เวเนซุเอลาอาณานิคมสมัยใหม่ของสหรัฐ
ถ้าสหรัฐแพ้อาจหมายถึงหายนะและยากจะฟื้นตัวกลับมาอีกครั้ง การกระชับอำนาจและขยายอาณานิคมจึงไม่ใช่ทางเลือกแต่เป็นทางรอด
มกราคม 2026 เอมมานูแอล มาครง (Emmanuel Macron) ประธานาธิบดีฝรั่งเศสกล่าวว่าตนไม่เห็นด้วยกับการใช้ลัทธิจักรวรรดินิยมใหม่หรือลัทธิอาณานิคมใหม่
(new imperialism or new colonialism) หลังทรัมป์ยืนยันต้องครอบครองกรีนแลนด์
ในระยะนี้คำว่าจักรวรรดินิยม
อาณานิคมสมัยใหม่ ปรากฎตามสื่อกระแสหลัก บทความนี้วิเคราะห์สถานการณ์เวเนซุเอลาโดยใช้แนวคิดอาณานิคมสมัยใหม่
ลัทธิอาณานิคมสมัยใหม่:
ลัทธิอาณานิคมใหม่
(Neo-colonialism) เป็นคำที่กล่าวถึงการครอบงำอาณานิคมในรูปแบบใหม่
อาจเล็งถึงเจ้าอาณานิคมเดิมที่ยังต้องการครอบงำอดีตอาณานิคมของตน
รวมถึงการครอบงำประเทศอื่นๆ
รูปแบบลัทธิอาณานิคมใหม่เน้นการครอบงำและการใช้อิทธิพลของประเทศหนึ่งเหนืออีกประเทศ
โดยไม่ใช้กำลังทหารเข้ายึดครองดินแดนเหมือนยุคล่าอาณานิคมดั้งเดิม เข้าแทรกแซงและควบคุมผ่านเครื่องมือทางเศรษฐกิจ
การเมือง การเงิน และวัฒนธรรม เพื่อตักตวงผลประโยชน์ ทรัพยากร
และรักษาอำนาจในการกำหนดทิศทางของประเทศเหล่านั้น
เป้าหมายสำคัญลำดับแรก คือ
รัฐบาลอาณานิคมต้องสนับสนุนนโยบายและส่งเสริมผลประโยชน์สหรัฐ
รัฐบาลที่ว่าอาจมาจากการเลือกตั้งตามปกติที่ยินยอมเดินตามสหรัฐเพราะแรงกดดัน
หรือเป็นรัฐบาลใหม่หลังรัฐบาลเก่าถูกโค่นล้ม
การได้รัฐบาลเช่นนี้ประหยัดงบประมาณ เพราะไม่ต้องส่งกองทัพเข้าควบคุม
ทหารไม่สุ่มเสี่ยงบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เป็นวิธีที่ได้ประโยชน์โดยลงทุนแต่น้อย
หากรัฐบาลอาณานิคมบริหารประเทศผิดพลาดก็สามารถโยนความผิดให้กับรัฐบาลดังกล่าวโดยตรง
สหรัฐไม่มีส่วนรับผิดชอบ
กรณีเวเนซุเอลา:
สหรัฐพยายามมาแล้วหลายปีที่จะล้มรัฐบาลเวเนฯ เป้าหมายสุดท้ายคือจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่สนับสนุนนโยบายของตน
