การปล่อยให้ ‘ชาร์ลีเอบโด’ ล้อเลียนซ้ำเป็นการยั่วยุหรือไม่

นิตยสารชาร์ลีเอบโด (Charlie Hebdo) ฉบับวางตลาดล่าสุดหลังเหตุผู้ก่อการร้ายบุกสำนักพิมพ์ ยังเป็นภาพล้อเลียนอิสลาม Luz ผู้วาดการ์ตูนหน้าปกฉบับใหม่อธิบายว่า “จากหน้าปกนี้ เราต้องการแสดงให้เห็นว่า เรามีสิทธิ์ที่จะทำอะไรก็ได้ตลอดเวลา ทำซ้ำได้ทุกอย่าง” เราวาดการ์ตูนตามที่ต้องการ
นิตยสารฉบับล่าสุดได้รับการตีพิมพ์ถึง 3,000,000 ฉบับ จากปกติที่ตีพิมพ์ 60,000 ฉบับ หรือเพิ่มขึ้นถึง 50 เท่า อีกทั้งตีพิมพ์ใน 6 ภาษา รวมทั้งภาษาตุรกีและอาราบิค

            ในมุมหนึ่งคือการยืนยันเสรีภาพของสื่อ ต้องชื่นชมควากล้าหาญของสำนักพิมพ์ที่ยึดมั่นจุดยืน และเชื่อได้ว่ารัฐบาลฝรั่งเศสเห็นดีเห็นงามด้วย
            ในอีกมุมหนึ่ง เกิดคำถามว่ารัฐบาลฝรั่งเศสกำลังปล่อยให้เกิดการ “ยั่วยุ” หรือไม่ เป็นการ “ขยายแผล” ให้หนักกว่าเดิมหรือไม่ แม้จะประกาศว่าไม่ได้ต่อต้านอิสลาม ไม่ได้ทำสงครามศาสนา แต่ผู้ก่อเหตุย่อมไม่สนใจคำชี้แจงเหล่านี้ และเห็นว่าการตีพิมพ์ล้อเลียนซ้ำคือการ “ท้าทาย”
กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านประณามนิตยสารชาร์ลีเอบโดฉบับล่าสุดว่า “ยั่วยุอารมณ์ของมุสลิมทั่วโลก และทำร้ายจิตใจของพวกเขา โหมไฟลัทธิสุดโต่งอย่างไม่จบสิ้น”
            รัฐบาลฝรั่งเศสส่งทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจเข้มในจุดต่างๆ ทั่วประเทศ ทหารตำรวจนับหมื่นนับแสนนายเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง ตระหนักว่าประเทศยังอยู่ในภาวะเสี่ยง คำถามคือการปล่อยให้เกิดการ “ยั่วยุ” ซ้ำ หากเกิดเหตุร้ายอีก ผู้ยั่วยุควรมีส่วนรับผิดชอบหรือไม่ คราวนี้จะโทษผู้ก่อการร้ายอย่างเดียวคงไม่ได้
สื่อ PressTV ของอิหร่านชี้ว่า ทั้งผู้ก่อการร้ายกับผู้ยั่วยุต่างไม่สนใจผู้บริสุทธิ์ที่ตกเป็นเหยื่อของการเผชิญหน้าระหว่าง 2 ฝ่าย
ก่อนเกิดเหตุร้าย สำนักพิมพ์ได้รับคำขู่เรื่อยมาเนื่องจากการลบหลู่อิสลาม ในวันเกิดเหตุ “ชาร์ลีเอบโด” ฉบับตีพิมพ์วันนั้นพาดหัวท้าทายว่า “ฝรั่งเศสยังไม่ถูกโจมตีเลย รอต่อไป เรายังมีเวลาจนสิ้นเดือนมกราคมที่จะส่งคำอวยพรปีใหม่” วันที่ตีพิมพ์กลายเป็นวันที่ผู้ก่อการร้ายลงมือ ถ้าจะล้อเลียน “ชาร์ลีเอบโด” อาจพาดหัวอย่างนี้ว่า “อือม์ ไม่ต้องรอถึงสิ้นเดือนหรอก เรามาสวัสดีปีใหม่ถึงบ้านท่านแล้ว”

