ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เกาะติดประเด็นร้อน “ความขัดแย้งในประเทศซีเรีย” (14)

สรุปสถานการณ์: (อัพเดท 8 ก.ย. 21.50 น. สหรัฐฯ กับรัสเซียเสริมกองทัพเข้าไปที่ตะวันออกกลางและแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียลอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับรัสเซียแสดงจุดยืนสนับสนุนรัฐบาลอัสซาด ส่งเรือรบหลายลำสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียลเช่นกัน สัปดาห์นี้รัฐสภาอเมริกันจะเปิดประชุมพิจารณาญัตติโจมตีซีเรีย
คืบหน้าล่าสุด: (อัพเดท 8 ก.ย. 21.50 น.)
            สหภาพยุโรปมีข้อสรุปว่าการโจมตีเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม น่าจะเป็นฝีมือของรัฐบาลอัสซาด พร้อมกับเสนอให้สหรัฐฯ รอผลพิสูจน์หลักฐานจากเจ้าหน้าที่สหประชาชาติก่อนโจมตี นายจอห์น เคอร์รี่เห็นว่าคำประกาศจากอียู “สนับสนุนว่ารัฐบาลอัสซาดต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่ได้กระทำ”
            สำนักข่าว AP รายงานว่าคำประกาศของอียูดังกล่าวเป็นความริเริ่มจากนายฟร็องซัว ออล็องด์ ประธานาธิบดีฝรั่งเศสที่เห็นว่าควรรอรายงานจากสหประชาชาติก่อนตัดสินใจเข้าแทรกแซงทางทหาร

            นาย Guido Westerwelle รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศเยอรมันหวังว่าสหรัฐฯ จะเลียนแบบฝรั่งเศส พวกเราต่างยินดีกับเรื่องที่ “ฝรั่งเศสตัดสินใจรอการนำเสนอรายงานของสหประชาชาติ” พวกเรา “คาดดว่าอเมริกาหุ้นส่วนของเราจะดำเนินตามแบบฝรั่งเศส” ก่อนตัดสินใจดำเนินมาตรการใดๆ “ผมประทับใจที่ฝ่ายอเมริกาเข้าใจสิ่งที่เราคาดหวังและพวกเขาจะนำเรื่องนี้เข้าไปในกระบวนการตัดสินใจของเขา”
            นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงว่าควรนำเรื่องส่งศาลอาญาระหว่างประเทศ (International Criminal Court) เพื่อพิจารณาไต่สวนความผิด แถลงการณ์ของ G-20 มีเนื้อหาค่อนไปทางประณามรัฐบาลซีเรียเรื่องอาวุธเคมี แต่ไม่กล่าวว่าจะต้องลงโทษด้วยการโจมตีซีเรีย

วิเคราะห์: (อัพเดท 8 ก.ย. 21.50 น.)
            (เกาะติดประเด็นร้อนฉบับนี้จะมุ่งติดตามคืบหน้าสถานการณ์ล่าสุด และกับรายงานผลกระทบต่อตลาดเงินตลาดทุน)
            วิเคราะห์ประเด็นทางการเมือง:
            1. อียูประณามรัฐบาลอัสซาด แต่เรียกร้องรอรายงานจากสหประชาติ
            ท่าทีของอียูชัดเจนว่าไม่ต้องการให้ฝ่ายใดต้องเสียหน้า อียูตระหนักว่าการใช้อาวุธเคมีผิดกฎหมายระหว่างประเทศ แต่การตัดสินใจชี้ขาดควรเป็นหน้าที่ของสหประชาชาติ และน่าจะให้ศาลอาญาระหว่างประเทศเป็นผู้ชี้ว่าควรได้รับโทษอย่างไร
            ข้อสังเกตคือฝรั่งเศสซึ่งสนับสนุนการโจมตีมาตั้งแต่ต้น มีกองเรือลอยลำในทะเลเมดิเตอร์เรเนียลพร้อมโจมตี ยังต้องโอนอ่อนกับท่าทีของอียู ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าอียูไม่ต้องการให้สหรัฐฯ ลงมือโจมตีตามอำเภอใจ ควรดำเนินตามขั้นตอน ตามระบบระหว่างประเทศมากกว่า
สนใจคลิกที่รูป

