ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ทรัมป์ยืนยันยึดมั่นสัมพันธ์สหรัฐ-ยุโรป

26 กุมภาพันธ์ 2016
ชาญชัย คุ้มปัญญา
(ตีพิมพ์ใน คอลัมน์ “สถานการณ์โลก” ไทยโพสต์ ปีที่ 21 ฉบับที่ 7415 วันอาทิตย์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2560)

คำขู่ของทรัมป์ :
            ตั้งแต่ช่วงหาเสียง โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) พูดแง่ลบต่อนาโตอย่างรุนแรง เห็นว่าล้าสมัยและให้ความสำคัญต่อการต่อต้านก่อการร้ายน้อยเกินไป ที่ผ่านมารัฐบาลสหรัฐต้องจ่ายเงินสนับสนุนมากเกิน ไม่คุ้มกับประโยชน์ที่ได้ ในขณะที่ชาติสมาชิกอื่นๆ แบกรับภาระน้อยเกินไป ไม่ยุติธรรมต่อสหรัฐ ดังนั้นหากชาติสมาชิกนาโตไม่ช่วยแบกรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม จะขอพิจารณาถอนตัวออกจากนาโต และถ้าการทำเช่นนี้เป็นเหตุให้นาโตแตกก็ให้แตกไปเลย
            ประธานาธิบดีทรัมป์วิพากษ์พันธมิตรยุโรปอีกหลายเรื่อง ด้านนักวิเคราะห์กับสื่อฝั่งยุโรปวิพากษ์กลับว่ารัฐบาลทรัมป์มีความเป็นประชาธิปไตยมากเพียงใด กำลังกลายเป็นพวกอำนาจนิยมใช่หรือไม่ ความสัมพันธ์ 2 ฝั่งแอตแลนติกกระเทือนอย่างเห็นได้ชัด
            กลางเดือนกุมภาพันธ์ Jim Mattis รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมสหรัฐออกแถลงการณ์ยื่นคำขาดว่า หากชาติสมาชิกนาโตไม่เพิ่มงบกลาโหมให้ถึงเป้าหมาย สหรัฐอาจปรับเปลี่ยนความสัมพันธ์กับประเทศนั้น “ถ้าประเทศคุณไม่อยากให้อเมริกาลดพันธะการเป็นพันธมิตร แต่ละประเทศจะต้องแสดงออกว่าสนับสนุนความมั่นคงร่วม”
            ปัจจุบันมีเพียง 5 ชาติจากสมาชิกทั้งหมด 28 ประเทศที่ใช้จ่ายตามเป้าหมาย และเห็นว่าการที่รัสเซียยึดไครเมียเมื่อปี 2014 เป็นหลักฐานชี้ว่ารัสเซียกำลังคุกคามตะวันตก