เป้าหมายคือสร้างความกลัว สร้างความแตกแยก :
            หนึ่งยุทธศาสตร์สำคัญของการก่อการร้ายคือ สร้างความหวาดกลัว โดยเฉพาะสร้างความหวาดกลัวแก่พลเรือน สังคม เช่น ภาพผู้ก่อการร้ายถือปืน สังหารพลเรือนอย่างโหดเหี้ยม สื่อต่างๆ ช่วยแพร่ขยายความน่ากลัว ข่าว “ชาร์ลีเอบโด” แพร่กระจายไปทั่วโลก เป็นที่กล่าวขานกันทั่ว
เหตุร้ายไม่ได้กระทำต่อสำนักพิมพ์เท่านั้น มุสลิมทั่วไปได้รับผลกระทบ สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศฝรั่งเศส (Central Council of Muslims in France) เรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มการเฝ้าดูแลมัสยิดหลังเกิดเหตุมือมืดยิงปืนใส่มัสยิดกว่า 50 แห่ง
            สื่อ Arab News รายงานว่า ระเบิดเพลิงและหัวหมูถูกโยนเข้าไปในมัสยิดหลายแห่ง สตรีที่คลุมศีรษะถูกเยาะเย้ยถากถาง ในอินเตอร์เน็ตเต็มด้วยข้อความต่อต้านมุสลิม มุสลิมในยุโรปสัมผัสกระแสต่อต้าน Imade Annouri ผู้นำศาสนาคนหนึ่งกล่าวว่า “มุสลิมทุกคนรู้สึกไม่สบายใจ เหมือนกับถูกคุกคาม กลัวที่จะถูกใส่ร้ายป้ายสี [ว่าเป็นพวกสุดโต่ง] และอาจถูกทำร้าย”
            หลายคนที่ไม่ใช่มุสลิมก็กลัวมุสลิมมากขึ้น โรคกลัวอิสลาม (Islamophobia) ที่มีมาต่อเนื่องหลายทศวรรษยิ่งแพร่ระบาดหนัก (โรคกลัวอิสลามหมายถึงการที่ชาวฝรั่งเศสที่ส่วนใหญ่เป็นพวกผิวขาว นิกายคาทอลิกมองมุสลิมเป็นภัยคุกคาม เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมาแล้วหลายทศวรรษ)
            ในระดับประชาชน จึงเกิดขึ้นกระแสต่อต้านมุสลิมกับต่อต้านตะวันตกไปพร้อมๆ กัน ฝรั่งเศสซึ่งมีประเด็นพหุสังคมมาหลายทศวรรษกำลังเผชิญปัญหาความเข้ากันของชนกลุ่มต่างๆ มากขึ้น เป็นประเด็นการเมืองระดับประเทศ
จากเหตุร้ายทั้งหมดที่เกิดขึ้น สามารถทำให้ผู้นำประเทศกว่า 50 ชาติมารวมกัน เฉพาะฝรั่งเศสประเทศเดียวมีคนออกมาชุมนุมเคลื่อนไหวหลายล้านคน หน่วยงานความมั่นคงของประเทศต่างๆ ต้องประชุมหารือเพื่อรับมือ
น่าคิดไหมว่า ผู้ก่อเหตุเพียงไม่กี่คนสามารถสร้างแรงกระเพื่อมได้ถึงเพียงนี้

