่งในซีเรีย

            นาย Chuck Hagel รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ชี้ว่าหากพบว่าเป็นอาวุธเคมีจริงก็ต้องรีบป้องกันไม่ให้เกิดการใช้อีก และกล่าวว่าประธานาธิบดีโอบามาสั่งให้กองทัพ “เตรียมพร้อมรับมือทุกสถานการณ์” ขณะนี้เรือพิฆาตอเมริกัน 4 ลำลอยลำอยู่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนตะวันออก แหล่งข่าวจากสำนักข่าว AP ชี้ว่าเรือลำที่สี่สามารถปล่อยขีปนาวุธพิสัยไกลโจมตีซีเรีย แต่ ณ ขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งให้โจมตีซีเรีย
            ด้านทำเนียบขาวระบุว่าเมื่อวันเสาร์ (24) ประธานาธิบดีโอบามากับพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีเดวิ คาเมรอน เรื่องที่ประชาคมโลกอาจร่วมกันดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง
            สื่อ Haaretz ของอิสราเอลรายงานอ้างแหล่งข่าวว่า มีโอกาสมากขึ้นที่อเมริกาจะโจมตีซีเรียจากเหตุการใช้อาวุธเคมีครั้งล่าสุด

            ล่าสุด สถานีโทรทัศน์ของทางการซีเรียรายงานข่าวว่าทหารพบอาวุธเคมีในอุโมงค์ที่ฝ่ายต่อต้านใช้เป็นที่หลบซ่อนทางตะวันออกของกรุงดามัสกัส มีทั้งหน้ากากกันแก๊สพิษ ขวดบรรจุพลาสติก
            นาย Omran al-Zoubi รัฐมนตรีกระทรวงข้อมูลข่าวสารอิหร่าน เตือนว่า “สหรัฐฯ จะได้รับผลร้ายถ้าเข้าแทรกแซงด้วยทหาร ทั่งทั้งภูมิภาคจะปั่นป่วนและลุกเป็นไฟ
            ด้านนายพล Massoud Jazayeri รองผู้บัญชาการทหารสูงสุดอิหร่าน เตือนว่าสหรัฐฯ รู้ว่าหากล่วงล้ำเส้นต้องห้ามของซีเรีย “ทำเนียบขาวจะต้องประสบผลร้ายแน่นอน” ขณะนี้การป้องกันของซีเรียมาถึงระดับที่เข้มแข็งที่ศัตรูไม่อาจเอาชนะได้ พร้อมกับเตือนว่าหากสหรัฐฯ เข้าแทรกแซงจริงจะทำให้ทั่วทั้งภูมิภาคลุกเป็นไฟ

            เจ้าหน้าที่สหประชาชาติจะเข้าตรวจจุดต้องสงสัยในวันจันทร์ (26 ส.ค.) หลังจากที่รัฐบาลซีเรียยินยอมให้เข้าตรวจสอบจุดต้องสงสัยที่ชานกรุงดามัสกัส
            สำนักข่าว Reuters อ้างแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ คนหนึ่งว่า มาถึงขั้นนี้ การที่รัฐบาลซีเรียยอมรับการตรวจสอบถือว่าช้าเกินไปแล้ว รัฐบาลอเมริกันค่อนข้างปักใจเชื่อว่ารัฐบาลอัสซาดเป็นฝ่ายที่ต้องรับผิดชอบต่อการใช้อาวุธเคมีครั้งล่าสุด ประธานาธิบดีโอบามากับนายฟร็องซัว ออล็องด์ ประธานาธิบดีฝรั่งเศสได้หารือแนวทางการจัดการซีเรียโดยผ่านความร่วมมือจากนานาชาติ
            อนึ่ง ผลสำรวจของ Reuters/Ipsos ที่รายงานเมื่อวันเสาร์พบว่า ชาวอเมริกันร้อยละ 60 ไม่เห็นด้วยหากสหรัฐฯ จะเข้าแทรกแซงด้วยกำลังทหาร มีเพียงร้อยละ 9 เท่านั้นที่เห็นสมควร


วิเคราะห์(อัพเดท 26 ส.ค. 6.30 น.)
            ประเด็นวิเคราะห์ที่สำคัญ
            1.วันที่ 21 สิงหาคม มีการใช้อาวุธเคมีจริง
            จากการที่รัฐบาลซีเรียรายงานว่าทหารของตนได้รับพิษเมื่อเข้าไปที่จุดเกิดเหตุ และรายงานขององค์การแพทย์ไร้พรมแดน ค่อนข้างเชื่อได้ว่าเมื่อวันที่ 21 สิงหาคมเป็นการใช้อาวุธเคมีจริง และใช้ในปริมาณมากที่สุดเท่าที่เคยรายงานการใช้ในซีเรีย

