เวเนซุเอลาสนามแสดงความเป็น America First

ทรัมป์ไม่ใช่ประธานาธิบดีคนแรกที่ยึดแนวทางนี้ ผู้นำสหรัฐไม่ว่ามาจากพรรครีพับลิกันหรือเดโมแครทต่างยึดแนวทางนี้

            ในสุนทรพจน์เข้ารับตำแหน่ง (inauguration address) ครั้งที่ 2 ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2025 ความตอนหนึ่งกล่าวว่า ยุคทองสหรัฐเริ่มต้นแล้ว ประเทศจะรุ่งเรือง นานาชาติเคารพนับถือ จะไม่ยอมให้ใครเอาเปรียบสหรัฐอีกต่อไป ยึดหลัก America first สร้างชาติที่น่าภาคภูมิใจ มั่งคั่งและเสรี อเมริกาจะพิเศษแตกต่างมากยิ่งกว่าเดิม (far more exceptional)

            ประธานาธิบดีทรัมป์มั่นใจว่าจะทำให้อเมริกายิ่งใหญ่อีกครั้ง (to make America great again) สหรัฐจะกลับมาเป็นชาติยิ่งใหญ่ที่สุด ทรงพลังมากสุด และนานาชาติให้ความเคารพสูงสุด นอกจากนั้นจะสร้างชาติให้เติบใหญ่ ขยายอาณาเขต สร้างเมืองและปักธงชาติของเราในดินแดนใหม่

ทรัมป์พูดจริงทำจริง:

            จากสุนทรพจน์เข้ารับตำแหน่งจะเห็นว่าทรัมป์พูดชัดว่าต้องการอะไร และลงมือทำจริง ต้องชื่นชมว่าท่านเป็นคนพูดจริงทำจริง

(YouTube: ทรัมป์ใช้กฎป่าบุกจับมาดูโร )

            ประธานาธิบดีทรัมป์พูดหลายครั้งว่าสหประชาชาติเป็นกลไกที่ล้าสมัย จึงถอนตัวออกจากหน่วยงานและข้อตกลงภายใต้ UN หลายอย่าง เช่น องค์การอนามัยโลก (WHO) สภาสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) และข้อตกลงปารีส (Paris Agreement) โดยให้เหตุผลว่าข้อตกลงเหล่านี้ทำให้สหรัฐเสียเปรียบ

            นโยบายของทรัมป์หลายเรื่องขัดกฎบัตรสหประชาชาติโดยตรง รวมทั้งการส่งกองกำลังเข้าบุกจับประธานาธิบดีมาดูโร แต่ท่านประกาศว่าไม่สนใจเรื่องนี้ตั้งแต่วันรับตำแหน่ง

            ความต้องการล้มรัฐบาลมาดูโรไม่ใช่ของใหม่ ควรพูดว่ารัฐบาลสหรัฐต้องการล้มรัฐบาลเวเนซุเอลา ที่ต่อต้านสหรัฐตั้งแต่สมัยฮูโก ชาเวซ (Hugo Chavez) ด้วยหลายวิธี ล่าสุดคือเปลี่ยนกรอบการมองรัฐบาลมาดูโรจาก "รัฐบาลเผด็จการ" เป็น "องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ" หรือ Cartel de los Soles (Security threat) เกี่ยวข้องกับยาเสพติด

            ไม่ว่ามาดูโรจะเกี่ยวข้องกับยาเสพติดจริงหรือไม่ สมเหตุสมผลหรือไม่ ประเด็นสำคัญคือรัฐบาลสหรัฐสามารถสร้างเหตุผลข้ออ้างที่จะลงมือ