ยุโรปที่เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น :
Jean-Claude Juncker ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) กล่าวหลังแถลงการณ์ของรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐว่า ยุโรปไม่ควรเพิ่มงบกลาโหมตามแรงผลักดันจากสหรัฐ การเมืองสมัยใหม่มีเรื่องอื่นๆ มากกว่าการป้องกันประเทศ เช่น การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมกับการพัฒนาประเทศ อเมริกาพูดทำนองนี้มาหลายปีแล้ว ผมไม่เห็นด้วยเลย ไม่ควรมองความมั่นคงในกรอบแคบๆ ว่าคือเรื่องการทหาร ประเทศจะมั่นคงหรือไม่ ไม่ขึ้นกับการมีกองทัพเท่านั้น ยังขึ้นกับปัจจัยอื่นๆ อีกมาก และเห็นว่าประธานาธิบดีทรัมป์อาจต้องใช้เวลาอีก 2 ปีกว่าจะเรียนรู้รากฐานความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
ไม่นานก่อนหน้านี้ เทเรซา เมย์ (Theresa May) นายกรัฐมนตรีอังกฤษกล่าวว่า อังกฤษกับอเมริกาจะไม่ก่อสงครามที่ล้มเหลวอีก “เพื่อฟื้นฟูภาพลักษณ์ของเราในโลกนี้” แต่ทั้ง 2 ประเทศจะไม่นิ่งเฉยหากเผชิญภัยคุกคามแท้ๆ ถึงเวลาแล้วที่ 2 ประเทศจะเริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่ และ “นำพร้อมกัน อีกครั้ง” เพื่อผลประโยชน์ของทั้งคู่ ปกป้องค่านิยมของตน
            นายกฯ เมย์กล่าวถึงสงครามที่ล้มเหลว เพื่อเอ่ยถึงการทำสงครามโค่นล้มระบอบซัดดัมแห่งอิรัก ที่มีข้อสรุปชัดเจนแล้วว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิด
รายงานการไต่สวนกรณีอิรัก (The Iraq Inquiry) เมื่อปี 2016 ได้ข้อสรุปว่าแท้จริงแล้วยังไม่จำต้องเปิดฉากทำสงครามต่ออิรัก แม้ซัดดัม ฮุสเซนเป็นจอมเผด็จการผู้โหดเหี้ยมก็ตาม การตัดสินใจส่วนตัวของนายกฯ โทนี แบลร์ (Tony Blair) เป็นเหตุให้อังกฤษเข้าสู่สงคราม เอกสารที่รัฐบาลแบลร์เสนอต่อสภาล่างเมื่อกันยายน 2002 ไม่มีน้ำหนักพอที่จะสรุปว่าโครงการอาวุธเคมีกับชีวภาพของอิรักกำลังเติบใหญ่
หลักฐานที่พยายามชี้ว่าอิรักมีอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง (Weapons of Mass Destruction: WMD) นั้นไม่ถูกต้อง เพราะก่อนนั้นมีข้อมูลว่ารัฐบาลอิรักได้ทำลายหมดแล้ว การทำสงครามกับอิรักจึงเป็นแผนที่มาจาก “ข่าวกรองและการประเมินผลที่บกพร่อง”
หลังพยายามค้นหา WMD อยู่หลายปีจากหลายทีม ในที่สุดรัฐบาลบุชยอมรับว่าแท้จริงแล้วอิรักไม่มี WMD นายพล Colin Powell ยอมรับว่าสหรัฐไม่มีหลักฐานใดๆ พิสูจน์ว่ารัฐบาลซัดดัมมีความเชื่อมโยงกับพวกอัลกออิดะห์ ที่ผ่านมาเป็นเพียงข้อสงสัยเท่านั้น
สงครามเป็นเหตุให้ชาวอิรักอย่างน้อย 150,000 คนเสียชีวิต (ส่วนใหญ่เป็นพลเรือน) มากกว่า 1 ล้านคนต้องอพยพย้ายถิ่น เป็นต้นเหตุหลายปัญหาที่สืบเนื่องจนถึงทุกวันนี้

อิสลามศาสนาแห่งสันติ :
            ในเรื่องต่อต้านก่อการร้ายที่รัฐบาลทรัมป์กำลังให้ความสำคัญ นายกฯ เมย์กล่าวว่าต้องแยกระหว่าง “อุดมการณ์สุดโต่งและการจงเกลียดจงชัง” ของพวกมุสลิมสุดโต่ง กับ “อิสลามศาสนาแห่งสันติ และผู้ยึดถือศาสนานี้หลายร้อยล้านคน” เฉพาะอังกฤษมีมุสลิมหลายล้าน และตกเป็นเหยื่อของอุดมการณ์อันโหดร้าย
ในทำนองเดียวกัน นางอังเกลา แมร์เคิล (Angela Merkel) นายกรัฐมนตรีเยอรมนี กล่าวว่าอิสลาม “ไม่ใช่ต้นเหตุก่อการร้าย” อีกทั้งการต่อสู้กับพวกสุดโต่งจำต้องอาศัยความร่วมมือจากชาติมุสลิม รวมทั้งประเทศอื่นๆ อย่างรัสเซียด้วย

