อียิปต์โบราณเป็นอีกอารยธรรมที่เป็นต้นกำเนิดของอารยธรรมตะวันตก สร้างความเจริญที่บางอย่างยังคงใช้จนถึงทุกวันนี้
1. จากเมโสโปเตเมียย้ายมาที่อียิปต์
ครั้งก่อนเราศึกษาเรื่องอารยธรรมเมโสโปเตเมีย อารยธรรมแห่งแรกของโลก
ตอนนี้เราจะศึกษาอารยธรรมอียิปต์โบราณที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมโสโปเตเมีย
คำถาม: ที่ตั้งอารยธรรมเมโสโปเตเมียปัจจุบันคือแถบประเทศใด (ตอบ อิรักกับซีเรีย
ในทวีปเอเชีย) ส่วนอียิปต์คือประเทศอียิปต์ปัจจุบัน อยู่ในทวีปแอฟริกา
จากแผนที่สังเกตว่า
2 อารยธรรมอยู่ใกล้กัน สามารถเดินทางติดต่อทั้งทางบกกับทางทะเล 2
อารยธรรมติดต่อไปมาหาสู่กัน ค้าขายกัน รวมทั้งทำสงครามต่อกันด้วย
2. ความเป็นมาของอารยธรรมอียิปต์โบราณ
อารยธรรมอียิปต์โบราณรุ่งเรืองช่วง
3,100 - 525 ปีก่อนคริสต์ศักราช (กินเวลายาวนานราว 2,500 ปี)
ตั้งอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำไนล์
อียิปต์โบราณเป็นอีกอารยธรรมที่เป็นต้นกำเนิดของอารยธรรมตะวันตก
(ทำนองเดียวกับอารยธรรมเมโสโปเตเมียที่เกิดในช่วงเวลาใกล้ไล่กัน)
โดยได้ถ่ายทอดความเจริญไปยังกรีกและโรมัน
จนกลายเป็นรากฐานของโลกตะวันตกในเวลาต่อมา
เมเนส (Menes) หรืออีกชื่อคือนาเมอร์ (Narmer)
เป็นฟาโรห์องค์แรก เป็น "ผู้รวมชาติ" คือรวมอาณาจักรอียิปต์บน (Upper Egypt) กับอียิปต์ล่าง (Lower Egypt) เข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียว
มีการปกครองสืบต่อกันถึง 30 ราชวงศ์
อียิปต์ล่าง
(Lower Egypt) อยู่ทาง "ตอนเหนือ" ของประเทศ
ติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน บริเวณนี้จะเป็นดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ (Delta)
เป็นที่ราบลุ่มและอุดมสมบูรณ์มาก
เพราะเป็นจุดที่แม่น้ำไนล์ไหลลงทะเล
อียิปต์บน
(Upper Egypt) อยู่ทาง "ตอนใต้" ของประเทศ
(ลึกเข้าไปในทวีปแอฟริกา)
ซึ่งเป็นต้นน้ำของแม่น้ำไนล์ที่ไหลผ่านหุบเขาและที่สูงลงมา แม่น้ำไนล์ไกลจากภาคใต้สู่ภาคเหนือ
ลงทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
จน 620 ปีก่อนคริสต์ศักราชถูกกองทัพอัสซีเรีย (Assyrians)
เข้ายึดครอง จากนั้นกลายเป็นส่วนหนึ่งขอจักรวรรดิเปอร์เซีย
พวกกรีกและโรมันตามลำดับ
4. การปกครอง
กษัตริย์อียิปต์โบราณเรียกว่า
ฟาโรห์ (Pharaoh)
คำว่า
ฟาโรห์ (Pharaoh) หมายถึงกษัตริย์ แต่ฟาโรห์ไม่เป็นเพียงกษัตริย์ที่ปกครองมนุษย์เท่านั้น
แต่มีฐานะเป็นเทวราชา (God-King) เป็นตัวแทนของเทพเจ้าบนโลกมนุษย์
ดังนั้นฟาโรห์จึงเป็นทั้งเทพเจ้ากับมนุษย์พร้อมกัน
ฟาโรห์เป็นเทพฮอรัส
(Horus) ในขณะที่ทรงพระชนม์อยู่ และจะเป็นเทพโอซิริส (Osiris)
เมื่อเสด็จสวรรคต
เป็นผู้นำสูงสุด