            พฤษภาคม 2020 (ทรัมป์สมัยแรก) สื่อเวเนซุเอลาเผยแพร่คำสารภาพของอดีตทหารผ่านศึกอเมริกันนายหนึ่งที่ถูกจับได้ สารภาพว่าเป้าหมายภารกิจคือจับตัวประธานาธิบดีมาดูโรไปสหรัฐ ด้วยทหารรับจ้างทั้งในและนอกประเทศ ด้านประธานาธิบดีทรัมป์ชี้แจงรัฐบาลสหรัฐไม่มีส่วนรู้เห็นกับปฏิบัติการดังกล่าว

            ไม่ว่าเรื่องการจับตัวเมื่อ 2020 จริงหรือไม่ หากถามว่าสหรัฐมีเป้าหมายล้มล้างรัฐบาลประเทศอื่นหรือไม่ ในทางวิชาการมีคำตอบและหลักฐานชัด เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่า รัฐบาลสหรัฐคิดล้มล้างรัฐบาลทุกประเทศที่เป็นศัตรู ด้วยหลากหลายวิธี เช่น ปิดล้อมบั่นทอนเศรษฐกิจการเมือง กระตุ้นให้เกิดความวุ่นวายในประเทศนั้น ส่งเสริมให้เกิดการรัฐประหาร รวมถึงการลอบสังหารผู้นำฝ่ายตรงข้าม ซึ่งเป็นยุทธวิธีของศึกสงครามที่ทำกันเสมอ

            ความพยายามจับตัวมาดูโรเมื่อพฤษภาคม 2020 เป็นฉากหนึ่งที่ชี้ว่ารัฐบาลสหรัฐพยายามหลายปีแล้ว และตลอดหลายปีที่ผ่านมาพยายามเจรจาต่อรอง กดดันด้วยหลายวิธี แต่มาดูโรไม่ยอม ในที่สุดกองกำลังสหรัฐจึงลงมือด้วยตัวเองเมื่อมกราคม 2026

โจมตีผู้ก่อการร้ายในไนจีเรีย:

            มีหลักฐานมากมายว่าทรัมป์เป็นคนพูดจริงทำจริง ยกตัวอย่าง ธันวาคม 2025 ประธานาธิบดีทรัมป์ใช้กำลังทหารโจมตีพวกผู้ก่อการร้ายไอซิส (ISS) ในประเทศไนจีเรีย เป็นการโจมตีหลังขู่ว่าจะลงมือหากรัฐบาลไนจีเรียไม่ปกป้องพวกนับถือคริสต์ บางข้อมูลชี้ว่าชาวไนจีเรียที่นับถือคริสต์กำลังถูก “ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” (genocide) ด้านรัฐบาลไนจีเรียกับผู้เชี่ยวชาญบางคนแย้งว่าไม่อาจเรื่องสรุปง่ายๆ อย่างนั้น ไม่ควรชี้ว่าเป็นการเจาะจงทำร้ายด้วยเหตุผลทางศาสนาความเชื่อ

            แต่รัฐบาลทรัมป์ไม่สนใจ ยึดคำอธิบายของตนเอง ยิง Tomahawk โจมตีชาวผู้ก่อการร้ายไนจีเรีย กลายเป็นเหตุการณ์ที่รัฐบาลสหรัฐเข้าทำสงครามศาสนา (ตามความเข้าใจของสหรัฐ) ทั้งๆ ที่เป็นความขัดแย้งของคนไนจีเรียด้วยกันเอง

            ข้อสังเกตคือ ไม่ว่าเหตุผลข้ออ้างถูกหรือไม่ รัฐบาลสหรัฐจะยึดเหตุผลและตัดสินตอบโต้ด้วยตัวเอง แม้ละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ ไม่ยอมใช้กลไกระหว่างประเทศแก้ไขปัญหา

            ย้อนหลังธันวาคม 2025 ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่าจะเป็นวิธีที่ฉลาดหากผู้นำเวเนซุเอลาลงจากตำแหน่ง อย่าให้สถานการณ์รุนแรงกว่านี้

            เป็นเรื่องที่ชัดเจนว่ารัฐบาลสหรัฐพูดจริงทำจริง ส่งกองทัพเข้ารุกรานและจับตัวผู้นำเวเนซุเอลา