            2.นานาชาติกดดันให้รัฐบาลซีเรียยินยอมให้เข้าตรวจสอบ
            ยิ่งข่าวดังกล่าวแพร่ออกไป และเริ่มเห็นว่าเป็นความจริงมากขึ้น ทำให้รัฐบาลประเทศต่างๆ ไม่อาจอยู่นิ่งเฉย ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลด้านกฎหมายระหว่างประเทศ หรือเหตุผลด้านมนุษยธรรม แม้กระทั่งรัสเซียที่สนับสนุนซีเรียอย่างแข็งขันมาโดยตลอดยังเรียกร้องให้รัฐบาลอัสซาดยินยอมให้เจ้าหน้าที่สหประชาชาติเข้าตรวจสอบ
            แรงกดดันทางการเมืองขณะนี้จึงพุ่งเป้าที่รัฐบาลอัสซาด - ถ้าไม่มีสิ่งใดต้องซ่อน แล้วทำไมจึงไม่เปิดเผยคือคำถามตัวโตๆ
            ดังที่เคยวิเคราะห์ไว้ว่า สื่อหลายสำนักมุ่งนำเสนอ ชี้ว่าฝ่ายรัฐบาลอัสซาดเป็นผู้ใช้อาวุธเคมีด้วยเหตุผลต่างๆ นานา การออกมาให้ความเห็นของรัฐบาลอังกฤษกับฝรั่งเศส เป็นแรงเสริมอีกแรงที่ช่วยกันประกาศว่าเป็นฝีมือของรัฐบาลอัสซาด ทั้งๆ ที่ยังไม่มีการพิสูจน์อย่างเป็นทางการ

            3.รัฐบาลโอบามาไม่อาจทนอยู่นิ่งเฉยต่อไป
            ที่ผ่านมาและเมื่อไม่นานนี้ ประธานาธิบดีโอบามา กล่าวอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า รัฐบาลอเมริกันไม่ต้องการส่งทหารจำนวนมากเข้าแทรกแซง ที่อเมริกาเป็นห่วงคือการที่อาวุธเคมีจะตกอยู่ในมือของผู้ก่อการร้าย แต่กระแสกดดันทางการเมืองระหว่างประเทศ ทำให้รัฐบาลโอบามาไม่อาจทนอยู่นิ่งเฉยเช่นกัน ตลอดสองสามวันนี้ทีมงานความมั่นคงมีการประชุมอย่างต่อเนื่อง

            4. แรงกดดันทางการเมืองระหว่างประเทศโหมกระหน่ำ
            จากท่าทีของรัฐบาลโอบามาที่กระตือรือร้น รัฐบาลรัสเซียที่เรียกร้องให้รัฐบาลซีเรียยอมรับการตรวจสอบ จนถึงล่าสุดที่รัฐบาลอัสซาดยอมรับการตรวจสอบ ล้วนชี้ให้เห็นแรงกดดันทางการเมืองระหว่างประเทศอย่างมหาศาล จนทั้งสามรัฐบาลซึ่งมีบทบาทสำคัญต้องตอบสนอง ไม่อาจทนแรงกดดันดังกล่าว เป็นปรากฎการณ์ทางการเมืองระหว่างประเทศที่หาดูได้ยาก

            5.คำถามที่ตามมาคือ ใครหรือฝ่ายใดเป็นผู้ใช้
            คาดการณ์ว่า หากมีการพิสูจน์ว่าเป็นการใช้อาวุธเคมีจริงหรือไม่ เชื่อว่าเหตุการณ์วันที่ 21 สิงหาคม จะได้ข้อสรุปว่ามีการใช้จริง
            คำถามสำคัญที่ตามมาคือ ใครหรือฝ่ายใดเป็นผู้ใช้ ตราบใดที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ชัดเจนก็ยากที่คณะมนตรีความมั่นคงจะตัดสินใจกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งอย่างเด็ดขาด
            นช่วงระหว่างนี้ สถานการณ์ซีเรียจะตึงเครียด เกิดการคาดการณ์ต่างๆ นานา จนถึงขั้นอาจกระทบต่ออิหร่าน ความมั่นคงของภูมิภาคตะวันออกกลาง

            6.กระแสการแทรกแซงซีเรียด้วยกำลังทหาร
            สิ่งที่สื่อนำเสนอในขณะนี้ค่อนข้างทำให้ปักใจเชื่อว่ามีการใช้อาวุธเคมี และรัฐบาลอัสซาดต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ทำให้รัฐบาลซีเรียกับอิหร่านที่เป็นพันธมิตรรีบออกโรงเตือนว่าหากสหรัฐฯ แทรกแซง สหรัฐฯ จะได้รับผลกระทบร้ายแรงตามมา
            ในขณะที่รัฐบาลโอบามากำลังหารือกับผู้นำประเทศสำคัญ เพื่อพิจารณาว่าควรแทรกแซงหรือไม่ แนวทางที่มีโอกาสเป็นไปได้มากคือให้เป็นการที่นานาชาติร่วมมือกันเข้าแทรกแซง ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น จะเหมือนกับกรณีของลิเบียเมื่อสองปีก่อน