            ประเทศในยุโรปแม้แตกต่าง มีเป้าหมายผลประโยชน์คล้ายบ้างต่างบ้าง และถึงขั้นขัดแย้งในบางเรื่อง แต่เมื่อเผชิญการท้าทายยิ่งใหญ่ พวกเขาสามารถรวมตัวกันได้ ไม่ว่ารัฐบาลสหรัฐหรือมหาอำนาจอื่นจะหยิบยื่นผลประโยชน์หรือข่มขู่อย่างไร ความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับความมั่นคงในหมู่ประเทศยุโรปยังคงอยู่ต่อไป และน่าจะเป็นประโยชน์ยั่งยืนมากกว่า
            ในสุนทรพจน์เข้ารับตำแหน่งของประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวถึงนโยบายต่อต้านก่อการร้ายว่า เรากระชับพันธมิตรเก่าและสร้างมิตรใหม่ จะร่วมกับโลกอารยะต่อต้านก่อการร้ายอิสลามหัวรุนแรง (radical Islamic terrorism) จะทำลายพวกนี้ให้สูญสิ้นจากแผ่นดินโลก
            นโยบายของรัฐบาลทรัมป์มีแนวโน้ม “เหมารวม” มองแง่ลบต่อมุสลิมทุกคน แต่ฝั่งยุโรปไม่คิดเช่นนั้น การจะ กระชับพันธมิตรเก่าและสร้างมิตรใหม่เพื่อร่วมต่อต้านก่อการร้ายดูเหมือนไม่ง่ายอย่างที่คิด และอาจส่งผลลบต่อสหรัฐยิ่งขึ้นหากรัฐบาลทรัมป์ตัดสินโดยขาดความยับยั้งชั่งใจ บริบทโลกปัจจุบันเปลี่ยนจากอดีตแล้ว

สหรัฐถดถอย ยืนยันสัมพันธ์ :
            18 กุมภาพันธ์ (3 วันหลังคำขู่ของรัฐมนตรีกลาโหม) รองประธานาธิบดี ไมค์ เพนซ์ (Mike Pence) เดินทางมายุโรป กล่าวยืนยันการเป็นพันธมิตรกับยุโรป ระบุว่าหลักนโยบายต่างประเทศสหรัฐยังคงเดิม “ขอจงมั่นใจว่าสหรัฐอเมริกายังเป็นเช่นเดิมในวันนี้และจะเป็นพันธมิตรที่ยอดเยี่ยมที่สุดของท่านเสมอ” และให้มั่นใจว่าประธานาธิบดีทรัมป์กับชาวอเมริกันจะยึดมั่นเอกภาพ 2 ฝั่งแอตแลนติก
            ไม่ถึงเดือนหลังทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ท่าทีของทรัมป์ต่อนาโตเริ่มเข้าร่องเข้ารอยใกล้เคียงรัฐบาลสหรัฐชุดก่อนๆ รัฐบาลทรัมป์ไม่ทิ้งนาโตตามคำขู่
น่าทบทวนว่าการใช้วิธีข่มขู่รุนแรงแบบทรัมป์ให้ผลดีหรือเสียมากกว่า และควรมองย้อนหลังตั้งแต่การมุ่งหาเสียงด้วยถ้อยคำรุนแรงตามแนวทางแบบทรัมป์ ว่าส่งผลลบต่อภาพลักษณ์ประเทศ ผลประโยชน์แห่งชาติอย่างไร
            ท้ายที่สุด นอกจากภาพลักษณ์เชิงลบ กระทบความสัมพันธ์ 2 ฝั่งแอตแลนติก สหรัฐคงไม่ได้แม้แต่เรื่องที่ต้องการให้ชาติสมาชิกฝั่งยุโรปเพิ่มงบประมาณเป็นร้อยละ 2 ของจีดีพี
            นี่คืออีกประเด็นต้นๆ ที่รัฐบาลทรัมป์สร้างความเสียหายต่อประเทศ ต่อชาวอเมริกันใช่หรือไม่