คือคำเตือนโลกอีกครั้ง:

            ไม่ว่าประชาคมโลกชอบหรือไม่ สหรัฐต้องได้สิ่งที่ต้องการ นี่คือคำเตือนที่แฝงมากับนโยบาย America First ของทรัมป์ 2.0 ตอกย้ำว่าสหรัฐมองโลกเป็นสมรภูมิแห่งผลประโยน์ ใครมีกำลังมากกว่าคนนั้นได้ ไม่สนใจว่าคนอื่นเสียอะไร แม้กระทั่งพันธมิตรใกล้ชิด บางคนจึงตีความว่าทรัมป์เปลี่ยนสหรัฐให้กลายเป็นรัฐมาเฟีย (mafia state)

            โลกในมุมมองของรัฐบาลสหรัฐนั้นโหดร้าย ป่าเถื่อน จิตใจไม่พัฒนา ยังยึดสัญชาติญาณคนเถื่อน และพยายามสร้างระเบียบโลกบนกฎคนเถื่อนเช่นนี้

            ทุกรัฐบาลจะมีเป้าชัดเจนว่าใครคือปรปักษ์ กำหนดยุทธศาสตร์เล่นงานปรปักษ์อย่างชัดเจน ดำเนินนโยบายต่อเนื่อง เช่น ต่อต้านรัฐบาลอิหร่าน เกาหลีเหนือ ปิดล้อมจีน เล่นงานรัสเซีย ฯลฯ เหล่านี้เป็นนโยบายที่ดำเนินต่อเนื่องหลายทศวรรษแล้ว

            จะต่างกันตรงที่น้ำหนัก เช่น บางรัฐบาลเป็นมิตรมากกว่า (เช่นทรัมป์แสดงท่าทีเป็นมิตรต่อเกาหลีเหนือ) บางช่วงคลายมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน แต่สุดท้ายคือต้องการจัดการปรปักษ์ให้สิ้น รอบล่าสุดเวียนมาถึงเวเนฯ รอบต่อไปคือประเทศใด จะเป็นอิหร่าน คิวบา หรือประเทศใด

โลกที่ไม่ไร้เดียงสา:

            รัฐบาลสหรัฐทุกชุดไม่ว่ามาจากรีพับลิกันหรือเดโมแครท ล้วนประกาศซ้ำแล้วซ้ำอีกว่าทำเพื่อความมั่นคงกับสันติภาพของสหรัฐ ของโลก แต่ทิ้งคำถามมากมายว่าเป็นเช่นนั้นจริงหรือ

(YouTube: เปลี่ยนหน้าผู้นำแต่ไม่เปลี่ยนความคิดสหรัฐ)

            มกราคม 2026 ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวถึงทรัพยากรน้ำมันเวเนฯ ว่า เวเนซุเอลายึดและขายน้ำมันของอเมริกา อันเป็นทรัพย์สินของอเมริกา และเป็นแท่นขุดเจาะของอเมริกา ซึ่งสร้างความเสียหายแก่เราเป็นมูลค่านับหลายพันล้านดอลลาร์ ... พวกเขาทำแบบนี้มาสักพักใหญ่แล้ว แต่เราไม่เคยมีประธานาธิบดีที่ลงมือจัดการเรื่องนี้เลย พวกเขาเอาทรัพย์สินของเราไปทั้งหมด ... ระบอบสังคมนิยมขโมยมันไปจากเราในช่วงรัฐบาลชุดก่อน ๆ และพวกเขาขโมยมันไปด้วยการใช้กำลัง”

            คำพูดของทรัมป์ฟังดูแปลก แต่ผู้นำสหรัฐคิดเช่นนั้นและพูดทำนองนี้เรื่อยมา มองว่าน้ำมันเวเนฯ เป็นของสหรัฐ และตอนนี้สหรัฐเพียงแค่เอากลับคืน เป็นมุมมอง America First แบบทรัมป์ 2.0 สิ่งที่ทำกับเวเนฯ นั้นชอบธรรมแล้ว