            2.ทางเลือกของคองเกรส
            เมื่อเป็นเช่นนี้ การตัดสินใจที่สำคัญของสัปดาห์นี้คือ การประชุมของรัฐสภาอเมริกัน ทางเลือกมีเพียงสองทางใหญ่ๆ คือ โจมตีกับยังไม่โจมตี แต่สามารถแยกแยะออกเป็นหลายทางเพื่อให้เห็นความแตกต่าง
            1) มีมติไม่สนับสนุนรัฐบาลโอบามาโจมตีซีเรียอย่างสิ้นเชิง แต่เสนอลงโทษรัฐบาลซีเรียด้วยแนวทางอื่นๆ ช่วยเหลือฝ่ายต่อต้าน
            เช่น คว่ำบาตรทางเศรษฐกิจให้เข้มงวดมากขึ้น ให้ความช่วยเหลือฝ่ายต่อต้านเพิ่มมากขึ้น แนวทางนี้เป็นทางออกแก่ประเทศที่ไม่ต้องพูดเรื่องโจมตีซีเรียเพราะเหตุวันที่ 21 สิงหาคมอีกต่อไป เนื่องจากได้ลงโทษรัฐบาลซีเรียด้วยวิธีการอื่นๆ แล้ว อีกทั้งรัฐบาลโอบามายืนยันมาโดยตลอดว่าปัญหาซีเรียต้องแก้ไขด้วยวิถีทางการเมือง
            2) มีมติรอรายงานของสหประชาชาติ
            การอ้างรอรายงานสหประชาชาติ เป็นเพียงกลยุทธ์เพื่อไม่ต้องลงมติโจมตีซีเรีย เพราะสหประชาชาติยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่ารายงานจะออกเมื่อใด ที่สำคัญคือดังที่เคยวิเคราะห์ครั้งก่อนๆ แล้วว่าภารกิจของเจ้าหน้าที่สหประชาชาติคือหาหลักฐานเพื่อพิสูจน์ว่ามีการใช้อาวุธเคมีหรือไม่ ไม่มีหน้าที่สรุปว่าใครหรือฝ่ายใดเป็นผู้ใช้ ที่สุดแล้วรายงานของสหประชาชาติคือมีการใช้อาวุธเคมีเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่เพราะตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมามีการกล่าวหาหลายครั้ง
            ดังนั้น หากคองเกรสลงมติให้รอรายงานสหประชาชาติจะมีน้ำหนักค่อนไปทางไม่โจมตีซีเรีย
            3) รัฐสภาอเมริกาขอเวลาพิจารณาข้อมูลเพิ่มเติม
            แนวทางนี้เป็นอีกแนวทางหนึ่งเพื่อเลื่อนการโจมตี ด้วยข้ออ้างที่ไม่ประเทศไม่ต้องเสียหน้า ไม่ต้องอ้างสหประชาชาติ อีกทั้งยังเป็นวิธีการที่ไม่ปิดกั้นทางของตนเอง ในอนาคตรัฐสภาอาจนำเรื่องการโจมตีซีเรียขึ้นมาพิจารณาใหม่อีกรอบ
            4) มีมติโจมตีซีเรีย
            อ้างหลักฐานการใช้อาวุธเคมีของอเมริกา อ้างการล้ำเส้นต้องห้าม ฯลฯ

            สรุป ไม่ว่าคองเกรสจะมีมติเช่นไร การตัดสินใจของคองเกรสจะมีผลต่อนโยบายการโจมตีซีเรียของนโยบายโอบามาอย่างยิ่ง หากมติมีผลเลื่อนการโจมตีน่าจะวิเคราะห์ว่าโอกาสโจมตีจะเหลือน้อยมาก หากอนาคตจะมีการโจมตีจะต้องรอสัญญาณใหม่อีกรอบ
            อียูเป็นตัวอย่างกลุ่มประเทศล่าสุดที่แสดงอาการไม่เห็นด้วย อุปสรรคของประธานาธิบดีโอบามาในขณะนี้ไม่ใช่อยู่ที่สมาชิกรัฐสภาโดยตรง แต่อยู่ที่การแสดงออกของชาวอเมริกันว่าจะต่อต้านมากเพียงไร จะสังเกตเห็นได้ว่าประธานาธิบดีพยายามลดกระแสดังกล่าวด้วยอ้างว่าเพื่อความปลอดภัยมั่นคงของประเทศ เป็นการโจมตีอย่างจำกัด จะไม่ส่งทหารเข้ารบในพื้นราบอย่างกรณีอิรัก อัฟกานิสถานโดยเด็ดขาด

