ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เกาะติดประเด็นร้อน “เลือกตั้งมาเลเซีย 2013” (2)

1 พฤษภาคม 2013 
ชาญชัย
สรุปสถานการณ์: (อัพเดท 1 พ.ค. 20.30 น.)
            ประเทศมาเลเซียกำลังจะมีการเลือกตั้งทั่วไปในวันอาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคมนี้ เป็นการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 13 นับจากประเทศได้รับเอกราชเมื่อปี 1957 ผลการเลือกตั้งครั้งก่อน (2008) พรรคร่วมรัฐบาลได้ 140 ที่นั่งจากจำนวนทั้งสิ้น 222 ที่นั่ง ส่วนพรรคร่วมฝ่ายค้านได้ 82 ที่นั่ง พรรคร่วมรัฐบาลสูญเสีย 58 ที่นั่ง เป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 1969 ที่พรรคร่วมรัฐบาลสูญเสียสถานะเสียงข้างมากสองในสามในรัฐสภา
            ปัจจุบันพรรครัฐบาลมีที่นั่งในสภา 135 ที่นั่ง ส่วนพรรคร่วมฝ่ายค้านมี 75 ที่นั่ง จากทั้งหมด 222 ที่นั่ง
            นักวิเคราะห์หลายคนเชื่อว่าการเลือกตั้งในปีนี้จะเป็นการเลือกตั้งที่สูสีที่สุดนับจากที่ประเทศมาเลเซียได้เอกราช บางคนเห็นว่าหากพรรคร่วมฝ่ายค้านเป็นฝ่ายชนะการเลือกตั้ง หรือไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งชนะขาด ตลาดทุนตลาดเงินมาเลเซียจะเกิดการเทขายทันที

คืบหน้าล่าสุด: (อัพเดท 1 พ.ค. 21.20 น.)
            แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลบีเอ็น Datuk Seri Najib Tun Razak เชื่อมั่นว่าคนชนบทยังให้การสนับสนุนพรรคร่วมรัฐบาล กล่าวว่า “ระหว่างที่ผมเยี่ยมเยือนหมู่บ้านต่างๆ และเขตพื้นที่ชนบท เห็นชัดว่าประชาชนยังสนับสนุนพรรคบีเอ็นอย่างแข็งแกร่ง” หลักการของบีเอ็นนั้นง่ายๆ คือเมื่อเราให้สัญญาแล้วเราจะทำตามสัญญา
(Transformation Is Better Than ‘Reform’ – Najib, The Kuala Lumpur Post)
            ด้านนายอันวาร์ อิบราฮิมผู้นำพรรคร่วมฝ่ายค้านส่ง twitter ประกาศว่า “การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องของพรรคการเมืองหรือผู้นำ แต่เป็นเรื่องของประชาขนที่ต้องการเปลี่ยนประเทศนี้” 
(Malaysia faces tight election race, Australia Network News)
            นายเกวิน กรีนวูด นักวิเคราะห์จาก Hong Kong-based Allan & Associates เห็นว่าการเลือกตั้งในวันอาทิตย์นี้ พรรคร่วมฝ่ายค้านจะมีชัยใน “รัฐเนกรีเซมบิลันกับรัฐเประ แต่พรรคร่วมรัฐบาลบีเอ็นยังจะเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลต่อไป
(Luke Hunt, Malaysians Braced for Election and its Aftermath, The Diplomat)
            นอกจากนี้นักวิเคราะห์บางคนเห็นว่า รัฐปีนังฝ่ายค้านจะชนะอีก ทำนองเดียวกันรัฐกลันตันจะเป็นที่นั่งของฝ่ายรัฐบาล แต่บางรัฐอย่างเกดะห์ยากจะเดาว่าพรรคใดจะชนะ

