ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ชาวอเมริกันจะได้ประโยชน์หรือไม่เมื่อประเทศลดการพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลาง

บทความ 28 มิ.ย. 2012
ชาญชัย


            นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าภายในทศวรรษนี้สหรัฐฯจะลดการพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลางลงครึ่งหนึ่ง และอาจไม่นำเข้าเลยก่อนสิ้นปี 2035 สืบเนื่องจากสามารถหาน้ำมันจากแหล่งภายในประเทศเพิ่มมากขึ้นและคนอเมริกันบริโภคน้ำมันลดลง แต่เรื่องดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าชาวอเมริกันจะได้ซื้อน้ำมันในราคาถูกเสมอไป

            ณ วันนี้ ด้วยผลจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้อุตสาหกรรมน้ำมันสามารถดึงน้ำมันดิบจากแหล่งน้ำมันบางประเภทที่อดีตทำไม่ได้ เช่น จาก shale-rock จากทรายน้ำมัน แหล่งน้ำมันประเภทนี้มีอยู่ในสหรัฐฯและหลายแห่งทั่วโลก สามารถแก้ไขปัญหาต้นทุนสูง แก้ปัญหาบางอย่างในกระบวนการผลิต เช่นเกิดกำมะถันในปริมาณสูงเป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อม

            ส่วนเหตุที่สหรัฐฯจะบริโภคน้ำมันน้อยลง เพราะสามารถผลิตรถยนต์ที่กินน้ำมันน้อย

จากสองปัจจัยดังกล่าวจึงคาดว่าก่อนปี 2035 สหรัฐฯแทบจะไม่ต้องพึ่งการนำเข้าน้ำมันจากแหล่งตะวันออกกลางอีกต่อไป เป็นไปตามเป้าหมายที่สหรัฐฯหวังไว้นานแล้ว คือต้องการได้แหล่งน้ำมันที่มีความแน่นอน แหล่งที่มีความผันผวนน้อยกว่าตะวันออกกลาง

            อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯยังจะให้ความสนใจกับภูมิภาคตะวันออกกลางต่อไป เพราะตระหนักว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางมีผลต่อราคาน้ำมันในสหรัฐฯ

            ข้อเท็จจริงคือ ราคาน้ำมันโลกขึ้นกับอุปสงค์อุปทานและการเก็งกำไรของนักลงทุน ราคาน้ำมันปีนี้ในช่วงที่ปรับขึ้นสูงไม่ใช่เพราะน้ำมันขาดแคลนหรือหาซื้อไม่ได้ แต่เพราะคาดว่าจะเกิดเรื่องที่ทำให้ไม่สามารถขนส่งน้ำมันออกจากตะวันออกกลาง ทำให้มีผู้ซื้อล่วงหน้าจำนวนมากเพื่อเก็งกำไร

            ดังนั้น น้ำมันไม่ได้ขาดแคลน แต่ที่แพงเพราะนักลงทุนแห่กันแย่งซื้อ เกิดแรงซื้อมากกว่าปกติ ทำให้ผู้ขายสามารถตั้งราคาขายเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
                ในอีกมุมหนึ่งคือ เมื่อสหรัฐฯสามารถผลิตน้ำมันได้มากขึ้นเท่ากับว่าอุปทานน้ำมันโลกโดยรวมเพิ่มมากขึ้นด้วย  เป็นปัจจัยสนับสนุนทำให้ราคาน้ำมันโลกอ่อนตัวได้
            ดังนั้น การที่สหรัฐฯสามารถผลิตน้ำมันดิบใช้เองมากขึ้นในอนาคต ไม่ได้หมายความว่าคนอเมริกันจะได้ใช้น้ำมันราคาถูกเสมอไป เหตุเพราะภายใต้กลไกการค้าเสรี ราคาน้ำมันดิบเป็นราคาที่เชื่อมโยงกันทั้งโลก แม้ว่าภายในประเทศสหรัฐฯจะสงบสุข แต่ถ้าเกิดความวุ่นวายตรงที่ใดที่หนึ่งซึ่งส่งผลต่ออุปทานน้ำมัน ราคาน้ำมันโลกจะขึ้นสูงตามกลไกตลาดทันที เมื่อถึงตอนนั้นต้องดูว่าระหว่างแรงซื้อเก็งกำไรกับอุปทานน้ำมันโลกฝ่ายไหนจะแรงกว่ากัน
            ในแง่ของผู้บริโภคชาวอเมริกัน ไม่ว่าสหรัฐฯจะผลิตน้ำมันได้มากน้อยเพียงใด ก็จะต้องซื้อน้ำมันในราคาตลาดที่ราคาผันผวนตามปัจจัยต่างๆอยู่ดี ฝ่ายที่ได้รับประโยชน์ในกรณีน้ำมันแพงคือบรรษัทอุตสาหกรรมน้ำมันโดยเฉพาะกลุ่มสหรัฐฯที่อนาคตจะผลิตน้ำมันออกขายจากแหล่งภายในประเทศได้มากขึ้น
------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 อุดมการณ์ทางการเมือง ฉบับเดือนมีนาคม 2553
ชาญชัย คุ้มปัญญา
“อุดมการณ์เสรีนิยม”
·เกริ่นนำ oเสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเ…