คิดในแง่ร้ายสุด :
            ถ้าคิดอย่างซับซ้อน บางคนอาจนึกถึง “เป้าหมายแอบแฝง” ว่าใครต้องการอะไร ต้องการนำสังคมไปสู่ทิศทางใด การตีพิมพ์ลบหลู่ซ้ำ อาจเป็นต้นเหตุนำสู่การปะทะอย่างต่อเนื่องระหว่างฝรั่งเศสกับพวกผู้ก่อการร้ายที่ถูกตีตราว่าเป็นมุสลิมสุดโต่ง
            เรื่องที่รัฐบาลออล็องด์รู้ดีคือ พวกมุสลิมสุดโต่งในฝรั่งเศสยังมีอีกมาก อาจมีนับร้อยนับพันและอาจเพิ่มขึ้นอีกจากการยั่วยุรอบนี้ สำนักงานใหญ่องค์การตำรวจยุโรป (Europe’s police organization) หรือ Europol รายงานข้อมูลเมื่อวันที่ 12 มกราคมที่ผ่านมา ชี้ว่าชาวยุโรปกว่า 5,000 คนเข้าร่วมการต่อสู้ในซีเรีย คนเหล่านี้เมื่อกลับประเทศจะกลายเป็นบุคคลอันตราย Rob Wainwright ผู้อำนวยการ Europol กล่าวว่ายุโรปกำลังถูกคุกคามด้วยการก่อการร้ายอย่างรุนแรงที่สุดนับจากเหตุการณ์ 9/11 คนที่กลับมาจากซีเรียอาจก่อเหตุด้วยตนเองเหมือนกรณี “ชาร์ลีเอบโด”
            นั่นหมายถึง “คนฝรั่งเศส” จะเข้าสู่ภาวะสงครามต่อต้านก่อการร้ายเต็มตัว ชาวฝรั่งเศสทุกคน ผลประโยชน์ฝรั่งเศสทุกที่ ไม่ว่าจะอยู่แห่งหนใดในโลกมีสิทธิ์กลายเป็น “เป้าสังหาร เป้าทำลาย” ไม่ต่างจากชาวยิวในฝรั่งเศสกับเยอรมนีที่ตกเป็นเป้าของพวกสุดโต่ง ชาวยิวกับมุสลิมในฝรั่งเศสซึ่งมีปัญหากันอยู่แล้วจะยิ่งต่างคนต่างอยู่ ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อทั้ง 2 กลุ่มที่ต่างเป็นชนกลุ่มน้อยของสังคม

            ในแง่มุมหนึ่ง เหตุการณ์นี้อาจช่วยสร้างความเป็นเอกภาพแก่คนในชาติ (ไม่ใช่ทุกคนเห็นด้วยกับรัฐบาล แต่หลายคนเห็นด้วย) ประธานาธิบดีฟร็องซัว ออล็องด์ เป็นผู้ยืนหยัดต่อสู้เพื่อเสรีภาพของประเทศ ได้คะแนนนิยมทางการเมืองเพิ่มขึ้นไม่น้อย แต่ในอีกมุมหนึ่งจะยิ่งตอกย้ำความแตกต่าง สร้างความแตกแยกกับพวกที่ไม่เห็นด้วยต่อแนวทางของรัฐบาลออล็องด์
            สุดท้ายผลจะเป็นประการใด เวลาจะให้ความกระจ่าง ที่แน่ๆ คือ เหตุร้ายทำนองนี้จะเกิดขึ้นอีกในอนาคต ไม่ช้าก็เร็ว ประชาชนฝรั่งเศสคนไหนจะเป็นเหยื่อรายต่อไป
Francesco Sisci มองแง่นี้ในกรอบกว้างสุด ชี้ว่าที่สุดแล้วกระทบต่อทุกคนในโลก ไม่เพียงแต่ชาติตะวันตกเท่านั้น เพราะอิสลามเป็นศาสนาโลก มีมุสลิมเกือบทุกประเทศ ทุกคนตกอยู่ในความเสี่ยงเมื่อพวกสุดโต่งขยายตัว
กรณี “ชาร์ลีเอบโด” เกิดขึ้นเป็นกระแสสั้นๆ และจากไป แต่ความขัดแย้งความตึงเครียดไม่ว่าจะเป็นการต้านมุสลิมหรือต้านตะวันตกจะยังคงอยู่ และอาจกำลังรอให้เกิดเหตุร้ายใหม่เพื่อโหมไฟให้ลุกโชนขึ้นอีก

รัฐบาลจะลิดรอนเสรีภาพของประชาชนหรือไม่ :
            สถานการณ์ในขณะนี้คือ รัฐบาลส่งทหารและตำรวจนับหมื่นนับแสนนายเข้าควบคุมดูแลในที่ต่างๆ ในแง่หนึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นการเฝ้าดูแลรักษาความสงบ คำถามคือจะกระทบต่อเสรีภาพการดำเนินชีวิตของชาวฝรั่งเศสหรือไม่
            ไม่ว่ารัฐบาลจะสัญญาให้ความคุ้มครองดูแลมัสยิด ชาวยิวอย่างไร ความจริงคือวิถีการดำเนินชีวิตของหลายคนต้องเปลี่ยนไป ต้องระมัดระวังตัวมากขึ้น
            รัฐกำลังใช้สถานการณ์เช่นนี้เพื่อควบคุมสังคมให้เข้มงวดกว่าเดิมหรือไม่ สิทธิเสรีภาพของประชาชนกำลังถูกลิดรอนหรือไม่
            เรื่องที่ต้องติดตามต่อไปคือ รัฐบาลจะใช้เหตุนี้เพื่อปรับแก้กฎหมายลิดรอนสิทธิประชาชนหรือไม่