            ไม่ต่างจากกรณีกรีนแลนด์ที่หากเดนมาร์กไม่ยอมขายก็ต้องใช้กำลังยึดครอง สหรัฐมีความชอบธรรมที่จะทำเช่นนั้น เพื่อความมั่นคงของสหรัฐและโลก ทรัมป์กล่าวเช่นนั้น

            นักวิชาการที่ยึดตำราตะวันตกบางคนจะยึดติดแนวคิดว่าสหรัฐคือชาติเสรีประชาธิปไตย แสวงหาสันติภาพ ส่งเสริมสิทธิมนุษยชน การพูดลอยๆ เช่นนี้ไม่ผิด แต่หากศึกษาลงลึกจะพบว่า รัฐบาลสหรัฐทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ตัวเองเป็นหลัก

            หลักการ America First สามารถตีความว่าคือการแสดงตัวว่าอเมริกาเป็นที่หนึ่งของโลก นานาชาติต้องให้ความเคารพ ต้องยินยอมหรือจำยอมอยู่ใต้อิทธิพลไม่มากก็น้อย ประเทศที่อยู่คนละฝ่ายคือปรปักษ์ที่จะต้องถูกจัดการในที่สุด ในกรณีเวเนซุเอลาสามารถย้อนหลังตั้งแต่สมัยฮูโก ชาเวซ (Hugo Chavez) ที่ล้มรัฐบาลพันธมิตรสหรัฐด้วยการเลือกตั้ง เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อกุมภาพันธ์ 1999 เป็นจุดเริ่มต้นของ "การปฏิวัติโบลิเวียเรียน" ที่ต่อต้านสหรัฐอย่างรุนแรง (มาดูโรเป็นคนถัดมาที่ยึดแนวทางชาเวซ)

            ทรัมป์ไม่ใช่ประธานาธิบดีคนแรกที่ยึดแนวทางนี้ ผู้นำสหรัฐไม่ว่ามาจากพรรครีพับลิกันหรือเดโมแครทต่างยึดแนวทางนี้ เพียงแต่เปลี่ยนศัพท์ เปลี่ยนวิธีพูด บางคนฟังสุภาพนุ่มนวล บุคลิกสุภาพชน แต่ทรัมป์พูดตรงไปตรงมาตามสไตล์ของเขาแค่นั้นเอง

18 มกราคม 2026
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 30 ฉบับที่ 10654 วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2569)

-----------------

บรรณานุกรม :

1. Read the full transcript of Trump's inauguration speech. (2025, January 20). CBS News. Retrieved from https://www.cbsnews.com/news/transcript-trump-inauguration-speech-2025/

2. Trump Plunges the U.S. Into a New Era of Risk in Venezuela. (2026, January 3). NYT. Retrieved from https://www.nytimes.com/2026/01/03/us/politics/trump-venezuela-oil-risks.html

3. Trump Says He Has Nothing to Do With Botched Venezuela Raid. (2020, May 8). Sputnik News. Retrieved from https://sputniknews.com/latam/202005081079244465-trump-says-he-has-nothing-to-do-with-botched-venezuela-raid/

4.Trump warns Maduro not to ‘play tough’ as Russia, China back Venezuela. (2025, December 23). Al Jazeera. Retrieved from https://www.aljazeera.com/news/2025/12/23/trump-warns-maduro-not-to-play-tough-as-china-russia-back-venezuela

5. Venezuela TV shows 'US citizens confessing over failed coup'. (2020, May 6). BBC. Retrieved from https://www.bbc.com/news/world-latin-america-52568475

6. What to Know About U.S. Military Action in Nigeria. (2025, December 26). NYT. Retrieved from https://www.nytimes.com/2025/11/03/world/africa/trump-nigeria-military-christians.html

-----------------

ความคิดเห็น