ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เข้าใจอาเซียน ตอน: การใช้ประโยชน์จากลักษณะวิถีอาเซียน

“ลักษณะวิถีอาเซียน” เป็นหลักคิดพื้นฐานสำคัญต่อผู้ศึกษาผู้ปรารถนาเข้าใจเรื่องราวของอาเซียน เพื่อประโยชน์ของผู้ศึกษา ผู้ตั้งใจใช้ลักษณะวิถีอาเซียนในการวิเคราะห์ทำความเข้าใจเรื่องราวของอาเซียน มีข้อแนะนำบางประการที่เป็นประโยชน์ ดังนี้
            1. ใช้เป็นความเข้าใจพื้นฐานที่สำคัญของอาเซียน
            การจะเข้าใจเหตุการณ์เรื่องราวของอาเซียนจำต้องเข้าใจพื้นฐานอาเซียน ความรู้พื้นฐานอาเซียนมีหลายอย่างหลายด้าน ขึ้นกับประเด็นหรือหัวข้อศึกษา ลักษณะวิถีอาเซียนคือส่วนสำคัญที่สุดส่วนหนึ่งที่จะช่วยเข้าใจวิธีคิด วิธีปฏิบัติ แนวทางการตัดสินใจของอาเซียน
            การเข้าใจลักษณะวิถีอาเซียนจะช่วยตีความ ประหยัดเวลาในการทำความเข้าใจเรื่องราวสำคัญๆ ของอาเซียนได้เป็นอันมาก
            2. ตระหนักเรื่องการให้น้ำหนัก
            เรื่องราวอาเซียนที่เกิดขึ้นแต่ละครั้งหรือแต่ละประเด็นไม่ได้หมายความว่าจะต้องสอดคล้องกับลักษณะวิถีอาเซียนทุกข้อทุกลักษณะพร้อมๆ กัน หรือมีน้ำหนักแต่ละลักษณะเท่ากัน  บางเรื่องบางครั้งอาจสอดรับกับบางลักษณะมากเป็นพิเศษ บางลักษณะอาจมีน้ำหนักน้อย ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว
เหตุผลสำคัญที่เป็นเช่นนี้เพราะการตัดสินใจของชาติสมาชิกอาเซียนไม่ขึ้นกับหลักเกณฑ์ที่แน่นอนตายตัว เป็นหนึ่งในลักษณะวิถีอาเซียนนั่นเอง
การศึกษาติดตามประเด็นอย่างต่อเนื่องจากช่วยทำให้ทราบว่าควรใช้ลักษณะวิถีอาเซียนข้อใด
            3. ต้องใช้ควบคู่กับการติดตามเหตุการณ์
            เป็นหลักพื้นฐานว่าการที่จะเข้าใจเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างถูกต้องสมบูรณ์จำต้องติดตามเหตุการณ์เรื่องราวนั้นๆ อย่างต่อเนื่อง ให้รู้ต้นกำเนิดของเรื่อง เรื่องราวที่ดำเนินไป พัฒนาการต่างๆ ซึ่งอาจเป็นสถานการณ์ที่ขัดแย้งมากขึ้นหรือลดลง หรืออยู่ในสภาพต่างฝ่ายต่างนิ่งเฉย ผู้ศึกษาควรศึกษาเรื่องราวอย่างมีลำดับเหตุการณ์ ทำให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจน ครบถ้วน รู้ว่าข้อมูลหรือประเด็นส่วนใดมีความสำคัญมากน้อยเพียงไร
สนใจคลิกที่รูป