อีกหนึ่งทางเลือก แก้ไขแบบโอบามา :
            เมื่อปี 2012 ชาวมุสลิมทั่วโลกท้วงสหรัฐฯ เกิดเหตุเผาโจมตีสถานกงสุลสหรัฐ ประจำเมืองเบงกาซี ประเทศลิเบีย ทำให้เอกอัครราชทูตรวมทั้งเจ้าหน้าที่อีก 3 คนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ข้อมูลบางชิ้นเห็นว่าเกี่ยวข้องกับการผลิตและฉายภาพยนตร์ลบหลู่ศาสนาอิสลามเรื่องหนึ่ง
            ประธานาธิบดีบารัก โอบามาใช้เวทีที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ กล่าวย้ำว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับภาพยนตร์ลบหลู่ศาสนาอิสลาม อเมริกาเป็นประเทศที่ต้อนรับทุกคนทุกเผ่าพันธุ์ ทุกศาสนา เป็นบ้านของพวกมุสลิมที่อยู่ในทุกพื้นที่ของประเทศ ให้เสรีภาพแก่ศาสนา และมีกฎหมายเพื่อปกป้องปัจเจกบุคคลจากศาสนาที่เขานับถือ พลเมืองอเมริกันหลายล้านคนต่อต้านภาพยนตร์หมิ่นศาสนานี้เช่นกัน
            ในขณะเดียวประธานาธิบดีโอบามาตอกย้ำว่ารัฐธรรมนูญอเมริกา ให้เสรีภาพแก่การพูด ยกตัวอย่างว่าท่านเป็นคริสเตียน เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ แต่ก็ไม่ห้ามหากมีผู้ดูหมิ่นความเชื่อของคริสเตียน หรือแม้กระทั่งในฐานะที่เป็นประธานาธิบดี ท่านต้องทนต่อคำพูดแย่ๆ ทุกวัน อย่างไรก็ตาม ท่านจะปกป้องให้คนมีสิทธิในการแสดงออกดังกล่าว

            สหรัฐฯ ต่อต้านพวกหัวรุนแรงที่หว่านความเกลียดชัง แม้กระทั่งมุสลิมเองด้วยกันยังต้องทนต่อพวกหัวรุนแรงเหล่านี้ที่ทำลายชีวิตประชาชนคนธรรมดาไปแล้วมากมาย อนาคตเป็นของคนทุกศาสนา ทุกเพศทุกวัย เราต้องร่วมกันสร้างโลกที่เข้มแข็งขึ้นเพราะความแตกต่างของเรา
            ในอีกด้านหนึ่งรัฐบาลเข้าควบคุมสถานการณ์และทำให้เรื่องเงียบไป ไม่มีการยั่วยุซ้ำ ความรุนแรงไม่ลุกลามบานปลาย ทั้งๆ ที่สหรัฐฯ คือเป้าหมายใหญ่ของผู้ก่อการร้าย ต้องชื่นชมประธานาธิบดีโอบามาที่สามารถรักษาได้ทั้งเสรีภาพและความมั่นคงภายในประเทศอย่างละมุนละม่อม