มายาคติ เลือกตั้งกับไม่เลือกตั้ง

เลือกตั้งหรือไม่เลือกตั้งเป็นเพียงวิธีการ เป้าหมายคือสังคมอยู่เย็นเป็นสุข เริ่มต้นด้วยการได้ผู้ปกครองที่รับใช้ประชาชน


เลือกตั้งดีกว่า : มีเลือกตั้งคือเป็นประชาธิปไตย ทุกครั้งที่จะเลือกตั้งน่าจะเริ่มด้วยการทบทวนว่าทำไมจึงควรมีการเลือกตั้ง เพราะรัฐบาลที่แล้วทำหน้าที่ได้ดีหรือเพราะล้มเหลวต่อหน้าที่ ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐล่าสุด หลายคนต่อต้านฮิลลารี คลินตันเพราะคิดว่าเธอจะแย่กว่าโอบามา ในการชิงชัยเพื่อเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกัน (Presidential primaries) ปรากฏว่านักการเมืองหน้าเก่า ผู้คร่ำหวอดการเมืองพ่ายแพ้โดนัลด์ ทรัมป์ผู้มีภาพลักษณ์เป็นนักธุรกิจ ปลอดจากการเป็นชนชั้นปกครองอเมริกา การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส มารีน เลอเปน (Marine Le Pen) แม้ไม่ชนะเลือกตั้ง แต่กวาดคะแนนได้มาก ทั้งๆ ที่ชูนโยบายสุดโต่ง ไม่ใช่ปกติวิสัยของประเทศนี้ เอมมานูแอล มาครง (Emmanuel Macron) ผู้ชนะเป็นนักการเมืองหน้าใหม่ เพิ่งมีบทบาททางการเมืองเพียงไม่กี่ปี อเล็กซิส ซีปราส (Alexis Tsipras) นายกรัฐมนตรีกรีซปัจจุบันมาจากเดิมที่เป็นพรรคเล็กๆ ไม่มีใครสนใจ ที่ชนะเลือกตั้งเพราะประชาชนเบื่อหน่ายทั้งพรรคฝ่ายซ้ายกับฝ่ายขวาท…

ลักษณะทั่วไปของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หน้า 4

เอกสารประกอบคำบรรยาย รหัสวิชา2551120 ลักษณะทั่วไปของวิชารัฐศาสตร์ ชาญชัย ทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
“ลักษณะแนวคิดหรือทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ”
            ประการแรก ไม่มีแนวคิดหรือทฤษฎีใดที่สามารถใช้ครอบคลุมกับทุกเหตุการณ์
            ประการที่สอง แต่ละแนวคิดหรือทฤษฎีมีความบกพร่องหรือความไม่สมบูรณ์ในตัวเอง
            จนทุกวันนี้ ในแวดวงนักวิชาการที่เชี่ยวชาญด้านทฤษฎียังถกเถียงกันอยู่เสมอถึงความบกพร่องหรือความไม่สมบูรณ์กันอยู่เสมอ
            ประการที่สาม เหตุการณ์บางเรื่องไม่สามารถอธิบายได้ด้วยแนวคิดหรือทฤษฎีใดๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน
            กลายเป็นความท้าทายของนักทฤษฎีที่จะค้นคว้าและสร้างทฤษฎีใหม่ๆเพื่ออธิบาย วิเคราะห์ คาดการณ์เหตุการณ์เหล่านั้นต่อไป

“สัจนิยม”
            · สัจนิยมเป็นสำนักความคิด (school of thought) ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นมุมมองที่สำคัญที่สุดในทฤษฎีความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ 
            · เป็นแนวคิดที่ได้รับความนิยมที่สุดในปัจจุบัน
            · หรือ “เป็นกระบวนทัศน์นำ” (dominant paradigm)
            · “เป็นแนวที่ใชักันอยู่ในทาง…