ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เกาะติดประเด็นร้อน “หลังการโค่นล้มโมฮัมเหม็ด มอร์ซีแห่งอียิปต์ และรัฐบาลเฉพาะกาลของอัดลี มานซูร์” (7)

สรุปสถานการณ์(อัพเดท 21 ส.ค.23.50 น.) หลังถูกทางการสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม กลุ่มภราดรภาพมุสลิมประกาศชุมนุมประท้วงทั่วประเทศต่อเนื่องเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ด้วยจุดยืนว่า “เราต่อต้านรัฐบาลจากการรัฐประหารเพราะเป็นหลักการของอิสลาม เป็นหลักการอันชอบธรรมที่เราไม่อาจถอนตัวจากจุดยืนดังกล่าว”
            การชุมนุมต่อเนื่อง ทำให้วันที่ 16 มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 173 ราย ในจำนวนนี้เป็นตำรวจ 10 ราย แต่แล้ววันที่ 18 สิงหาคมแกนนำผู้จัดชุมนุมต่อต้านรัฐประการ ยกเลิกการชุมนุม โดยให้เหตุผลว่าหวั่นเกรงความปลอดภัยของผู้ชุมนุม
            ด้านกระทรวงมหาดไทยรายงานว่าปัจจุบันมีผู้ถูกกุมกัง 1,004 คน เนื่องจากมีอาวุธผิดกฎหมาย
คืบหน้าล่าสุด: (อัพเดท 21 ส.ค. 23.50 น.)
            ผลจากจากการสลายการชุมนุมและความรุนแรงที่ตามมาสองสามวัน รายงานของทางการอียิปต์มีจำนวนราว 900 ราย ในจำนวนนี้ 100 รายเป็นตำรวจกับทหาร ส่วนกลุ่มภราดรภาพมุสลิมกล่าวว่าผู้สนับสนุนอดีตประธานาธิบดีมอร์ซีเสียชีวิตราว 1,400 ราย
            กลุ่มภราดรภาพมุสลิมประกาศว่าจะไม่ก่อความรุนแรงแม้นาย Mohammed Badie ผู้นำฝ่ายวิญญาณจะถูกรัฐบาลจับกุม นาย Khaled Hanafi, secretary-general of the Freedom and Justice Party กล่าวว่า “เราใช้สันติวิธีเท่านั้น ... เราเสียใจที่ดร. Badie ถูกจับกุม แต่เป็นทางที่เราเลือกแม้ว่าจะต้องเสียสละ เราจะเดินหน้าต่อไป”

            นาย Recep Tayyip Erdogan นายกรัฐมนตรีตุรกี กล่าวอย่างชัดเจนว่าอิสราเอลอยู่เบื้องหลังการโค่นล้มอดีตประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด มอร์ซี พร้อมกับกล่าวว่าตนมีหลักฐาน
            สำนักข่าว The Jerusalem Post อ้างว่าหลักฐานดังกล่าวคือวีดีโอที่ถ่ายในงานสัมมนาเมื่อเดือนมิถุนายน 2011 ที่มหาวิทยาลัย Tel Aviv University ที่มีนาย Tzipi Livni รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมและเป็นหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านอิสราเอล และนาย Bernard-Henri Lévy นักวิชาการชาวยิวเชื้อสายฝรั่งเศส นาย Lévy กล่าวตอนหนึ่งว่าตน “จะพยายามกีดกันไม้ให้ [กลุ่มภราดรภาพมุสลิมไปที่อียิปต์] ได้อำนาจ [บริหารประเทศ] ด้วยทุกวิถีทาง”
            นายกรัฐมนตรี Erdogan ตีความว่า “กลุ่มภราดรภาพมุสลิมจะไม่มีวันบริหารประเทศแม้ชนะเลือกตั้ง เพราะประชาธิปไตยไม่ใช่เพียงการลงคะแนนเลือกตั้ง”
            นาย Yigal Palmor โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลกล่าวว่าไม่มีค่าพอที่จะให้คำตอบใดๆ ส่วนนาย Josh Earnest โฆษกทำเนียบขาวไม่เห็นด้วยกับการที่นายกรัฐมนตรีตุรกีแสดงความเห็นดังกล่าวและมาจากข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง

วิเคราะห์(อัพเดท 21 ส.ค.23.50 น.)
            เหตุการณ์สำคัญๆ ที่เกิดขึ้นในสองสามวันที่ผ่านมามีประเด็นวิเคราะห์ ดังนี้
            1. เป้าหมายกับกลวิธีของของฝ่ายต่อต้านมอร์ซี (ผู้นำเหล่าทัพ รัฐบาลมานซูร์ กลุ่มประชาชน) คือ ให้กลุ่มผู้สนับสนุนอดีตประธานาธิบดีมอร์ซียุติการชุมนุม การเข้าสู่กระบวนทางการเมืองกระแสหลัก พวกที่ยังชุมนุมต่อไปจะถูกสลายการชุมนุม แกนนำผู้ชุมนุมจะถูกกักตัว ผู้ใดใช้อาวุธจะถูกจัดการอย่างรุนแรงและถูกตีตราว่าเป็นผู้ก่อการร้าย
            กระทั่งผู้ชุมนุมของกลุ่ม National Salvation Front ซึ่งสนับสนุนการโค่นล้มรัฐบาลมอร์ซี ประกาศท่าทีดังกล่าวเช่นกันว่า “กลุ่มก่อการร้าย” กำลังโจมตีประเทศและประชาชนอียิปต์ รวมทั้งฐานที่ตั้ง จุดตรวจของทหารอียิปต์ในคาบสมุทรซีนาย แถลงการณ์ตอนหนึ่งกล่าวว่า กลุ่มภราดรภาพมุสลิมกำลังใช้ความรุนแรงและพยายามโค่นล้มรัฐบาล” อียิปต์กำลังเผชิญความรุนแรง

            2. เป็นที่ชัดเจนแล้วว่ากลุ่มภราดรภาพมุสลิมได้ยุติการชุมนุมต่อเนื่อง เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ แม้กระทั่งการจับที่นาย Mohammed Badie ผู้นำฝ่ายวิญญาณจะถูกรัฐบาลจับกุม กลุ่มฯ ก็ไม่แสดงการตอบโต้ ย้ำว่าจะใช้สันติวิธี
            ถ้าจะวิเคราะห์แบบซับซ้อน การที่นาย Badie ถูกจับกุม ไม่ได้หมายความว่าทางการหมายจะเอาชีวิต ในทางตรงข้ามเป็นโอกาสให้นาย Badie เข้าสู่กระบวนการเจรจาลับ
            เป็นเหตุผลว่าทำไมกลุ่มภราดรภาพมุสลิมยุติการชุมนุมตามที่ประกาศก่อนหน้า

            3. หากคำกล่าวของนายกรัฐมนตรีตุรกีถูกต้องก็จะเป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะชี้ว่าอิสราเอลอยู่เบื้องหลังหรือสนับสนุนการทำรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลมอร์ซี
            หากมองในภาพกว้างๆ การที่ผู้นำเหล่าทัพอียิปต์มีความสัมพันธ์อันดีกับอิสราเอลนั้นมีความเป็นไปได้ เพราะตั้งแต่ที่อิสราเอลกับอียิปต์ได้ลงนามข้อตกลงแคมป์เดวิด (Camp David Accords) เมื่อวันที่ 17 กันยายน 1978 เป็นจุดเริ่มต้นของการเจรจาเพื่อสนธิสัญญาสันติภาพระหว่างสองประเทศ สองประเทศก็เริ่มมีความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงทางทหารที่ดีต่อกัน

            แต่เรื่องไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะหากมองว่าต่างชาติอยู่เบื้องหลังการโค่นล้มรัฐบาลมอร์ซี จะต้องโยงอย่างน้อยอีก 3 ประเทศที่ให้การสนับสนุนรัฐบาลเฉพาะกาลปัจจุบันด้วย นั่นคือ ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และคูเวตที่สัญญาว่าจะให้ความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจรวมกันราว 12 พันล้านดอลลาร์
            และอาจรวมถึงรัฐบาลโอบามา ที่อิสราเอลอาจได้ปรึกษาเป็นการลับมาก่อนแล้ว หากย้อนดูอียิปต์สปริงตั้งแต่การโค่นล้มระบอบฮอสนี่ มูบารัค มีหลักฐานชัดเชนว่ารัฐบาลโอบามาอยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวของกองทัพอียิปต์ ทำให้นายมูบารัคที่ครองอำนาจ 3 ทศวรรษถูกโค่นล้มอย่างรวดเร็ว
            ดังนั้น หากวิเคราะห์ในแนวนี้จะได้ข้อสรุปว่า หลายประเทศได้ร่วมมือกันโค่นล้มรัฐบาลมอร์ซี กลุ่มภราดรภาพมุสลิม
            ไม่ว่าหลักฐานที่นายกรัฐมนตรีตุรกีอ้างถึงคืออะไร คำพูดของผู้เป็นนายกรัฐมนตรีที่กล่าวอย่างชัดถ้อยชัดคำ ในประเด็นที่อ่อนไหวเช่นนี้ ย่อมไม่ใช่เรื่องธรรมดา หรือละเลยไม่ให้ความสำคัญ