            ผลกระทบต่อตลาดทุน:
            (ข้อมูลส่วนนี้จะปรับตามเวลา เพื่อแสดงสถานะล่าสุด)
            ราคาน้ำมันดิบ WTI ในตลาดซื้อขายล่วงหน้า NYMEX ที่สหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ (7 ก.ย.) ปรับสูงทะลุ 109 ราคาเคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง 108-111 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังประธานาธิบดีปูตินประกาศว่าจะช่วยเหลือรัฐบาลซีเรียถ้าถูกโจมตี
            ส่วนตลาดหุ้นสหรัฐฯ อ่อนตัวแรงในช่วงแรกแล้วขยับกลับมาที่ราคาใกล้เคียงราคาเปิด

            วิเคราะห์: รัสเซียมีความสัมพันธ์เป็นมิตรกับรัฐบาลอัสซาดมาหลายทศวรรษ ย้อนตั้งแต่สมัยบิดาของประธานาธิบดีบาชาร์ อัลอัสซาด ตลอดสองปีครึ่งตั้งแต่เกิดความขัดแย้งในซีเรีย รัฐบาลปูตินให้ความช่วยเหลือมาโดยตลอดทั้งแบบเปิดเผยกับปกปิด
            สถานการณ์การเสริมกำลังรบในตะวันออกกลาง ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียล มีกำลังรบของรัสเซียอยู่ด้วย แต่การประกาศว่าจะช่วยเหลือถ้าโจมตีไม่น่าจะเป็นการปะทะโดยตรงระหว่างรัสเซียกับสหรัฐฯ น่าจะเป็นการช่วยเหลือเรื่องระบบข้อมูลมากกว่า เพื่อให้กองทัพอัสซาดป้องกันการโจมตีอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ระบบเรดาห์ซีเรียแม้ถูกทำลายก็ยังมีระบบของรัสเซียที่คอยให้ข้อมูล
            ปัจจัยดันราคาน้ำมันยังเป็นปัจจัยจิตวิทยา
            อนึ่ง การวิเคราะห์นี้มุ่งอธิบายสถานการณ์ความขัดแย้งในซีเรีย ยังมีอีกหลายปัจจัยที่จะส่งผลต่อตลาดเงินตลาดทุน

            สัปดาห์นี้หรือระหว่างนี้จึงต้องติดตามกระแสการเมืองภายในประเทศอเมริกัน การเมืองระหว่างประเทศ ผลการตรวจสอบของสหประชาชาติ เพื่อประเมินว่ารัฐสภาน่าจะมีมติในทางใด
            ณ วันนี้สัญญาณการโจมตีเปลี่ยจาก “ชัดเจน” มาเป็นจุดเดิมคืออาจโจมตีหรือไม่โจมตีก็เป็นได้ ถ้าผลสรุปคือโจมตี การโจมตีน่าจะเกิดขึ้นภายในสัปดาห์นี้ หากมติมีผลเลื่อนการโจมตีน่าจะวิเคราะห์ว่าโอกาสโจมตีจะเหลือน้อยมาก หากอนาคตจะมีการโจมตีจะต้องรอสัญญาณใหม่อีกรอบ
8 กันยายน 2013
ชาญชัย คุ้มปัญญา
----------------------
ประชาสัมพันธ์ :
จองโรงแรมที่พักกับ Booking.com
728*90
บทวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้อง:
(อัพเดท 1 ก.ย. 20.40 น.) ประธานาธิบดีโอบามาร้องขอให้รัฐสภาอภิปรายเพื่อลงมติโจมตีซีเรีย สัญญาณการโจมตีเปลี่ยนจาก “ชัดเจน” มาเป็นจุดเดิมคืออาจโจมตีหรือไม่โจมตีก็เป็นได้ และมีแนวโน้มว่าหากเป็นการโจมตีคงต้องรออีกเป็นสัปดาห์
(อัพเดท 4 ก.ย. 1.15 น.) สถานการณ์ขณะนี้คือประธานาธิบดีโอบามากำลังรวบรวมให้ได้เสียงข้างมาก เพียงพอที่รัฐสภาจะประกาศโจมตีซีเรีย โดยไม่รอผลการตรวจสอบหลักฐานจากเจ้าหน้าที่สหประชาชาติ หากเป็นเช่นนั้นจริง การโจมตีน่าจะเกิดขึ้นภายในสัปดาห์หน้า หลังการอภิปรายและรัฐสภาลงมติ

บรรณานุกรม:
1. “EU agrees Syria behind gas attack, urges U.S. to hold off”, CBC News/AP, 7 September 2013, http://www.cbc.ca/news/world/story/2013/09/07/syria-military-strike-europe-urge-us-hold-off.html
2. Crude Climbs to Two-Year High on Syria, Bloomberg, 8 September 2013, http://www.bloomberg.com/news/2013-09-06/crude-rises-for-second-day-after-jobs-report.html
----------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