รัสเซียคือประเทศสำคัญ :
            ท่ามกลางเสียงคัดค้าน เป็นไปได้หรือไม่ว่าการพยายามคืนดีกับรัสเซียเป็นแผนการคิดไว้แล้ว โดยเฉพาะในยามที่ยุโรปถอยห่างจากสหรัฐ แท้จริงแล้วการคืนดีกับรัสเซียเป็นประโยชน์ต่อยุโรป ทำให้ขั้วอารยธรรมตะวันตกสมบูรณ์
            น่าติดตามว่ารัฐบาลปูตินจะยอมจับมือกับรัฐบาลทรัมป์หรือไม่ แนบแน่นเพียงใด จะถึงกับร่วมกันปิดล้อมจีน รุกคืบในตะวันออกกลางหรือไม่
            สำหรับผู้ติดตามนโยบายต่างประเทศสหรัฐมายาวนาน คำถามแรกที่เกิดขึ้นคือ เชื่อใจสหรัฐได้แค่ไหน ถ้าคิดแบบผลประโยชน์ต่างตอบแทน ต้องถามต่อว่ารัสเซียได้ประโยชน์สมน้ำสมเนื้อหรือไม่ ระเบียบโลกในระยะยาวจะเป็นอย่างไร เมื่อถึงเวลานั้นรัสเซียจะสามารถอยู่อย่างมีเกียรติสมศักดิ์ศรีหรือไม่ หรือจะกลายเป็นอีกประเทศที่ตกเป็นเบี้ยล่าง
            สังคมโลกจะได้คำตอบเหล่านี้ประธานาธิบดีปูตินในไม่อีกกี่เดือนข้างหน้า
            และถ้าพิจารณาจากท่าทีของยุโรปต่อสหรัฐ น่าจะเป็นข้อมูลว่ารัฐบาลปูตินควรตัดสินใจอย่างไร
            จะเห็นว่า ความเข้มแข็งของ Pax Americana ภายใต้รัฐบาลทรัมป์อ่อนแอลงชัดเจน ยุโรปไม่ใช่ส่วนหนึ่งที่แนบแน่นกับอเมริกาภายใต้ขอารยธรรมตะวันตกอย่างที่ เซมวล พี. ฮันติงตัน (Samuel P. Huntington) พูดถึง อย่างน้อยไม่ใช่ในระยะนี้

วิเคราะห์องค์รวมและสรุป :
            ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ผ่านมา รองประธานาธิบดีเพนซ์กล่าวในโอกาสเยือนกองบัญชาการนาโตที่กรุงบรัสเซลส์ หวังว่าชาติสมาชิกนาโตทั้งหลายจะเพิ่มงบประมาณกลาโหมให้ถึงเป้าภายในสิ้นปี 2017 มิฉะนั้นสหรัฐจะตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งยังไม่รู้ว่าคืออะไร แต่ความอดทนของชาวอเมริกันมีจำกัดแน่นอน
            ไม่ว่ารองประธานาธิบดีเพนซ์จะพูดขึงขังอย่างไร ท่านไม่ได้เอ่ยเรื่องสหรัฐจะถอนตัวจากนาโต และเมื่อถึงวันกำหนดเส้นตายอาจเป็นอีกครั้งที่ตอกย้ำความอ่อนแอของรัฐบาลทรัมป์
            นาโตไม่ได้ล้าสมัย แต่ไม่ตามใจสหรัฐเหมือนดังสมัยสงครามเย็นอีกแล้ว นาโตไม่ใช่เครื่องมือให้สหรัฐปิดล้อมค่ายคอมมิวนิสต์ เป็นพื้นที่เสี่ยงสงครามนิวเคลียร์ เป็นแนวหน้าของสมรภูมิ เพื่อตอบสนองสิ่งที่รัฐบาลสหรัฐเรียกว่าเพื่อความมั่นคงปลอดภัยของชาวอเมริกัน
-----------------------