ตามรูปแบบแนวทางของลัทธิอาณานิคมใหม่ เช่น คว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ ไม่ยอมรับความชอบธรรมของรัฐบาลมาดูโร
เพื่อทำลายความนิยม ใช้วิธีสนับสนุนพรรคฝ่ายค้าน แกนนำฝ่ายค้าน ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลมาดูโรยังทนอยู่ได้
ในที่สุดจึงใช้กำลัง
ปฏิบัติการรุกรานและบุกจับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร (Nicolas
Maduro) เป็นเพียงขั้นต้นเพื่อล้มรัฐบาลเวเนซุเอลา
ไม่กี่วันต่อมาประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่า "สหรัฐอเมริกาจะเป็นผู้บริหารจัดการประเทศเวเนซุเอลาเป็นการชั่วคราว"
ล่าสุดรองประธานาธิบดีเดลซี โรดริเกซ (Delcy Rodríguez) ขึ้นดำรงตำแหน่ง
"รักษาการประธานาธิบดี" รัฐบาลรักษาการไม่กล้าขัดขืนความต้องการของสหรัฐ
และทรัมป์ประกาศว่าได้เข้าควบคุมทรัพยากรน้ำมันแล้ว
เพื่อทรัพยากรน้ำมัน:
แต่ไหนแต่ไรรัฐบาลสหรัฐหวังครองน้ำมันเวเนซุเอลาที่มีแหล่งน้ำมันสำรองมากที่สุดของโลก
รัฐบาลสหรัฐทุกชุดพยายามเล่นงานรัฐบาลเวเนซุเอลา บางช่วงตีตราว่าเป็นภัยคุกคามเพราะเป็นพวกสังคมนิยม
ในสมัยทรัมป์ตีตราว่าเป็นต้นเหตุภัยยาเสพติด เพิ่มความชอบธรรมที่สหรัฐจะล้มล้างรัฐบาลประเทศนี้
เป็นแนวทางเดิมๆ ที่ใช้เสมอ
คริส ไรท์ (Chris Wright) รัฐมนตรีพลังงานประกาศว่า สหรัฐจำต้องควบคุมการขายน้ำมันของเวเนซุเอลาตลอดไป
การซื้อขายและกำไรจะอยู่ในอำนาจและเป็นของรัฐบาลสหรัฐ
กำไรส่วนหนึ่งจะเป็นงบประมาณของเวเนฯ อีกส่วนจะเป็นของบรรษัทน้ำมันสหรัฐ
เป็นค่าชดเชย คืนเงินทุนของบรรษัทเหล่านี้ที่ย้อนหลังตั้งแต่เกือบ 2 ทศวรรษก่อน
แนวทางของรัฐมนตรีไรท์สอดคล้องความคิดของทรัมป์ที่เคยพูดว่า
“เวเนซุเอลายึดและขายน้ำมันของอเมริกา อันเป็นทรัพย์สินของอเมริกา
และเป็นแท่นขุดเจาะของอเมริกา ซึ่งสร้างความเสียหายแก่เราเป็นมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์
... พวกเขาทำแบบนี้มาสักพักใหญ่แล้ว
แต่เราไม่เคยมีประธานาธิบดีที่ลงมือจัดการเรื่องนี้เลย
พวกเขาเอาทรัพย์สินของเราไปทั้งหมด ...