            เรื่องราวของอาเซียนหลายเรื่องเกิดขึ้นมานานหลายปีหรือแม้กระทั่งหลายสิบปี จึงมีข้อมูลจำนวนมากเป็นประโยชน์แก่การศึกษา บางเรื่องมีลักษณะเกิดซ้ำๆ
            การติดตามเหตุการณ์ที่มีลักษณะเกิดขึ้นซ้ำๆ เป็นการตรวจสอบในตัวเองว่าข้อมูล ข้อสรุปที่ได้ถูกต้องแม่นยำเพียงไร มีรายละเอียดครบถ้วนหรือไม่ และยังช่วยคาดการณ์อนาคต
            4. ใช้อย่างสม่ำเสมอ
            ดังคำกล่าวว่า “การฝึกฝนทำให้เกิดความชำนาญ” การใช้ลักษณะวิถีอาเซียนอย่างสม่ำเสมอจะทำให้ใช้อย่างคล่องแคล่ว ใช้อย่างเข้าใจ ได้ประโยชน์จากหลักการเหล่านี้
            การใช้ในระยะแรกอาจไม่เคยชิน ไม่มั่นใจว่าจะเลือกใช้ลักษณะข้อใด ถูกต้องหรือไม่ แต่เมื่อใช้อย่างสม่ำเสมอจะคุ้นชินและรู้ว่าควรจะเลือกใช้ข้อไหน อย่างไร ยิ่งใช้บ่อยจะยิ่งทำให้เกิดความมั่นใจในการใช้
            5. ศึกษาประสบการณ์ของผู้อื่น
            มีงานวิจัย ข้อเขียนทางวิชาการจำนวนมากที่พูดถึงวิถีอาเซียน (ASEAN way) การศึกษางานวิชาการเหล่านี้จะช่วยให้เข้าใจลักษณะวิถีอาเซียนมากขึ้น หรือแม้กระทั่งงานวิจัยงานวิชาการอื่นๆ ที่เกี่ยวกับอาเซียนจะช่วยให้เห็นตัวอย่างการวิเคราะห์ การตีความที่อาศัยลักษณะวิถีอาเซียนอย่างหลากหลาย
            การศึกษาการอ่านงานของผู้อื่นที่หลากหลายจะช่วยให้เห็นมุมมองที่แตกต่างและเข้าใจมากขึ้นยิ่งขึ้น ดังนั้น ผู้ศึกษาควรให้เวลาและศึกษาด้วยใช้ความคิดวิเคราะห์ ไตร่ตรอง

            สรุป ในการศึกษาเรื่องราวอาเซียนเรื่องใดเรื่องหนึ่ง จำต้องเข้าใจพื้นฐานอาเซียน เข้าใจลักษณะวิถีอาเซียน เข้าใจเรื่องราวที่เกิดขึ้น แล้วนำเอาหลักการ ข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์ร่วมกัน
            การติดตามเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งอย่างต่อเนื่อง การวิเคราะห์เหตุการณ์นั้นซ้ำๆ หลายครั้งในเวลาที่แตกต่างออกไปจะช่วยทำให้เกิดความเข้าใจได้อย่างถูกต้อง ชัดเจน แม่นยำมากขึ้นตามลำดับ เปรียบเสมือนการทำความเข้าใจกับบุคคลผู้หนึ่งที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน การได้ข้อแนะนำว่าบุคคลผู้นี้มีนิสัยลักษณะนิสัยอย่างไร ผนวกกับการติดตามทำความรู้จักอย่างต่อเนื่อง เมื่อเวลาผ่านระยะหนึ่งก็จะเข้าใจบุคคลผู้นี้มากขึ้น
            ที่สุดแล้ว ประสบการณ์การวิเคราะห์ การใช้ประโยชน์จากลักษณะวิถีอาเซียนอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้สามารถใช้เครื่องมือนี้ได้อย่างคล่องแคล่ว
6 กุมภาพันธ์ 2013

ชาญชัย คุ้มปัญญา
------------------------
ประชาสัมพันธ์ :
เชิญมาร่วมธุรกิจเครือข่ายกับคุณก้อง อรรฆรัตน์ นิติพล ผู้ผลิตรายการอายุน้อยร้อยล้าน
INDEEM (อินดีม) เครือข่ายผู้บริโภค สินค้าคุณภาพ ใช้ดีแล้วบอกต่อ เพิ่มโอกาสเพิ่มรายได้ เครือข่ายที่ให้ความสำคัญกับสมาชิกทุกคน



ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

America First, America Lonely

โดนัลด์ ทรัมป์ชูแนวคิด America First พร้อมทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ประเทศ แต่หลายนโยบายที่ยึดแนวทางนี้ส่งผลให้สหรัฐโดดเดี่ยวตัวเอง โลกกำลังก้าวสู่ความเป็นพหุภาคีมากขึ้น

หลักนโยบายแม่บทของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) หรือ “หลักนิยมทรัมป์” (Trump’s Doctrine) ตั้งอยู่บนแนวคิด “America First” (อเมริกาต้องมาก่อน) หมายถึงการบริหารประเทศที่ถือผลประโยชน์ของชาติกับพลเมืองเป็นที่ตั้ง แม้จะขัดแย้งประเทศอื่นๆ ละเมิดศีลธรรมคุณธรรม ตั้งอยู่บนหลักความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแบบสัจนิยม (Realism) แบบสุดขั้ว ระบบโลกเหมือนป่าดงดิบที่สัตว์ป่าทั้งหลายต่างดิ้นรนหาทางอยู่รอดโดยไม่คำนึงกฎใดๆ ยึดอธิปไตยชาติเป็นสำคัญ รัฐบาลทุกประเทศมีสิทธิ์และมีความรับผิดชอบต่อพลเมืองของตน เป็นลัทธิอเมริกานิยม (Americanism) ไม่ใช่โลกนิยม (globalism) บทความนี้เขียนขึ้นหลังประธานาธิบดีทรัมป์บริหารประเทศกว่าปีครึ่งแล้ว ความเป็น “อเมริกาต้องมาก่อน” ปรากฏชัดเจนมากขึ้น ในที่นี้จะนำเสนอบางตัวอย่างเพื่อให้เข้าใจหลักการดังกล่าวและปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น ไม่สนกติกาองค์การค้าโลกอีกต่อไป : ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวโจมตีองค์การค้าโลกเมื่อ…

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations
รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…

ติมอร์-เลสเต จะเป็นสมาชิกอาเซียนลำดับที่ 11 หรือไม่

นับจากประเทศกัมพูชาเข้าร่วมสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) เมื่อวันที่ 30 เมษายน ค.ศ. 1999 จนถึงบัดนี้ยังไม่มีประเทศใดเข้าร่วมอาเซียนอีก อาเซียนปัจจุบันจึงคงมีสมาชิกทั้งสิ้น 10 ประเทศ ไม่กี่ปีที่ผ่านมารัฐบาลประเทศติมอร์-เลสเตพยายามขอเข้าร่วมสมาคมอาเซียน เกิดคำถามว่าอาเซียนจะมีสมาชิกใหม่หรือไม่ อะไรเป็นเหตุผลการรับหรือไม่รับเข้าเป็นสมาชิก             เมื่อเอ่ยชื่อประเทศติมอร์-เลสเต (Timor-Leste) น้อยคนนักที่จะรู้จักหรือเคยไปเยือนประเทศนี้เนื่องจากเป็นรัฐเกิดใหม่ บางคนอาจรู้จักในนามติมอร์ตะวันออกจากข่าวการต่อสู้เพื่อเอกราชอย่างยาวนานกับอินโดนีเซีย ก่อนได้รับเอกราชอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ค.ศ. 2002             ติมอร์-เลสเต มีชื่ออย่างเป็นทางการว่าสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต ตั้งอยู่บนเกาะติมอร์ เดิมเป็นส่วนหนึ่งของอินโดนีเซีย เมื่อได้รับเอกราชแล้วอาณาเขตรัฐประกอบด้วยชนหลายกลุ่ม ทั้งพวกที่เคยต่อสู้เพื่อเอกราช พวกที่เดิมอาศัยอยู่ที่เขตเมืองหรือหมู่บ้านภายใต้การปกครองของอินโดนีเซีย และพวกที่ลี้ภัยออกนอกอาณาเขตเนื่องจากความไม่สงบที่ผ่านมา สภาพที่ประชาชนมี…