            เกือบสองเดือนแล้วที่ทหารยึดอำนาจประธานาธิบดีมอร์ซี แต่เรื่องราวยังไม่จบ รัฐบาลมานซูร์ยังคงวุ่นวายกับการยุติความขัดแย้ง นำประเทศสู่การปรองดองสมานฉันท์ ท่ามกลางแรงกดดันของนานาชาติที่เรียกร้องให้รัฐบาลยุติใช้ความรุนแรง หลายประเทศกำลังพิจารณาแขวนความช่วยเหลือชั่วคราว ในขณะที่กลุ่มภราดรภาพมุสลิมยุติการชุมนุมต่อเนื่อง นี่เป็นอาจสัญญาณที่ดี อาจชี้ชะตาของประเทศในอนาคต
21 สิงหาคม 2013

ชาญชัย คุ้มปัญญา
-------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง:
(อัพเดท 15 ส.ค. 13.00 น.) หลังจากรัฐบาลเฉพาะกาลของนายอัดลี มานซูร์มีคำสั่งให้ทหารตำรวจสลายการชุมนุมของกลุ่มผู้ชุมนุมที่ยังปักหลักชุมนุมยืดเยื้อ วันนี้เจ้าหน้าที่ได้เริ่มปฏิบัติการสลายการชุมนุมแล้ว ด้านภราดรภาพมุสลิม กับกลุ่มผู้สนับสนุนอดีตประธานาธิบดีมอร์ซี ประกาศเรียกร้องให้ประชาชนอียิปต์ทั่วประเทศออกจากบ้านเพื่อชุมนุมต่อต้านโดยด่วน
(อัพเดท 16 ส.ค. 16.20 น.) แม้ถูกทางการสลายการชุมนุม แต่กลุ่มผู้สนับสนุนอดีตประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด มอร์ซีไม่ยอมถอย ประกาศชุมนุมใหญ่ในวันศุกร์ (16 ส.ค.) หลังจากมีคนเสียชีวิตบาดเจ็บจากการสลายการชุมนุมจำนวนมาก ในขณะเดียวกันฝ่ายต่อต้านมอร์ซีก็เรียกร้องให้ประชาชนออกมาชุมนุมใหญ่เช่นกัน

บรรณานุกรม:
1. Egyptian security forces storm mosque filled with protesters, Fox News/AP/Reuters, 17 August 2013, http://www.foxnews.com/world/2013/08/17/egypt-muslim-brotherhood-calls-for-week-rallies-to-protest-killings/
2. Defiant protesters march in Egypt capital, Al Jazeera, 19 August 2013, http://www.aljazeera.com/news/middleeast/2013/08/2013818123034533733.html
3. Morsi supporters show weak mobilisation amid calls for solution to Egypt crisis, Ahram Online, 20 August 2013, http://english.ahram.org.eg/NewsContent/1/64/79485/Egypt/Politics-/Morsi-supporters-show-weak-mobilisation-amid-calls.aspx
4. Egypt arrests Muslim Brotherhood's leader, Reuters, 20 August 2013, http://www.reuters.com/article/2013/08/20/us-egypt-protests-idUSBRE97C09A20130820
5. Egypt’s Brotherhood says struggle will remain nonviolent, The Washington Post, 20 August 2013, http://www.washingtonpost.com/world/middle_east/egypts-brotherhood-says-struggle-will-remain-nonviolent/2013/08/20/dd95747a-0991-11e3-8974-f97ab3b3c677_story.html
6. “Erdogan blames Israel for Morsi’s downfall, Egypt unrest”, The Jerusalem Post, 20 August 2013, http://www.jpost.com/Diplomacy-and-Politics/Erdogan-Israel-orchestrated-Morsi-overthrow-Egypt-unrest-323679
-------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

