วันพฤหัสบดีที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2556

เกาะติดประเด็นร้อน "การตอบโต้ระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐฯ และพันธมิตร” (7)

18 เมษายน 2013
ชาญชัย
สรุปสถานการณ์(อัพเดท 18 เม.ษ. 10.00 น.)
            ทางการเกาหลีเหนือยังคงประกาศจุดยืนเดิมว่าพร้อมจะทำสงครามกับสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ พร้อมจะโจมตีโดยไม่เตือนล่วงหน้า ในขณะที่ฝ่ายสหรัฐฯ พยายามเรียกร้องให้เจรจา
            สถานการณ์ล่าสุดให้ความสำคัญกับคาดการณ์การปล่อยขีปนาวุธพิสัยกลาง และคาดการณ์ผลสืบเนื่องที่จะตามมา เช่น สหรัฐฯ อาจเปลี่ยนนโยบายต่างประเทศต่อเกาหลีเหนือหากเกาหลีเหนือปล่อยขีปนาวุธดังกล่าวซึ่งอาจทำให้สถานการณ์คาบสมุทรตึงเครียดกว่าเดิม
            ขีปนาวุธพิสัยกลางมูซูดาน (Musudan) พิสัย 3-4 พันกิโลเมตร อย่างน้อย 1-2 ลูก ได้รับการติดตั้งที่ชายฝั่งด้านตะวันออก รัศมีการยิงครอบคลุมเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ฐานทัพอเมริกาในเกาะกวม ฝ่ายสหรัฐฯ กับพันธมิตรเตรียมพร้อมรับมือขีปนาวุธดังกล่าวอย่างเต็มที่แล้ว

คืบหน้าล่าสุด: (อัพเดท 18 เม.ษ. 10.00 น.)
            ทุกประเทศมุ่งหน้าเรียกร้องเจรจา
            วันนี้ (18 เมษายน) ทางการเกาหลีปฏิเสธไม่ขอเจรจากับเกาหลีใต้ตราบใดที่เกาหลีใต้ยังแสดงพฤติกรรมเป็นปฏิปักษ์ แถลงการณ์ดังกล่าวเป็นการยืนยันการปฏิเสธต่อข้อเรียกร้องของเกาหลีใต้กับสหรัฐฯ เมื่อสองวันก่อน (N.K. warns it will never engage in talks if Seoul seekshostile act, Yonhap)
            ด้านสหรัฐฯ รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศจอห์น เคอร์รีเรียกร้องอีกครั้งให้รัฐบาลจีนกดดันเกาหลีเหนือ ย้ำว่าเกาหลีเหนืออยู่ได้เพราะมีจีนสนับสนุน “จีนให้ความช่วยเหลือด้านอาหารแก่ฝ่ายเหนือ ดังนั้นจึงต้องทำงานร่วมกับจีน” และที่ผ่านมาจีนได้แสดงความปรารถนาดังกล่าวแล้ว
(Kerry: China, key to President Park's campaign to reach outto Pyongyang, Yonhap)
            เมื่อวันอังคาร (16) ประธานาธิบดีบารัก โอบามากล่าวอย่างชัดเจนว่าเกาหลีเหนือยังไม่มีขีปนาวุธข้ามทวีปติดหัวรบนิวเคลียร์ “จากข้อมูลข่าวกรองล่าสุด เรายังไม่คิดว่าพวกเขามี” ขีปนาวุธข้ามทวีปติดหัวรบนิวเคลียร์ พร้อมกับเตือนรัฐบาลเปียงยางว่าพวกเขาอาจแสดง “พฤติกรรมยั่วยุได้อีกหลายสัปดาห์” แต่เป็นการดีกว่าถ้าพวกเขาพยายามแก้ปัญหาด้วยวิถีทางการทูต (Obama says DPRK has no nuclear missile capability, Xinhua)

วิเคราะห์: (อัพเดท 18 เม.ษ. 10.00 น.)
             คาบสมุทรเกาหลียังคงตึงเครียดไม่เปลี่ยนแปลง แต่กลายเป็นความชาชิน เห็นว่าความตึงเครียดส่วนหนึ่งเกิดการวาทะกรรม และการเตรียมพร้อมด้านการทหาร แต่ไม่มีประเทศใดประเทศหนึ่งคิดจะทำสงครามรุกรานอีกประเทศ
            คำกล่าวของปธน.โอบามาเป็นการตอกย้ำอีกครั้งอย่างชัดเจนว่าฝ่ายสหรัฐฯ ไม่เชื่อไม่ยอมรับว่าเกาหลีเหนือมีอาวุธนิวเคลียร์แล้ว สวนทางกับคำประกาศของรัฐบาลเปียงยางที่ขู่ว่าจะโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์
            สถานการณ์จะระอุขึ้นอีกครั้งหากเกาหลีเหนือแสดงออกอย่าง “เป็นจริงเป็นจัง” เช่น ยิงขีปนาวุธ แต่ที่สุดแล้วทุกฝ่ายจะกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาอีกครั้ง และดูเหมือนกว่ากำลังมุ่งสู่ทิศทางนั้นมากขึ้นเรื่อยๆ
-------------------
บทวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้อง:
 -------------

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น