ระบอบสังคมนิยมขโมยมันไปจากเราในช่วงรัฐบาลชุดก่อน ๆ และขโมยมันไปด้วยการใช้กำลัง”
คำพูดของทรัมป์ฟังดูแปลก
คิดถึงแต่ตัวเอง (เช่น ไม่สนใจว่าเงินทุนอุตสาหกรรมน้ำมันมาจากหลายประเทศ)
แต่ผู้นำสหรัฐคิดและพูดเช่นนั้นเรื่อยมา มองว่าน้ำมันเวเนฯ เป็นของสหรัฐ ตอนนี้เพียงแค่เอากลับคืน
สิ่งที่ทำกับเวเนฯ นั้นถูกต้องชอบธรรมแล้ว
ยึดลัทธิล่าอาณานิคมมานาน:
ประธานาธิบดีมาดูโรพูดเสมอว่าสหรัฐต้องการปกครองเวเนฯ
และภูมิภาคแบบอาณานิคม (colonial model) ทรัมป์พูดถึงเรื่องนี้ว่า
เป็นความสำเร็จหลังจากที่สหรัฐพยายามมานานหลายทศวรรษ (เคยพลาดและถูกจับได้ด้วย)
สามารถย้อนหลังกลับไปถึงปี 1998 เมื่อฮูโก ชาเวซ ชนะเลือกตั้ง ยึดนโยบายชาตินิยมและต่อต้านจักรวรรดินิยม
ชี้ว่าที่ผ่านมาประเทศอยู่ภายใต้อิทธิพลของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ทั้งยังชี้ว่าการที่ประเทศยากจนมาจากการกดทับของชนชั้นนำที่ร่วมมือกับมหาอำนาจ
นับจากการก้าวขึ้นของชาเวซ
รัฐบาลสหรัฐไม่ว่าจากพรรครีพับลิกันหรือเดโมแครทต่างต่อต้าน
ไม่ยอมรับว่าเป็นรัฐบาลที่ชอบธรรม คว่ำบาตรหลายทาง สนับสนุนพรรคฝ่ายค้าน ติดต่อให้ผู้นำกองทัพเวเนซุเอลาแปรพักตร์
พยายามล้มรัฐบาลเวเนฯ ด้วยหลายวิธี
เหล่านี้เป็นข้อพิสูจน์ว่า
รัฐบาลสหรัฐยึดลัทธิล่าอาณานิคมมานาน รัฐบาลเวเนฯ ก่อนสมัยชาเวซคือรัฐบาลอาณานิคม (Colonial
Government) ความพยายามล้มรัฐบาลชาเวซกับมาดูโรเพื่อนำประเทศนี้กลับมาอยู่ใต้อาณานิคมอีกครั้ง
แค่การกระชับอำนาจอีกครั้ง:
ในกรอบที่กว้างขึ้น
รัฐบาลสหรัฐมองว่าละตินอเมริกาเป็นสนามหลังบ้านของตน
ในยุคสงครามเย็นรัฐบาลสหรัฐพยายามสกัดกั้นคอมมิวนิสต์ไม่ให้ขยายตัวในภูมิภาคละตินอเมริกา
จึงพยายามเป็นมิตรกับรัฐบาลเวเนซุเอลาที่เป็นประชาธิปไตย (หลังปี 1958
จนถึงก่อนสมัยชาเวซ) ยกย่องว่าเป็น "โมเดลประชาธิปไตย"
คานอำนาจกับระบอบคอมมิวนิสต์
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลฝักใฝ่สังคมนิยมหรือล่าสุดเปลี่ยนเป็นข้อหาค้ายาเสพติด
สหรัฐถือว่าเวเนฯ คือส่วนหนึ่งของสนามหลังบ้านที่ไม่อาจปล่อยให้เป็นอิสระ
ในฐานะมหาอำนาจเจ้าอาณานิคมจำต้องแสดงพลังกระชับอำนาจเป็นระยะ
หนึ่งในตัวอย่างที่เด่นชัดมากคือ
10 ปีหลังสิ้นสงครามเย็น 11 กันยายน 2001เกิดเหตุวินาศกรรมครั้งใหญ่โดยผู้ก่อการร้าย
(หรือที่นิยมเรียกว่า 9/11) รัฐบาลสหรัฐประกาศทำสงครามกับการก่อการร้าย โค่นล้มระบอบซัดดัม
ฮุสเซน (Saddam Hussein) พร้อมกับข้อวิพากษ์ว่า เป้าหมายที่รัฐบาลสหรัฐต้องการคือควบคุมบ่อน้ำมัน
กระชับอำนาจในภูมิภาคนี้ หลังปรากฎความจริงว่ารัฐบาลอิรักไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอัลกออิดะห์
และไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ตามที่พวกตะวันตกกล่าวหา
ในยามที่สหรัฐถดถอยพร้อมกับที่จีนก้าวขึ้นมา
