เป้าหมายของสหรัฐที่มากกว่าเวเนซุเอลา
ระเบียบโลกที่ต้องการคือสหรัฐต้องเป็นเจ้า สามารถตักตวงผลประโยชน์จากระเบียบโลกมากที่สุด ทรัมป์ไม่ใช่คนแรกที่ยึดแนวทางนี้
นอกจากเป้าหมายที่ต้องการโดยตรงจากเวเนซุลา
รัฐบาลทรัมป์ยังมีเป้าหมายอื่นที่มากกว่านั้น
บทความนี้นำเสนอเป้าหมายบางประการที่น่าจะเป็นและสำคัญ ดังนี้
จัดระเบียบโลกใหม่:
การจัดระเบียบโลกเป็นกระบวนการไม่หยุดนิ่ง
ดำเนินต่อเนื่อง เร็วบ้างช้าบ้าง รัฐบาลทรัมป์เข้ามาสานต่อถัดจากรัฐบาลชุดก่อน
เป้าหมายคือให้สหรัฐได้ประโยชน์มากที่สุด และที่ผ่านมาทำได้ดี
สหรัฐคือผู้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมากที่สุด เหตุผลที่เป็นอภิมหาอำนาจ
ไม่ต่างจากมหาอำนาจในอดีต เช่น สมัยล่าอาณานิคม
เตือนประชาคมโลก:
แยกเป็นเตือนผู้นำกับประชาชนของประเทศต่างๆ
1)
การทูตเรือปืนระดับโลก
รัฐบาลทรัมป์ไม่พูดตรงๆ ว่ากำลังส่งสัญญาณต่อทั้งโลกว่าสหรัฐคืออภิมหาอำนาจ
อะไรที่ต้องการนานาชาติต้องก้มหน้าก้มตายอมตามโดยดี
หาไม่แล้วอาจโดนแบบเวเนซุเอลาขณะนี้
ก่อนที่กองกำลังบุกจับผู้นำเวเนฯ สหรัฐคว่ำบาตรทำให้รายได้หลักกว่า 95%
ของเวเนซุเอลาที่มาจากการส่งออกน้ำมันหดหายไป การห้ามเวเนซุเอลาเข้าถึงตลาดการเงินทำให้รัฐบาลไม่สามารถกู้ยืมเงินหรือปรับโครงสร้างหนี้
เมื่อรายได้ดอลลาร์เข้าประเทศลดลง
99% ธนาคารกลางจึงไม่มีเงินสำรองไปพยุงค่าเงิน "โบลิวาร์" (Bolivar)
เกิดเงินเฟ้อรุนแรง (Hyperinflation) จนหายไปกว่า
80% ของมูลค่าเดิม คนเวเนฯ ทั้งประเทศจนลงทันที นี่คือตัวอย่างรูปธรรมที่รัฐบาลทรัมป์ทำกับเวเนฯ
2) เตือนผู้นำนานาประเทศ
ทันทีที่มาดูโรมาผู้นำเวเนฯ
ถูกจับกุมและกักขัง วันต่อมาขึ้นศาลนิวยอร์กไต่สวนความผิด ผู้นำเวเนฯ ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
เรื่องนี้ชวนให้นึกถึงซัดดัม ฮุสเซน ผู้นำอิรักที่สุดท้ายลงเอยด้วยโทษประหารชีวิต
รัฐบาลสหรัฐสามารถเล่นงานด้วยเหตุผลอื่นมากมาย
เช่น ค้ายาเสพติด ฟอกเงิน สแกมเมอร์ สนับสนุนก่อการร้าย ฯลฯ ขึ้นกับว่าต้องการหยิบยกข้อใด
เป็นสัญญาณเตือนที่ส่งตรงถึงผู้นำประเทศอื่นๆ
ประธานาธิบดีทรัมป์พูดว่าคิวบาเป็นรายต่อไป กรีนแลนด์ต้องเป็นของสหรัฐด้วยการซื้อหรือไม่ก็ใช้กำลัง
3) เตือนประชาชนของประเทศต่างๆ
รัฐบาลสหรัฐรู้ดีว่าการสื่อสารปัจจุบันทั่วถึง
เป็นโลกไร้พรมแดน ยากจะปิดกั้นหรือควบคุมการรับรู้ ประชาชนทั่วโลกเสพสื่อโซเชียลเข้าถึงเหตุการณ์ใกล้ชิด
มีผู้วิพากษ์วิจารณ์มากมายทั้งทางบวกทางลบ
สิ่งที่สหรัฐทำกับเวเนฯ และที่อื่นๆ จึงเป็นการส่งสารถึงทุกคนทั่วโลก
นอกจากย้ำเตือนความเป็นมหาอำนาจแล้ว ยังทิ้งคำถามว่าแต่ละประเทศควรทำตัวอย่างไร
การที่เวเนฯ มีปัญหาวันนี้ส่วนหนึ่งมาจากนโยบายรัฐบาลของตัวเอง
ปัญหาเศรษฐกิจสังคมเรื้อรัง
กระชับอำนาจภูมิภาค:
การกระชับอำนาจภูมิภาคเป็นหัวข้อเก่าแก่ตามยุทธศาสตร์สนามหลังบ้าน
มีเรื่องน่าสนใจว่าในช่วงที่สหรัฐกดดันเวเนฯ
อีกด้านคือทำข้อตกลงความมั่นคงกับหลายประเทศในย่านนั้น เช่น ประเทศปารากวัย เอกวาดอร์
เปรู ตรินิแดดและโตเบโก
ยกตัวอย่าง ปารากวัยกับสหรัฐลงนามข้อตกลงสถานภาพกำลังพล
เพื่อให้ทหารสหรัฐสามารถเข้ามาปฏิบัติการร่วมในการปราบปรามกลุ่ม "Narco-terrorists"
(ผู้ก่อการร้ายยาเสพติด) ในพื้นที่ได้สะดวกขึ้น
รัฐบาลเอกวาดอร์ปัจจุบัน
(ประธานาธิบดีโนโบอา)
ได้ทำข้อตกลงอนุญาตให้เจ้าหน้าที่กองทัพอากาศและทหารสหรัฐเข้ามาปฏิบัติการเพื่อช่วยปราบปรามแก๊งค้ายาบางกลุ่มที่สหรัฐเพิ่งประกาศให้เป็นองค์กรก่อการร้ายต่างชาติ
(FTOs) แม้รัฐธรรมนูญเอกวาดอร์ห้ามต่างชาติตั้งฐานทัพ
ทรัมป์ประกาศยกระดับเปรูให้เป็น
"พันธมิตรหลักนอกกลุ่มนาโต้" (MNNA) ได้รับสิทธิพิเศษในการซื้ออาวุธและรับการฝึกฝนทางทหารจากสหรัฐ
เล็งถึงการผูกความมั่นคงทางทหารเข้ากับสหรัฐมากขึ้น
ส่วนตรินิแดดกับโตเบโก
(Trinidad and Tobago) ยอมสหรัฐใช้พื้นที่สนามบินและติดตั้งระบบเรดาร์เพื่อเฝ้าระวังความเคลื่อนไหวในทะเลแคริบเบียน
ช่วยให้สหรัฐกดดันเวเนซุเอลาง่ายขึ้น
เนื่องจากอยู่ใกล้พรมแดนเวเนซุเอลามากที่สุดแห่งหนึ่ง
สิ่งที่ทรัมป์ต้องการคือ
ใช้ประเทศเหล่านี้เป็นหน้าด่านหยุดยั้งคลื่นผู้อพยพก่อนถึงพรมแดนสหรัฐ สามารถใช้กำลังทหารเข้าจัดการกับแก๊งค้ายา
และกระชับอิทธิพลสหรัฐในภูมิภาค เพื่อรักษาผลประโยชน์เดิมและสกัดกั้นการขยายอิทธิพลทางเศรษฐกิจและการทหารของจีนในละตินอเมริกา
พูดสั้นๆ
คือ ภูมิภาคลาตินเป็นสนามหลังบ้านของสหรัฐ ต้องอยู่ใต้อำนาจรัฐบาลสหรัฐโดยไม่มีข้อละเว้น
สกัดพวกจีนรัสเซีย:
รัฐบาลมารูโดเป็นมิตรกับจีนและรัสเซีย
และที่น่าห่วงคือ BRI จีนกำลังขยายมาทางทวีปอเมริกาใต้
ยกตัวอย่าง
พฤศจิกายน 2024 ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง (Xi
Jinping) เยือนประเทศเปรูและร่วมประชุมสุดยอด APEC ในการนี้รัฐบาลจีนกับเปรูได้ลงนามยกระดับเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์แบบรอบด้าน
(comprehensive strategic partnership)
ความสัมพันธ์นี้สามารถอธิบายย้อนหลังตั้งแต่ 400 ปีก่อน
จีนกับเปรูมีความสัมพันธ์ทางการค้าผ่าน “เส้นทางสายไหมทางทะเล” (Maritime
Silk Road) ที่เชื่อมต่อ 2 ประเทศด้วยมหาสมุทรแปซิฟิก
เปรูเป็นประเทศต้นๆ ในลาตินอเมริกาที่สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีน
ปัจจุบันจีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่สุดของเปรูทั้งด้านนำเข้าและส่งออก
แสดงถึงความสัมพันธ์อันดีต่อกัน โดยเฉพาะความร่วมมือด้านเหมืองแร่
การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน
ในระดับภูมิภาคนับจากปี 2012 จีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ลำดับที่ 2
ของลาตินอเมริกา เฉพาะปี 2022 ยอดการค้า 2 ฝ่ายเติบโต 7.7% สูงถึง 485,700
ล้านดอลลาร์ จีนกำลังเป็นคู่ค้าที่เติบโตเร็วสุดของภูมิภาคนี้
รัฐบาลเปรูหวังให้ประเทศเป็นเหมือนสิงคโปร์
เป็นเมืองท่าเชื่อมลาตินอเมริกากับเอเชียแปซิฟิก นอกจากท่าเรือนี้ยังมีแผนสร้างเครือข่ายทางรถไฟ
ทางด่วนเชื่อมท่าเรือนี้กับเมืองอื่นๆ ทั่วประเทศและไกลถึงต่างแดน
เป็นระบบโลจิสติกส์ที่สมบูรณ์แบบ
แม้จีนชี้ว่าคือการค้าเสรีแต่รัฐบาลสหรัฐมองว่าคือภัยความมั่นคง
จำต้องสกัดกั้นไม่ให้ประเทศหลังบ้านสหรัฐเชื่อต่อการค้ากับจีน
การเล่นงานเวเนซุเอลาจึงเป็นการเตือนประเทศอื่นๆ ในย่านนี้ ก่อนที่อิทธิพลจีนจะมากไปกว่านี้
ทรัมป์พยายามกินรวบ:
ระเบียบโลกที่ต้องการคือสหรัฐต้องเป็นเจ้า
สามารถตักตวงผลประโยชน์จากระเบียบโลกมากที่สุด ทรัมป์ไม่ใช่คนแรกที่ยึดแนวทางนี้ ในอดีตสหรัฐพยายามในภาพของผู้นำโลกเสรี
แกนนำฝ่ายประชาธิปไตย ประเทศประชาธิปไตยต้องร่วมมือกัน แต่ในระยะหลังภาพดังกล่าวจืดจาง
รัฐบาลสหรัฐไม่เป็นประชาธิปไตยเข้มข้นดังเช่นอดีต
เป็นอำนาจนิยมมากขึ้นทุกทีทั้งด้านการเมืองภายใน การค้ากับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
ตอนนี้หวังได้กรีนแลนด์ของเดนมาร์กที่เป็นพันธมิตรฝ่ายประชาธิปไตย
เป็นพันธมิตรนาโต
รวมความแล้ว
สิ่งที่รัฐบาลสหรัฐต้องการคือการกินรวบ แต่เนื่องจากทำรวดเดียวไม่ได้ จึงค่อยๆ
ทำทีละขั้น แบ่งปันผลประโยชน์ให้ประเทศอื่นเพื่อร่วมมือกัน แต่พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง
ละทิ้งแม้กระทั่งพันธมิตรถ้าจำเป็น
นี่คือหลักคิดนโยบายต่างประเทศสหรัฐที่ยึดถือเรื่อยมา
ในอีกมุมมองคือ
รัฐบาลสหรัฐรู้ตัวว่าตนเองกำลังประสบปัญหาและมีปัญหาใหญ่ที่รออยู่
จึงทำทุกอย่างเพื่อเอาตัวรอด แม้ต้องละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติ
ต้องรุกรานประเทศอื่น กอบโกยทรัพยากร ผลประโยชน์ให้มากที่สุด
เพื่อตัวเองจะได้อยู่รอดต่อไป
-------------------
1. “Gunboat Diplomacy”: U.S. War in Latin America Feared as Hegseth
Launches “Operation Southern Spear”. (2025, November 14). Democracy
Now. Retrieved from https://www.democracynow.org/2025/11/14/southern_spear
2. Ness,
Immanuel., Cope, Zak (eds). (2015). The Palgrave Encyclopedia of Imperialism
and Anti-Imperialism. USA: ABC-CLIO, LLC.
3. Xi says his
visit to take China-Peru comprehensive strategic partnership to new level. (2024,
November 15). People’s Daily. Retrieved from http://en.people.cn/n3/2024/1115/c90000-20242119.html
-----------------


ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น