American exceptionalism กับนโยบายต่างประเทศสหรัฐอเมริกา (1)

เมื่อประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาแสดงสุนทรพจน์ที่เกี่ยวข้องนโยบายต่างประเทศมักจะมีการเอ่ยถึงAmerican exceptionalism หรือหลักการที่อยู่ภายในลัทธิหรือแนวคิดดังกล่าว แม้เป็นคำที่มีการพูดถึงแต่ในทางวิชาการเป็นที่ถกเถียงในความหมาย การตีความ การนำไปใช้ เนื่องจากลัทธิหรือแนวคิดนี้ขาดการพัฒนาอย่างเป็นระบบ อีกทั้งพบว่าบ่อยครั้งผู้ใช้แต่ละคนจะใช้ในความหมายที่แตกต่างกันด้วยเหตุผลเฉพาะเจาะจง ในที่นี้จะอธิบายความหมาย การนำไปใช้ ผลที่เกิดขึ้นทั้งด้านบวกด้านลบ และข้อวิพากษ์ (หมายเหตุ : เนื่องจากความยาวของบทความ จึงแบ่งออกเป็น 3 ตอน)
นิยาม American exceptionalism คือ ลัทธิความเชื่อว่าคนอเมริกันนั้นมีความพิเศษเหนือชนชาติอื่น มีรากฐานมาจากสองแนวคิดคือ อเมริกาเป็นประเทศที่แตกต่างจากประเทศอื่นๆ กับอเมริกาเป็นประเทศที่พิเศษกว่าประเทศอื่นๆ             คำว่า ‘แตกต่าง’ หมายถึงการแตกต่างจากชาติชนชาติอื่นๆ แม้บรรพบุรุษชาวอเมริกันคือชนชาติที่สืบเชื้อสายจากยุโรป แต่คนเหล่านี้ได้พัฒนาค่านิยมวัฒนธรรมของตนเองแตกต่างจากชาวยุโรป ชาวอเมริกันมีจุดเริ่มต้นที่ต้องการเป็นเสรีชน ชนชาติที่ไร้ชนชั้น สังคมปราศจากการแบ่งแยกหรือการต่อส…

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations
รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…

อุดมการณ์ทางการเมือง (1) นิยาม อุดมการณ์ทางการเมือง

หมายถึง ความคิด ความเชื่อ ที่มีแบบแผนเกี่ยวกับหลักการและคุณค่าทางการเมือง เป็นความคิดความเชื่อที่มีแนวทางแน่นอน มีเหตุผล มีจุดหมายปลายทาง และวัตถุประสงค์ที่มนุษย์พยายามจะดำเนินการให้สัมฤทธิผล
“นิยาม อุดมการณ์ทางการเมือง”
1.ความหมายของอุดมการณ์ทางการเมือง (Political Ideology) มีผู้นิยามหลากหลาย 1.1.หมายถึง ความคิด ความเชื่อ ที่มีแบบแผนเกี่ยวกับหลักการและคุณค่าทางการเมือง เป็นความคิดความเชื่อที่มีแนวทางแน่นอน มีเหตุผล มีจุดหมายปลายทาง และวัตถุประสงค์ที่มนุษย์พยายามจะดำเนินการให้สัมฤทธิผล 1.2.หมายถึง ความคิดความเชื่อที่ทำให้เกิดกลไกควบคุม เพื่อบรรลุเป้าหมายแห่งความคิดความเชื่อนั้น 1.2.1.เช่นอุดมการณ์มาร์กซิสม์ ก่อให้เกิดพรรคคอมมิวนิสต์เพื่อสร้างและควบคุมให้การปกครองบรรลุเป้าหมายของอุดมการณ์ 1.2.2.อุดมการณ์ประชาธิปไตย คือ การเพิ่มพูน ปกป้องเสรีภาพส่วนบุคคล ทำให้เกิดไกกลต่างๆ เช่น พรรคการเมือง กลุ่มผลประโยชน์ การลงมติ เพื่อรักษาความเป็นประชาธิปไตย 1.3.อุดมการณ์มิใช่เป็นเพียงปรัชญาการเมือง อุดมการณ์ทางการเมืองจะเรียกร้องให้มีการกระทำจากผู้ศรัทธาในอุดมการณ์ เกิดความรู้สึกว่าถูกต้องที่จะกระทำตามน…