ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เลือกตั้งสหรัฐอเมริกา 2012 กับ QE3

12 กันยายน 2012
ชาญชัย
            ยิ่งใกล้วันเลือกประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาในเดือนพฤศจิกายนปีนี้ หนึ่งในประเด็นสำคัญที่คนอเมริกันจะประเมินผลงานของประธานาธิบดีบารัค โอบามาคือเรื่องอัตราว่างงาน เพราะคนว่างงาน 1 คนหมายถึงค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ อนาคตทางเศรษฐกิจของคนผู้นั้น อาจหมายถึงสามี/ภรรยาที่ต้องออกหางานทำหรือทำงานล่วงเวลาเพื่อชดเชยรายได้ของครอบครัวที่ลดลงอันเนื่องจากภรรยา/สามีที่ตกงาน คนอเมริกันวิตกกังวลเรื่องการว่างงานมาก
            ประธานาธิบดีโอบามาตระหนักว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เพราะสถิติการเลือกตั้งประธานาธิบดีชี้ว่าถ้าอัตราว่างงานเกินร้อยละ 7 ผู้ที่เป็นปธน.อยู่แล้วจะมีโอกาสแพ้การเลือกตั้งถึงร้อยละ 75 จากสถิติที่ว่าตั้งแต่ปี 1960 เป็นต้นมา พบว่ามี 4 การเลือกตั้งคือ 1976, 1980, 1984 และ 1992 ที่อัตราการว่างงานอยู่ระดับเกินร้อยละ 7 ในการเลือกตั้ง 4 ครั้งที่ว่านี้ 3 ครั้งที่ผู้เป็นประธานาธิบดีจะพ่ายแพ้การเลือกตั้ง มีเพียงครั้งเดียวคือปี 1984 ที่อดีตปธน.เรแกนสามารถได้รับเลือกอีกสมัยด้วยอัตราคนว่างงานที่ร้อยละ 7.2 ทั้งนี้เป็นเพราะว่าหนึ่งปีก่อนปีการเลือกตั้งอดีตปธน.เรแกนสามารถลดอัตราว่างงานร้อยละ 1.3 (http://www.hamiltonplacestrategies.com/)
            หลายครั้งที่ประธานใหญ่ธนาคารกลางสหรัฐฯ นายเบน เบอร์นันเก้ เมื่อพูดถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็จะผูกโยงกับปัญหาคนว่างงาน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะจำนวนคนว่างงานคือปัญหาที่รูปธรรมมากกว่าการพูดว่าจีดีพีสหรัฐฯ เติบโตแบบชะลอตัว เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง

ที่สำคัญคือ คนอเมริกันสนใจว่ามีคนว่างงานกี่คน เพิ่มขึ้นหรือลดลง มากกว่าดูที่ตัวเลขจีดีพี ตัวเลขนำเข้าส่งออก ฯลฯ
ในขณะที่การหาเสียงระหว่างโอบามากับนายมิตต์ รอมนีย์กำลังเข้มข้นทุกขณะ แม้ว่านายรอมนีย์ประกาศว่าจะลดอัตราคนว่างงานให้เหลือร้อยละ 4 (AP, 4 พ.ค.) แต่สำนักโพลล์ต่างๆ ส่วนใหญ่ยังชี้ว่าโอบามามีคะแนนนำอยู่เล็กน้อยตลอดเวลา

มีหรือไม่มี QE3

            ผมตั้งสมมติฐานเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่าง QE3 กับการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ดังนี้
            ‘ถ้าในวันพฤหัสหรือวันศุกร์นี้ ธนาคารกลางสหรัฐฯ ประกาศใช้มาตรการ QE3 (ตามที่หลายคนเรียกเมื่อเอ่ยถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งหน้า) และอ้างเหตุเพื่อลดอัตราคนว่างงาน ผลที่ตามมาคือคนว่างงานอาจจะลดลง แต่ส่งผลเสียทางการเมืองต่อนายโอบามาเพราะนายรอมนีย์จะนำจุดนี้กล่าวโจมตีว่าโอบามายอมรับว่าตนบริหารเศรษฐกิจผิดพลาด ดำรงตำแหน่งมาเกือบครบเทอมแต่ไร้ความสามารถในการแก้ปัญหาคนว่างงาน
            ในทางกลับกัน ถ้าธนาคารกลางไม่ออก QE3 เท่ากับชี้ว่าปัญหาคนว่างงานยังไม่รุนแรงพอที่จะต้องกระตุ้นเศรษฐกิจ ตีความเชิงการเมืองว่าโอบามาแก้ไขปัญหาคนว่างงานถูกทางแล้ว สถานการณ์คนว่างงานยังไม่เป็นที่น่าพอใจแต่พอรับได้ และเนื่องจากปัญหาดังกล่าวจำต้องแก้เชิงโครงสร้าง ต้องใช้เวลาหลายปีในการแก้ ดังนั้นโอบามาจึงควรดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีต่ออีกสมัย'
            ถ้าเป็นไปตามสมมติฐานดังกล่าว ปธน.โอบามาคงไม่อยากให้มี QE3 ในสัปดาห์นี้
สุนทรพจน์ตอนหนึ่งของโอบามาในที่ประชุมใหญ่พรรคเดโมแครตเมื่อสัปดาห์ก่อน ...
            “ผมกำลังขอให้คุณเลือกอนาคต ผมกำลังขอให้คุณวิ่งเข้าใส่เป้าหมายหลายข้อเพื่อประเทศของเรา ... แผนงานที่ทำได้จริงเพื่อสร้างตำแหน่งงานใหม่ๆ โอกาสใหม่ รื้อฟื้นเศรษฐกิจนี้อีกครั้งบนรากฐานที่แข็งแกร่งกว่าเดิม นี่คือสิ่งที่พวกเราสามารถทำร่วมกันในอีก 4 ปีข้างหน้า และเป็นเหตุผลที่ผมขอลงเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สอง” (National Post)
-------------------