บทความที่เกี่ยวข้อง 
'นาโตล้าสมัย' หรือ 'ไม่ตามใจสหรัฐ'?
คำว่านาโตล้าสมัยเป็นคำพูดที่บิดเบือน เพราะนาโตปรับปรุงเรื่อยมา แต่ที่พูดว่าล้าสมัยเป็นเพราะไม่ตรงตามความต้องการของรัฐบาลสหรัฐ เป็นโจทย์ที่ฝั่งยุโรปต้องหาคำตอบว่าควรพึ่งพาสหรัฐหรือควรเป็นอิสระมากขึ้น แต่เนื่องจากสมาชิกปัจจุบันแตกต่างหลากหลาย ไม่อาจให้คำตอบง่ายๆ และไม่ตรงความต้องการสหรัฐเต็มร้อย ที่สุดแล้วนาโตน่าจะคงอยู่ต่อไป เพราะเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่ายมากกว่า

บรรณานุกรม:
1. 5 revelations from Chilcot’s damning report into the Iraq war. (2016, July 6). RT. Retrieved from https://www.rt.com/uk/349672-chilcot-findings-iraq-blair/
2. Bazian, Hatem. (2017, January 30). Trump's war on Islam and clash of civilization wrecking crew! Daily Sabah. Retrieved from http://www.dailysabah.com/columns/hatem-bazian/2017/01/30/trumps-war-on-islam-and-clash-of-civilization-wrecking-crew
3. Birnbaum, Michael., Parker, Ashley. (2017, February 18). Pence and Merkel embrace NATO but differ on transatlantic partnership. The Washington Post. Retrieved from https://www.washingtonpost.com/world/pence-and-merkel-embrace-nato-but-differ-on-transatlantic-partnership/2017/02/18/909c6a92-f55c-11e6-9fb1-2d8f3fc9c0ed_story.html
4. Committee of Privy Counsellors. (2016, July 6). The Report of the Iraq Inquiry: the Executive Summary. Retrieved from http://www.iraqinquiry.org.uk/media/246416/the-report-of-the-iraq-inquiry_executive-summary.pdf
5. Culley, Jeremy. (2017, February 19). Angela Merkel says Europe must take MORE refugees and Islam 'isn't source of terror'. Daily Star. Retrieved from http://www.dailystar.co.uk/news/latest-news/589410/Angela-Merkel-more-refugees-Syria-Iraq-German-chancellor-terrorism-ISIS
6. Engdahl, William. (2004). A Century of War: Anglo-American Oil Politics and the New World Order, (Revised Ed.). London: Pluto Press.
7. EU must not let US push it to increase military spending – Juncker. (2017, February 17). RT. Retrieved from https://www.rt.com/news/377691-juncker-us-europe-military-demands/
8. FULL TEXT: President Donald Trump's Inauguration Speech. (2017, January 20). ABC News. Retrieved from http://abcnews.go.com/Politics/full-text-president-donald-trumps-inauguration-speech/story?id=44915821
9. Harding, Luke. (2016, July 6). Chilcot delivers crushing verdict on Blair and the Iraq war. The Guardian. Retrieved from https://www.theguardian.com/uk-news/2016/jul/06/chilcot-report-crushing-verdict-tony-blair-iraq-war
10. Huntington, Samuel P. (1996/2011). The Clash of Civilizations and the Remaking of World Order. New York: Simon & Schuste.
11. Lamothe, Dan., Birnbaum,  Michael. (2017, February 15). Defense Secretary Mattis issues new ultimatum to NATO allies on defense spending. The Washington Post. Retrieved from https://www.washingtonpost.com/news/checkpoint/wp/2017/02/15/mattis-trumps-defense-secretary-issues-ultimatum-to-nato-allies-on-defense-spending/
12. Theresa May: UK and US cannot return to 'failed' interventions. (2017, January 27). BBC. Retrieved from http://www.bbc.com/news/uk-politics-38747979
13. Transcript: Donald Trump Expounds on His Foreign Policy Views. (2016, April 26). The New York Times. Retrieved from http://www.nytimes.com/2016/03/27/us/politics/donald-trump-transcript.html
14. Trump predicts "very massive recession" in U.S. (2016, April 3). CNBC/Reuters. Retrieved from http://www.cnbc.com/2016/04/03/trump-predicts-very-massive-recession-in-us.html
15. US patience 'won't endure forever': Pence tells NATO to spend more, or else. (2017, January 21). RT. Retrieved from https://www.rt.com/usa/377972-pence-nato-russia-ukraine/
---------------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553
ชาญชัย คุ้มปัญญา
“อุดมการณ์เสรีนิยม”
·เกริ่นนำ oเสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเ…