วิเคราะห์: (อัพเดท 1 พ.ค. 20.30 น.)
            จนถึง ณ เวลานี้ นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เห็นว่าพรรคร่วมรัฐบาลบีเอ็นจะได้เป็นฝ่ายจัดตั้งรัฐบาลต่ออีกสมัย แต่จะได้เสียงข้างมากสองในสามเหมือนอดีตหรือไม่ยังเป็นที่สงสัย บางคนเชื่อว่าฝ่ายค้านจะได้ที่นั่งเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับการเลือกตั้งครั้งก่อน (2008)
            ตลอดหลายปีที่ผ่านมาพรรคร่วมรัฐบาลได้รับความนิยมจากคนในชนบท เนื่องจากนโยบายเศรษฐกิจหลายอย่างให้ความช่วยเหลือต่อคนกลุ่มนี้ กล่าวได้ว่าเป็นความสัมพันธ์อันเก่าแก่หลายสิบปี พื้นที่ชนบทในหลายรัฐจึงเป็นฐานที่มั่นสำคัญของพรรครัฐบาล
            ส่วนพวกเชื้อสายจีนกับอินเดียมีทั้งพวกที่สนับสนุนพรรคร่วมรัฐบาลกับสนับสนุนพรรคร่วมฝ่ายค้าน
            ในขณะที่คนรุ่นใหม่กับผู้มีการศึกษาจำนวนมากมีแนวโน้มชอบพรรคร่วมฝ่ายค้านมากกว่า
            ไม่ว่าผู้สิทธิออกเสียงราวสิบสามล้านสองแสนคนจะเลือกพรรคไหนในวันอาทิตย์นี้ นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซะก์ต้องการอย่างเดียวคือพรรคร่วมรัฐบาลต้องกลับมาได้ที่นั่งสองในสามในสภาอีกครั้ง
            การเลือกตั้งครั้งนี้นอกจากต้องดู “ผลการเลือกตั้ง” ยังต้องดู “ผลกระทบ” หลังการเลือกตั้งด้วย และหวังว่าจะไม่เกิดเหตุวุ่นวายหลังประกาศ “ผลการเลือกตั้ง”
-------------------
บทวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้อง:
1. เกาะติดประเด็นร้อนเลือกตั้งมาเลเซีย2013”
(อัพเดท 30 เม.ษ. 20.10 น.) นักวิเคราะห์บางคนเห็นว่าหากพรรคร่วมฝ่ายค้านเป็นฝ่ายชนะการเลือกตั้ง หรือไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งชนะขาด ตลาดทุนตลาดเงินมาเลเซียจะเกิดการเทขายทันที
2. เกาะติดประเด็นร้อน“เลือกตั้งมาเลเซีย2013” (3)
(อัพเดท 3 พ.ค.10.10 น.) การเลือกตั้งครั้งนี้นอกจากต้องดู “ผลการเลือกตั้ง” ยังต้องดู “ผลกระทบ” หลังการเลือกตั้งด้วย และหวังว่าจะไม่เกิดเหตุวุ่นวายหลังประกาศ “ผลการเลือกตั้ง”
3. ความฮึกเหิมของแนวร่วมฝ่ายค้านมาเลเซียและข้อโต้แย้ง
ภายใต้การนำของนายอันวาร์ อิบราฮิมทำให้แนวร่วมฝ่ายค้านให้ได้ที่นั่งในสภาเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าตัวในการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2008 เป็นจุดเริ่มต้นทำให้ประชาชนที่สนับสนุนแนวร่วมฯ เชื่อว่าพวกเขามีโอกาสโค่นล้มการบริหารประเทศที่พรรคอัมโนเป็นแกนนำตลอด 56 ปี แต่ความหวังนั้นมีอุปสรรค ปัญหาหลายประการ
------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

กำเนิด “รัฐสมัยใหม่” ตัวแสดงเอกของโลก

ในโลกปัจจุบัน ในบรรดาตัวแสดงทุกประเภท “รัฐ” เป็นตัวละครหลัก/ ตัวแสดงเอก (primary actor) ของระบบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ไม่แปลกที่รัฐจะปรากฏอยู่ในหน้าข่าวต่างประเทศทุกวันและมากที่สุด
บทความนี้จะนำเสนอประวัติกำเนิด “รัฐสมัยใหม่” และข้อวิพากษ์ ประวัติที่มา :
            เมื่อจักรวรรดิโรมันเสื่อมสลาย ดินแดนในทวีปยุโรปแยกออกเป็นแว่นแคว้นต่างๆ ที่เป็นอิสระต่อกัน เช่น อิตาลีแบ่งออกเป็นรัฐลอมบาร์ดี โรมานญา ทัสคานี เนเปิล ซีซีลี รัฐสันตะปาปา ฯลฯ เยอรมนีแยกออกเป็นรัฐแซกซอน ฟรังโกเนีย บาวาเรีย ชวาเบน ไมเซน ฯลฯ ฝรั่งเศสแยกออกเป็นรัฐบูร์กอญ กาสกอญ ตูลูส โพรวองส์ ฯลฯ เช่นเดียวกับสเปนและยุโรปตะวันออก เป็นสภาพที่อำนาจการเมืองกระจัดกระจายไม่รวมศูนย์ดังสมัยจักรวรรดิโรมัน             จากนั้นการปกครองค่อยๆ พัฒนาเป็นระบบฟิลดัล (Feudal system) กับศาสนจักรโรมันคาทอลิก
            ศาสนจักรโรมันคาทอลิกเป็นองค์กรเดียวที่มีโครงสร้างทางอำนาจเข้มแข็ง บาทหลวงกระจายอยู่ทุกหนแห่ง ทุกแว่นแคว้น เป็นที่พึ่งของประชาชนท่ามกลางสภาวะสงคราม ความทุกข์ยากลำบากต่างๆ             ในปี ค.ศ.800 เกิดเหตุการณ์สำคัญคือ หลังจากพระเจ้าช…

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations
รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเป็นแง่ลบคือ หมายถึง ความหย่อนยานในทางศีลธรรมจรรยา การไม่คำนึงถึงระเบียบวินัยทางเพศและศาสนา (เช่นพวกฮิปปี้ในอเมริกา) หลักสำค…