เมื่อพูดถึงการสกัดกั้นการแผ่ขยายของกลุ่มก่อการร้าย คำตอบคือ ต้องไม่ปล่อยให้ผู้ก่อการร้ายมีเงื่อนไขที่จะก่อเหตุ เราไม่อาจป้องกันเหตุก่อการร้ายทั้งหมด จึงต้องมุ่งลดความเสี่ยง จำกัดขอบเขตความสูญเสีย เสรีนิยมแบบตะวันตกมีข้อดีที่ให้เสรีภาพในการแสดงออก เสรีภาพในการนับถือศาสนา แต่มีปัญหาเรื่องเสรีภาพที่ขัดแย้งกับความศรัทธาในศาสนา รัฐบาลที่ยึดมั่นในเสรีนิยมเช่นนี้จำต้องบริหารจัดการให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด ไม่ใช่เอาน้ำมันราดกองไฟ
18 มกราคม 2015
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 19 ฉบับที่ 6647 วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม พ.ศ.2558)
--------------------------------
บทความที่เกี่ยวข้อง : 
กรณี “ชาร์ลีเอ็บโด” สังคมควรตั้งคำถามว่าผู้ก่อเหตุยิงสังหารกระทำตามหลักอิสลามหรือไม่ หรือว่าเป็นพวกบิดเบือนศาสนา เข้าใจหลักศาสนาผิดพลาด ในอีกด้านหนึ่ง การล้อเลียนโดยอ้างว่าเป็นเรื่องของการใช้เสรีภาพ ไม่ช่วยสร้างสรรค์สังคม เป็นการหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความแตกแยก ความเกลียดชัง เพราะเป็นที่รับรู้ทั่วไปอยู่แล้วว่าการลบหลู่อิสลามสร้างความแตกแยกในสังคม เป็นต้นเหตุความรุนแรง สังคมควรส่งเสริมพวกสุดโต่งเหล่านี้หรือไม่
บรรณานุกรม :
1. 5,000 European fighters in Syria pose risk. (2015, January 13). Oman Observer/Reuters. Retrieved from http://omanobserver.om/5000-european-fighters-in-syria-pose-risk/
2. Anderson, L.V. (2015, January 13). What Does the NewCharlie Hebdo Cover Mean? Its Cartoonist Explains. Slate. Retrieved from http://www.slate.com/blogs/browbeat/2015/01/13/charlie_hebdo_new_cover_translated_and_explained_cartoonist_luz_on_new_mohammed.html
3. Anderson, Sean K., & Sloan, Stephen. (2009). Historical Dictionary of Terrorism (3rd Ed.). USA: Scarecrow Press.
4. Europe’s Muslims feel heat of backlash after Paris attacks. (2015, January 14). Arab News. Retrieved from http://www.arabnews.com/world/news/689331
5. Iran Condemns New Charlie Hebdo Cover. (2015, January 14). Sputnik. Retrieved from http://sputniknews.com/middleeast/20150114/1016879105.html
6. Mandel, Maud S. (2014). Muslims and Jews in France: History of a Conflict. New Jersey: Princeton University Press.
7. Sisci, Francesco. (2015, January 14). 'Red terror' guide to battling extremists. Asia Times. Retrieved from http://www.atimes.com/atimes/World/WOR-01-140115.html
8. Sloan, Stephen. (2006). Terrorism: The Present Threat in Context. UK: Berg.
9. Thomas, Leigh. (2015, January 13). Charlie Hebdo to print tearful Prophet Mohammad on front page. The Globe and Mail/Reuters. Retrieved from http://www.theglobeandmail.com/news/world/charlie-hebdo-to-print-tearful-prophet-mohammad-on-front-page/article22423362/
-------------------------

ร้านค้า ยูนิลีเวอร์ อย่างเป็นทางการใน #lazada

ร้านค้า ยูนิลีเวอร์ อย่างเป็นทางการใน #lazada
สนใจคลิกที่รูป

Lazada แจกคูปองส่วนลดพิเศษ สนใจคลิก

กลุ่มไลน์ ติดตามข่าวสารทั่วโลก

กลุ่มไลน์ ติดตามข่าวสารทั่วโลก
https://line.me/ti/g2/6rXIwiNZgKq21mhYLjKfBA?utm_source=invitation&utm_medium=link_copy&utm_campaign=default

ลิงก์เดียวซื้อประกันได้ทุกชนิด สนใจคลิกครับ

ลิงก์เดียวซื้อประกันได้ทุกชนิด สนใจคลิกครับ
ซื้อประกันออนไลน์สะดวก รวดเร็ว ติดต่อ 24 ชม.

เลือกซื้อประกันชีวิตแบบที่ต้องการ

เลือกซื้อประกันชีวิตแบบที่ต้องการ
ซื้อออนไลน์ด้วยตัวเอง ไม่ยุ่งยาก ไม่ซับซ้อน สอบถาม 24 ชม. สนใจคลิกดูก่อน

ซื้อประกัน พ.ร.บ. รถยนต์ แล้วต่อภาษีได้เลย ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก ซื้อได้ทั่วประเทศ

ซื้อประกัน พ.ร.บ. รถยนต์ แล้วต่อภาษีได้เลย ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก ซื้อได้ทั่วประเทศ
ซื้อหรือสอบถามคลิกที่รูป หรือโทร 091-0597905