มายาคติ เลือกตั้งกับไม่เลือกตั้ง

เลือกตั้งหรือไม่เลือกตั้งเป็นเพียงวิธีการ เป้าหมายคือสังคมอยู่เย็นเป็นสุข เริ่มต้นด้วยการได้ผู้ปกครองที่รับใช้ประชาชน


เลือกตั้งดีกว่า : มีเลือกตั้งคือเป็นประชาธิปไตย ทุกครั้งที่จะเลือกตั้งน่าจะเริ่มด้วยการทบทวนว่าทำไมจึงควรมีการเลือกตั้ง เพราะรัฐบาลที่แล้วทำหน้าที่ได้ดีหรือเพราะล้มเหลวต่อหน้าที่ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐล่าสุด หลายคนต่อต้านฮิลลารี คลินตันเพราะคิดว่าเธอจะแย่กว่าโอบามา ในการชิงชัยเพื่อเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกัน (Presidential primaries) ปรากฏว่านักการเมืองหน้าเก่า ผู้คร่ำหวอดการเมืองพ่ายแพ้โดนัลด์ ทรัมป์ผู้มีภาพลักษณ์เป็นนักธุรกิจ ปลอดจากการเป็นชนชั้นปกครองอเมริกา การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส มารีน เลอเปน (Marine Le Pen) แม้ไม่ชนะเลือกตั้ง แต่กวาดคะแนนได้มาก ทั้งๆ ที่ชูนโยบายสุดโต่ง ไม่ใช่ปกติวิสัยของประเทศนี้ เอมมานูแอล มาครง (Emmanuel Macron) ผู้ชนะเป็นนักการเมืองหน้าใหม่ เพิ่งมีบทบาททางการเมืองเพียงไม่กี่ปี อเล็กซิส ซีปราส (Alexis Tsipras) นายกรัฐมนตรีกรีซปัจจุบันมาจากเดิมที่เป็นพรรคเล็กๆ ไม่มีใครสนใจ ที่ชนะเลือกตั้งเพราะประชาชนเบื่อหน่ายทั้งพรรคฝ่ายซ้ายกับฝ่ายขวาท…

ลักษณะทั่วไปของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หน้า 4

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 ลักษณะทั่วไปของวิชารัฐศาสตร์ ชาญชัย ทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
“ลักษณะแนวคิดหรือทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ”
            ประการแรก ไม่มีแนวคิดหรือทฤษฎีใดที่สามารถใช้ครอบคลุมกับทุกเหตุการณ์
            ประการที่สอง แต่ละแนวคิดหรือทฤษฎีมีความบกพร่องหรือความไม่สมบูรณ์ในตัวเอง
            จนทุกวันนี้ ในแวดวงนักวิชาการที่เชี่ยวชาญด้านทฤษฎียังถกเถียงกันอยู่เสมอถึงความบกพร่องหรือความไม่สมบูรณ์กันอยู่เสมอ
            ประการที่สาม เหตุการณ์บางเรื่องไม่สามารถอธิบายได้ด้วยแนวคิดหรือทฤษฎีใดๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน
            กลายเป็นความท้าทายของนักทฤษฎีที่จะค้นคว้าและสร้างทฤษฎีใหม่ๆเพื่ออธิบาย วิเคราะห์ คาดการณ์เหตุการณ์เหล่านั้นต่อไป

“สัจนิยม”
            · สัจนิยมเป็นสำนักความคิด (school of thought) ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นมุมมองที่สำคัญที่สุดในทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 
            · เป็นแนวคิดที่ได้รับความนิยมที่สุดในปัจจุบัน
            · หรือ “เป็นกระบวนทัศน์นำ” (dominant paradigm)
            · “เป็นแนวที่ใชักันอยู่ในทาง…