รัฐบาลสหรัฐยิ่งต้องกระชับอำนาจ ประกาศศักดาให้นานาชาติรับรู้ว่าตนเป็นใหญ่ เคยเป็นผู้วางระเบียบโลกเสรีนิยม
โลกาภิวัตน์ ล่าสุดกำลังทำลายระเบียบโลกเก่าและสร้างของใหม่ขึ้นมา
(เนื่องจากไม่ได้ประโยชน์จากของเดิมและต้องการสกัดจีน)
โลกเชื่อมโยงกัน
การช่วงชิงแข่งขันหลายอย่างเชื่อมโยงกันทั่วโลก
ในอดีตสหรัฐเคยเป็นผู้ผลิตและส่งออกทีวีตู้เย็นรายใหญ่ของโลก
ต่อมาเปลี่ยนมือเป็นญี่ปุ่น ไม่นานนี้สินค้าทีวีตู้เย็นญี่ปุ่นสู้ไม่ได้
กลายเป็นยี่ห้อจีนที่กำลังครองตลาด (ที่น่าตกใจคือตอนนี้ยี่ห้อจีนสามารถตีตลาดญี่ปุ่นจนชนะยี่ห้อเจ้าถิ่นแล้ว)
การครองแร่หายาก น้ำมัน เป็นเรื่องสำคัญเพราะเป็นยุทธปัจจัย
อาวุธล้ำสมัยต้องใช้แร่หายาก เครื่องบินรถถังยังต้องใช้น้ำมัน ในมุมรัฐบาล
เทคโนโลยี AI ควอนตัมคอมพิวเตอร์ (Quantum
Computer) ไม่ใช่แค่เรื่องเศรษฐกิจแต่เป็นเรื่องความมั่นคง สงครามในอนาคตเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีล้ำสมัย ลองจินตนาการ AI สร้างแผนการรบที่ละเอียดแม่นยำที่สุด ควบคุมการโจมตีและตั้งรับทุกระดับ
ทบทวนเปลี่ยนแปลงทุกนาที สงครามไซเบอร์ที่ชนะโดยไม่ต้องส่งทหารไปรบในแดนข้าศึก
ด้วยเหตุนี้รัฐบาลสหรัฐจึงส่งเสริมเต็มกำลัง
ตามกฎแห่งป่า
ถ้าสหรัฐแพ้อาจหมายถึงหายนะและยากจะฟื้นตัวอีกครั้ง ตามด้วยความปั่นป่วนวุ่นวายในประเทศ
การกระชับอำนาจและขยายอาณานิคมจึงไม่ใช่ทางเลือกแต่เป็นทางรอด เวเนฯ
คือประเทศหนึ่งที่ตกเป็นเหยื่อเท่านั้นเอง
------------
1. Europe condemns Trump’s ‘new colonialism’ as Greenland crisis grows. (2026,
January 20). The Guardian. Retrieved from https://www.theguardian.com/world/2026/jan/20/trump-tariffs-over-greenland-are-an-error-says-ursula-von-der-leyen
2. Exclusive: U.S. in direct contact with Venezuelan military,
urging defections - source. (2019, February 9). Reuters. Retrieved from https://www.reuters.com/article/us-venezuela-politics-military-exclusive/exclusive-u-s-in-direct-contact-with-venezuelan-military-urging-defections-source-idUSKCN1PX22L
3. Hall,
Mitchell K. (2018). Opposition to War: an encyclopedia of U.S. peace and
antiwar movements. USA: ABC-CLIO, LLC.
4. ‘They want to enslave us!’ Maduro slams Trump’s ultimatum
& ‘Nazi-style’ attack on socialism. (2019, February
19). RT. Retrieved from https://www.rt.com/news/451788-maduro-trump-nazi-style-speech/
5.
Trump Plunges the U.S. Into a New Era of Risk in Venezuela. (2026,
January 3). NYT. Retrieved from
https://www.nytimes.com/2026/01/03/us/politics/trump-venezuela-oil-risks.html
-----------------
.png)


ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น