เป็นจอมทัพ (แม่ทัพใหญ่) เป็นประมุขฝ่ายปกครอง (บริหารบ้านเมือง)
และประมุขฝ่ายศาสนา (ทำพิธีกรรมติดต่อกับเทพเจ้า)
หน้าที่สำคัญของฟาโรห์
คือ รักษากฎแห่งความสมดุลและความยุติธรรมของจักรวาล เพื่อไม่ให้โลกเกิดความวุ่นวาย
ลักษณะที่เป็นทั้งกษัตริย์กับเทพเจ้าจะพบในที่ต่างๆ
รวมทั้งไทยด้วย
5. ความเชื่อทางศาสนา
ความเชื่อทางศาสนามีผลต่อวิถีชีวิตและวัฒนธรรมอย่างมาก
พวกเขานับถือเทพเจ้าหลายองค์ โดยมีสุริยเทพหรือเร (Re, Ra) เป็นเทพเจ้าสูงสุด
การนับถือเทพเจ้าหลายองค์เรียกว่า “พหุเทวนิยม”
คนอียิปต์โบราณเชื่อเรื่องชีวิตหลังความตาย
ถ้าชีวิตดีวิญญาณจะได้อยู่ในภพหน้า จึงมีการทำมัมมี่ (Mummy) เพื่อรักษาศพไม่ให้เน่าเปื่อย และสร้างพีระมิด (Pyramid) เป็นสุสานบรรจุศพของฟาโรห์ พระราชวงศ์ หรือขุนนาง เพื่อรอการฟื้นคืนชีพ
7. สถาปัตยกรรม
เมื่อพูดถึงอารยธรรมอียิปต์โบราณจะพูดถึงมหาพีระมิดแห่งกิเซห์ของฟาโรห์คูฟู
(Khufu) หรือ "คีออปส์" (Cheops) เป็นพีระมิดใหญ่ที่สุดและเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ
การสร้างพีระมิดขนาดใหญ่สะท้อนความสามารถด้านวิทยาการในสมัยนั้น แบ่งเป็น 4
ด้านหลัก
1) ความเชี่ยวชาญด้านคณิตศาสตร์กับเรขาคณิต
สิ่งก่อสร้างที่สูงถึง
146 เมตรและคงทนจนถึงทุกวันนี้ (กว่า 4,500 ปี) เพราะพวกเขาสามารถคำนวนอย่างแม่นยำ สิ่งปลูกสร้างยิ่งมีขนาดใหญ่
ยิ่งต้องมีการคำนวณที่แม่นยำ
2) วิศวกรรมศาสตร์และโลจิสติกส์
พวกเขาสามารถตัดหินปูนกับหินแกรนิตที่แต่ละก้อนหนักประมาณ 2.5 ตัน
จำนวนถึง 2.3 ล้านก้อน โดยตัดอย่างเรียบสนิท แล้วนำมาประกอบเข้าด้วยกัน
ใช้แรงงานกว่า 20,000–30,000 คน
ซึ่งหมายถึงว่าพวกเขาต้องหาอาหาร ที่พัก และสวัสดิการให้แก่แรงงานนับหมื่นคน
ทั้งยังใช้เวลาก่อสร้างยาวนานมากกว่า 20 ปี
จึงมีความสามารถในการบริหารจัดการอย่างดีเยี่ยม
เรื่องนี้เป็นตัวอย่างแก่เราว่า
นอกจากมีความรู้ สามารถคิดค้นสร้างสิ่งใหม่ๆ ความสามารถในการบริหารสำคัญมาก
หากต้องการสร้างสิ่งที่ใหญ่โต ใช้เวลานาน
3) ความศรัทธาต่อความเชื่อกับการรวมศูนย์อำนาจ
การก่อสร้างพีระมิดสะท้อนถึงความศรัทธาต่อความเชื่อศาสนาและยอมรับอำนาจของฟาโรห์
ถ้าไม่ศรัทธาจริง ฟาโรห์มีอำนาจน้อย จะไม่สามารถสร้างสิ่งที่ใหญ่โต ใช้เวลานาน
เป็นข้อคิดว่าในสมัยโบราณ เรื่องความเชื่อศาสนาจึงสำคัญ มีผลต่อประเทศ
9. การประดิษฐ์ตัวอักษร
อักษรไฮโรกลิฟิก
(Hieroglyphic) เป็นอักษรภาพที่ชาวอียิปต์ประดิษฐ์ขึ้นในเวลาใกล้เคียงกับอักษรคูนิฟอร์มของชาวสุเมเรียน
– คูนิฟอร์มตอนแรกเป็นอักษรภาพเหมือนกัน
ใช้บันทึกเรื่องราวทางศาสนา
พระราชกรณียกิจของฟาโรห์ ความรู้ด้านการแพทย์ ดาราศาสตร์ และวิทยาการต่างๆ