America First, America Lonely

โดนัลด์ ทรัมป์ชูแนวคิด America First พร้อมทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ประเทศ แต่หลายนโยบายที่ยึดแนวทางนี้ส่งผลให้สหรัฐโดดเดี่ยวตัวเอง โลกกำลังก้าวสู่ความเป็นพหุภาคีมากขึ้น

หลักนโยบายแม่บทของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) หรือ “หลักนิยมทรัมป์” (Trump’s Doctrine) ตั้งอยู่บนแนวคิด “America First” (อเมริกาต้องมาก่อน) หมายถึงการบริหารประเทศที่ถือผลประโยชน์ของชาติกับพลเมืองเป็นที่ตั้ง แม้จะขัดแย้งประเทศอื่นๆ ละเมิดศีลธรรมคุณธรรม ตั้งอยู่บนหลักความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแบบสัจนิยม (Realism) แบบสุดขั้ว ระบบโลกเหมือนป่าดงดิบที่สัตว์ป่าทั้งหลายต่างดิ้นรนหาทางอยู่รอดโดยไม่คำนึงกฎใดๆ ยึดอธิปไตยชาติเป็นสำคัญ รัฐบาลทุกประเทศมีสิทธิ์และมีความรับผิดชอบต่อพลเมืองของตน เป็นลัทธิอเมริกานิยม (Americanism) ไม่ใช่โลกนิยม (globalism) บทความนี้เขียนขึ้นหลังประธานาธิบดีทรัมป์บริหารประเทศกว่าปีครึ่งแล้ว ความเป็น “อเมริกาต้องมาก่อน” ปรากฏชัดเจนมากขึ้น ในที่นี้จะนำเสนอบางตัวอย่างเพื่อให้เข้าใจหลักการดังกล่าวและปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น ไม่สนกติกาองค์การค้าโลกอีกต่อไป : ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวโจมตีองค์การค้าโลกเมื่อ…

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations
รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…

ติมอร์-เลสเต จะเป็นสมาชิกอาเซียนลำดับที่ 11 หรือไม่

นับจากประเทศกัมพูชาเข้าร่วมสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) เมื่อวันที่ 30 เมษายน ค.ศ. 1999 จนถึงบัดนี้ยังไม่มีประเทศใดเข้าร่วมอาเซียนอีก อาเซียนปัจจุบันจึงคงมีสมาชิกทั้งสิ้น 10 ประเทศ ไม่กี่ปีที่ผ่านมารัฐบาลประเทศติมอร์-เลสเตพยายามขอเข้าร่วมสมาคมอาเซียน เกิดคำถามว่าอาเซียนจะมีสมาชิกใหม่หรือไม่ อะไรเป็นเหตุผลการรับหรือไม่รับเข้าเป็นสมาชิก             เมื่อเอ่ยชื่อประเทศติมอร์-เลสเต (Timor-Leste) น้อยคนนักที่จะรู้จักหรือเคยไปเยือนประเทศนี้เนื่องจากเป็นรัฐเกิดใหม่ บางคนอาจรู้จักในนามติมอร์ตะวันออกจากข่าวการต่อสู้เพื่อเอกราชอย่างยาวนานกับอินโดนีเซีย ก่อนได้รับเอกราชอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ค.ศ. 2002             ติมอร์-เลสเต มีชื่ออย่างเป็นทางการว่าสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต ตั้งอยู่บนเกาะติมอร์ เดิมเป็นส่วนหนึ่งของอินโดนีเซีย เมื่อได้รับเอกราชแล้วอาณาเขตรัฐประกอบด้วยชนหลายกลุ่ม ทั้งพวกที่เคยต่อสู้เพื่อเอกราช พวกที่เดิมอาศัยอยู่ที่เขตเมืองหรือหมู่บ้านภายใต้การปกครองของอินโดนีเซีย และพวกที่ลี้ภัยออกนอกอาณาเขตเนื่องจากความไม่สงบที่ผ่านมา สภาพที่ประชาชนมี…