            สถานการณ์ล่าสุด ณ ขณะนี้ การใช้อาวุธเคมีเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม อาจเป็นจุดเปลี่ยนของความขัดแย้งในซีเรียก็เป็นได้
            ต้องติดตามสถานการณ์โดยใกล้ชิด
----------------------

บทวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้อง:
(อัพเดท 24 ก.ค. 8.30 น.) กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เปิดเผยแผนช่วยเหลือฝ่ายต่อต้านอย่างชัดเจนเป็นครั้งแรก เพื่อให้ฝ่ายบริหาร สมาชิกสภาครองเกรสใช้ประกอบการตัดสินใจ แต่ดูเหมือนว่าไม่ช่วยแก้ปัญหาความขัดแย้งในซีเรียแต่อย่างไร
(อัพเดท 23 ส.ค. 20.50 น.) ข่าวการใช้อาวุธเคมีล่าสุดในซีเรีย มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน ทำให้หลายประเทศเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่สหประชาชาติเข้าตรวจสอบ ในขณะที่ประธานาธิบดีโอบามากล่าวอย่างชัดเจนว่าสหรัฐฯ จะไม่แทรกแซงซีเรียด้วยกำลังทหาร


บรรณานุกรม:
1. Finger pointing grows over chemical weapons use in Syria, CNN, 25 August 2013, http://edition.cnn.com/2013/08/25/world/meast/syria-civil-war/
2. Destroyers moved to eastern Mediterranean; Hagel says US prepared for 'all contingencies', Fox News, 25 August 2013, http://www.foxnews.com/politics/2013/08/25/us-naval-forces-move-closer-to-syria-hagel-suggests/#ixzz2cyRTrYdm
3. Israel expects U.S. strike on Syria after alleged chemical arms use, Haaretz, 25 August 2013, http://www.haaretz.com/news/middle-east/1.543359
4. Syria: Thousands Suffering Neurotoxic Symptoms Treated in Hospitals Supported by MSF, Doctors Without Borders/Médecins Sans Frontières, www.doctorswithoutborders.org/press/release.cfm?id=7029&cat=press-release#sthash.suqS76du.dpuf, accessed 25 August 2013
5. Syria to allow UN inspect 'chemical weapon' attack site, BBC, 25 August 2013, http://www.bbc.co.uk/news/world-middle-east-23833912
6. Syria: Cameron and Obama threaten 'serious response', BBC, 25 August 2013, http://www.bbc.co.uk/news/uk-23830590
7. Iranian Commander Refutes US Defense Secretary’s Remarks on Syria, FNA, 25 August 2013, http://english.farsnews.com/newstext.aspx?nn=13920603000637
8. Syria lets U.N. inspect gas attack site, Washington says too late, Reuters, 26 August 2013, http://news.yahoo.com/obama-studies-options-syria-gas-attack-consults-uks-013947792.html
----------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553
ชาญชัย คุ้มปัญญา
“อุดมการณ์เสรีนิยม”
·เกริ่นนำ oเสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเ…

รูปแบบการปกครอง (1) รูปบการปกครองแบบกรีก

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553 ชาญชัย  รูปแบบการปกครอง การจะบอกว่ามีกี่รูปแบบการปกครอง (Forms of Government) และแต่ละรูปแบบเป็นอย่างไร ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ที่ใช้ในการจัด ซึ่งพอจะมีวิธีแบ่งได้หลายแบบ เช่น เกณฑ์จำนวนผู้มีอำนาจปกครอง เกณฑ์สิทธิเสรีภาพของประชาชน เป็นต้น
“รูปแบบการปกครองที่ใช้เกณฑ์จำนวนผู้ปกครองและเป้าหมายของการปกครอง”             รูปแบบนี้นักวิชาการบางท่านเรียกว่า รูปแบบการปกครองแบบกรีก (Greek Typology of Governments) โดยแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก คือ รูปแบบที่รัฐบาลมีเหตุผลและดำรงอยู่เพื่อความดีงามของรัฐ (polis) กับรูปแบบตรงกันข้ามที่รัฐบาลไม่มีเหตุผลและดำรงอยู่เพื่อผลประโยชน์ของผู้ปกครองเท่านั้น ในแต่ละรูปแบบหลักแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบย่อยตามจำนวนผู้ปกครอง คือ 1 คน (one) จำนวนเล็กน้อย (few) และ หลายคน (many)
Government Pure Form Impure Form คนเดียว (of One) ราชาธิปไตย (Monarchy) ทรราชย์ (Tyranny) จำนวนน้อย (of the Few) อภิชนาธิปไตย (Aristocracy) คณาธิปไตย (Oligarchy) จำนวนมาก (of the Many) มัชฌิมวิถีอธิปไตย (Polity) ประชาธิปไตย (Democracy)
รูปแบ…