ในช่วงแรกใช้วิธีแกะสลักลงบนแผ่นศิลากับฝาผนังหินขนาดใหญ่
ต่อมาเขียนลงบนกระดาษปาปิรัส (Papyrus) ซึ่งทำจากต้นปาปิรัส และใช้ปล้องหญ้าทำเป็นปากกาจิ้มหมึก
และใช้น้ำหมึกที่ทำจากถ่านผสมกับยางไม้
การใช้กระดาษปาปิรัสช่วยให้การบันทึกข้อมูลสะดวกและคนชอบใช้มากขึ้น
11. ความเจริญด้านวิทยาการ
ชาวอียิปต์คิดค้นปฏิทินแบบสุริยคติ
กำหนดให้ 1 ปีมี 365 วัน
ปฏิทินแบบสุริยคติ
(Solar Calendar) คือ ปฏิทินที่ใช้เกณฑ์
"โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์" เป็นหลักในการนับเวลา สังเกตตำแหน่งดวงอาทิตย์และฤดูกาล
โดยยึดระยะเวลาที่โลกใช้ในการโคจรรอบดวงอาทิตย์ครบ 1 รอบ เป็นช่วงเวลา 1 ปี (โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ครบ
1 รอบเราเรียกว่า 1ปี หรือประมาณ 365 วัน หรือหากคิดให้ละเอียดคือประมาณ 365.2422
วัน) ปฏิทินสากล (ค.ศ.) กับปฏิทินไทยปัจจุบัน (พ.ศ.) เป็นปฏิทินแบบสุริยคติ
ปฏิทินจันทรคติ (Lunar Calendar)
ใช้เกณฑ์ดวงจันทร์โคจรรอบโลก สังเกตจากข้างขึ้น-ข้างแรมของดวงจันทร์ ประมาณ 354
วัน ปัจจุบัน ปฏิทินวันพระ, วันไหว้พระจันทร์,
ปฏิทินฮิจเราะห์ (อิสลาม) ปฏิทินจันทรคติ
การนับเดือนทางจันทรคติจะเริ่มนับจากดวงจันทร์ดับ
(New Moon) ผ่านช่วงข้างขึ้น เต็มดวง ข้างแรม
และกลับมาดับอีกครั้ง ระยะเวลาใน 1 รอบนี้เรียกว่า "เดือนจันทรคติ"
(Synodic Month) กินเวลาจริงประมาณ 29.53 วัน (ไม่ใช่ 30 วันเต็ม)
เมื่อนำระยะเวลาในหนึ่งรอบเดือนมาคูณกับจำนวน
12 เดือน เพื่อให้ครบ 1 ปีทางจันทรคติ
จะได้ 354.36 วัน
ข้อดีของปฏิทินแบบสุริยคติคือ ฤดูกาลจะตรงกับเดือนเดิมเสมอใน เช่น
ประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูร้อนในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนของทุกปี
ส่วนซีกโลกเหนือจะเป็นฤดูหนาวในเดือนธันวาคมเสมอ ช่วยให้ง่ายต่อการวางแผนเกษตรกรรมและการดำเนินชีวิต
ด้านเรขาคณิต อียิปต์โบราณรู้ว่าวงกลมมี 360 องศา สามารถคำนวณหาพื้นที่สามเหลี่ยมและปริมาตรของพีระมิดได้
12. สภาพสังคม
ผู้คนส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรกับทาสซึ่งเป็นฐานรากของสังคม
มักถูกเอาเปรียบจากชนชั้นปกครอง และไม่มีกฎหมายคุ้มครองสิทธิชัดเจน
(ยึดถือคำสั่งของฟาโรห์เป็นกฎหมายสูงสุด)
สตรีในสมัยอียิปต์โบราณมีฐานะ
สิทธิ และความเสมอภาค ไม่ต่ำกว่าผู้ชาย
เป็นจุดเด่นที่ต่างจากอารยธรรมอื่นในยุคเดียวกัน
เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่าอียิปต์โบราณมีระบบจริยธรรมที่ซับซ้อน
มีวิทยาการที่แม่นยำ (ปฏิทินและคณิตศาสตร์) และมีโครงสร้างสังคมที่ให้เกียรติสตรี
-------------

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น