ความคิดเห็น

  1. สามก๊กวิทยา มาโหวตให้ครับ(2)
    ช่วงเลือกตั้งสำหรับบล๊อกพอดีเลยครับ
    ว่าง ๆ เชิญไปโหวตให้กันด้วยนะครับ
    http://www.thailandblogawards.com/blogs/show/1449

    ตอบลบ

แสดงความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553
ชาญชัย คุ้มปัญญา
“อุดมการณ์เสรีนิยม”
·เกริ่นนำ oเสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเ…

มายาคติ เลือกตั้งกับไม่เลือกตั้ง

เลือกตั้งหรือไม่เลือกตั้งเป็นเพียงวิธีการ เป้าหมายคือสังคมอยู่เย็นเป็นสุข เริ่มต้นด้วยการได้ผู้ปกครองที่รับใช้ประชาชน


เลือกตั้งดีกว่า : มีเลือกตั้งคือเป็นประชาธิปไตย ทุกครั้งที่จะเลือกตั้งน่าจะเริ่มด้วยการทบทวนว่าทำไมจึงควรมีการเลือกตั้ง เพราะรัฐบาลที่แล้วทำหน้าที่ได้ดีหรือเพราะล้มเหลวต่อหน้าที่ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐล่าสุด หลายคนต่อต้านฮิลลารี คลินตันเพราะคิดว่าเธอจะแย่กว่าโอบามา ในการชิงชัยเพื่อเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกัน (Presidential primaries) ปรากฏว่านักการเมืองหน้าเก่า ผู้คร่ำหวอดการเมืองพ่ายแพ้โดนัลด์ ทรัมป์ผู้มีภาพลักษณ์เป็นนักธุรกิจ ปลอดจากการเป็นชนชั้นปกครองอเมริกา การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส มารีน เลอเปน (Marine Le Pen) แม้ไม่ชนะเลือกตั้ง แต่กวาดคะแนนได้มาก ทั้งๆ ที่ชูนโยบายสุดโต่ง ไม่ใช่ปกติวิสัยของประเทศนี้ เอมมานูแอล มาครง (Emmanuel Macron) ผู้ชนะเป็นนักการเมืองหน้าใหม่ เพิ่งมีบทบาททางการเมืองเพียงไม่กี่ปี อเล็กซิส ซีปราส (Alexis Tsipras) นายกรัฐมนตรีกรีซปัจจุบันมาจากเดิมที่เป็นพรรคเล็กๆ ไม่มีใครสนใจ ที่ชนะเลือกตั้งเพราะประชาชนเบื่อหน่ายทั้งพรรคฝ่ายซ้ายกับฝ่ายขวาท…

อุดมการณ์ทางการเมือง (1) นิยาม อุดมการณ์ทางการเมือง

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553 ชาญชัย
อุดมการณ์ทางการเมือง
“นิยาม อุดมการณ์ทางการเมือง”
1.ความหมายของอุดมการณ์ทางการเมือง (Political Ideology) มีผู้นิยามหลากหลาย 1.1.หมายถึง ความคิด ความเชื่อ ที่มีแบบแผนเกี่ยวกับหลักการและคุณค่าทางการเมือง เป็นความคิดความเชื่อที่มีแนวทางแน่นอน มีเหตุผล มีจุดหมายปลายทาง และวัตถุประสงค์ที่มนุษย์พยายามจะดำเนินการให้สัมฤทธิผล 1.2.หมายถึง ความคิดความเชื่อที่ทำให้เกิดกลไกควบคุม เพื่อบรรลุเป้าหมายแห่งความคิดความเชื่อนั้น 1.2.1.เช่นอุดมการณ์มาร์กซิสม์ ก่อให้เกิดพรรคคอมมิวนิสต์เพื่อสร้างและควบคุมให้การปกครองบรรลุเป้าหมายของอุดมการณ์ 1.2.2.อุดมการณ์ประชาธิปไตย คือ การเพิ่มพูน ปกป้องเสรีภาพส่วนบุคคล ทำให้เกิดไกกลต่างๆ เช่น พรรคการเมือง กลุ่มผลประโยชน์ การลงมติ เพื่อรักษาความเป็นประชาธิปไตย 1.3.อุดมการณ์มิใช่เป็นเพียงปรัชญาการเมือง อุดมการณ์ทางการเมืองจะเรียกร้องให้มีการกระทำจากผู้ศรัทธาในอุดมการณ์ เกิดความรู้สึกว่าถูกต้องที่จะกระทำตามนั้น อุดมการณ์ทางการเมืองมักจะเชื่อมโยงกลุ่มคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็นพิเศษ 1.4.สมเกียรติ วันท…