ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ชาวอเมริกันจะได้ประโยชน์หรือไม่เมื่อประเทศลดการพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลาง

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าภายในทศวรรษนี้สหรัฐฯจะลดการพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลางลงครึ่งหนึ่ง และอาจไม่นำเข้าเลยก่อนสิ้นปี 2035 สืบเนื่องจากสามารถหาน้ำมันจากแหล่งภายในประเทศเพิ่มมากขึ้นและคนอเมริกันบริโภคน้ำมันลดลง แต่เรื่องดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าชาวอเมริกันจะได้ซื้อน้ำมันในราคาถูกเสมอไป
            ณ วันนี้ ด้วยผลจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้อุตสาหกรรมน้ำมันสามารถดึงน้ำมันดิบจากแหล่งน้ำมันบางประเภทที่อดีตทำไม่ได้ เช่น จาก shale-rock จากทรายน้ำมัน แหล่งน้ำมันประเภทนี้มีอยู่ในสหรัฐฯและหลายแห่งทั่วโลก สามารถแก้ไขปัญหาต้นทุนสูง แก้ปัญหาบางอย่างในกระบวนการผลิต เช่นเกิดกำมะถันในปริมาณสูงเป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อม

ส่วนเหตุที่สหรัฐฯจะบริโภคน้ำมันน้อยลง เพราะสามารถผลิตรถยนต์ที่กินน้ำมันน้อย

จากสองปัจจัยดังกล่าวจึงคาดว่าก่อนปี 2035 สหรัฐฯแทบจะไม่ต้องพึ่งการนำเข้าน้ำมันจากแหล่งตะวันออกกลางอีกต่อไป เป็นไปตามเป้าหมายที่สหรัฐฯหวังไว้นานแล้ว คือต้องการได้แหล่งน้ำมันที่มีความแน่นอน แหล่งที่มีความผันผวนน้อยกว่าตะวันออกกลาง

 อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯยังจะให้ความสนใจกับภูมิภาคตะวันออกกลางต่อไป เพราะตระหนักว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางมีผลต่อราคาน้ำมันในสหรัฐฯ

            ข้อเท็จจริงคือ ราคาน้ำมันโลกขึ้นกับอุปสงค์อุปทานและการเก็งกำไรของนักลงทุน ราคาน้ำมันปีนี้ในช่วงที่ปรับขึ้นสูงไม่ใช่เพราะน้ำมันขาดแคลนหรือหาซื้อไม่ได้ แต่เพราะคาดว่าจะเกิดเรื่องที่ทำให้ไม่สามารถขนส่งน้ำมันออกจากตะวันออกกลาง ทำให้มีผู้ซื้อล่วงหน้าจำนวนมากเพื่อเก็งกำไร

            ดังนั้น น้ำมันไม่ได้ขาดแคลน แต่ที่แพงเพราะนักลงทุนแห่กันแย่งซื้อ เกิดแรงซื้อมากกว่าปกติ ทำให้ผู้ขายสามารถตั้งราคาขายเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

            ในอีกมุมหนึ่งคือ เมื่อสหรัฐฯสามารถผลิตน้ำมันได้มากขึ้นเท่ากับว่าอุปทานน้ำมันโลกโดยรวมเพิ่มมากขึ้นด้วย  เป็นปัจจัยสนับสนุนทำให้ราคาน้ำมันโลกอ่อนตัวได้

            ดังนั้น การที่สหรัฐฯสามารถผลิตน้ำมันดิบใช้เองมากขึ้นในอนาคต ไม่ได้หมายความว่าคนอเมริกันจะได้ใช้น้ำมันราคาถูกเสมอไป เหตุเพราะภายใต้กลไกการค้าเสรี ราคาน้ำมันดิบเป็นราคาที่เชื่อมโยงกันทั้งโลก แม้ว่าภายในประเทศสหรัฐฯจะสงบสุข แต่ถ้าเกิดความวุ่นวายตรงที่ใดที่หนึ่งซึ่งส่งผลต่ออุปทานน้ำมัน ราคาน้ำมันโลกจะขึ้นสูงตามกลไกตลาดทันที เมื่อถึงตอนนั้นต้องดูว่าระหว่างแรงซื้อเก็งกำไรกับอุปทานน้ำมันโลกฝ่ายไหนจะแรงกว่ากัน
            ในแง่ของผู้บริโภคชาวอเมริกัน ไม่ว่าสหรัฐฯจะผลิตน้ำมันได้มากน้อยเพียงใด ก็จะต้องซื้อน้ำมันในราคาตลาดที่ราคาผันผวนตามปัจจัยต่างๆอยู่ดี ฝ่ายที่ได้รับประโยชน์ในกรณีน้ำมันแพงคือบรรษัทอุตสาหกรรมน้ำมันโดยเฉพาะกลุ่มสหรัฐฯที่อนาคตจะผลิตน้ำมันออกขายจากแหล่งภายในประเทศได้มากขึ้น
28 มิถุนายน 2012
ชาญชัย คุ้มปัญญา
------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

ศึกเลือกตั้งกลางเทอม 2018: ถอดบทเรียนที่ได้ ชัยชนะของทรัมป์

กระแสต่อต้านทรัมป์มีจริงแต่ไม่แรงอย่างที่หลายฝ่ายนำเสนอ รัฐบาลสามารถบริหารประเทศตามแนวทางของตนต่อไป ถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

ไม่กี่วันก่อนเลือกตั้ง ผลโพลรายงานว่าพรรคเดโมแครทจะได้ ส.ส. เพิ่ม 23 ที่นั่ง ครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนฯ ในขณะที่รีพับลิกันยังครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา ในช่วงสุดท้ายของการหาเสียงประธานาธิบดีทรัมป์กับพรรครีพับลิกันของท่านเน้นหาเสียงให้กับวุฒิสมาชิก ไม่ว่าจะเป็นแผนหรือเป็นการคาดการณ์ตามผลโพล ช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนเลือกตั้งทรัมป์เอ่ยเรื่องที่ต้องการได้ ส.ว.เพิ่มขึ้น ส.ส.ลดลง “คลื่นน้ำเงิน” (Blue Wave): ถ้าใช้ข้อมูลที่พูดแง่ลบต่อทรัมป์ 3 สัปดาห์ก่อนเลือกตั้งทรัมป์ประกาศว่าหากรีพับลิกันแพ้ไม่ใช่ความผิดของตน ผลโพลหลายสำนักชี้ว่าคนจำนวนมากออกไปใช้สิทธิ์เพราะต้องการแสดงตนต่อต้านประธานาธิบดี ยกตัวอย่างผลโพลของ CNN ชี้ว่าร้อยละ 42 ของผู้ที่จะไปใช้สิทธิจะลงคะแนนเพื่อส่งสารแสดงตนบอกว่าผลงานรัฐบาลไม่เข้าตา ร้อยละ 28 ตั้งใจไปเลือกตั้งเพื่อสนับสนุนประธานาธิบดี และอีกร้อยละ 28 เช่นกันพูดว่าไม่ได้เลือกเพราะทรัมป์ นักวิชาการบางคนเห็นว่าเป็นไปตามทิศทางเล…

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations
รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…

อุดมการณ์ทางการเมือง (2) อุดมการณ์เสรีนิยม

เสรีนิยม (Liberalism) เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมในปัจจุบัน oก่อตัวขึ้นในศตวรรษที่ 17 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบฟิวดัลในยุโรปกำลังล่มสลาย และสังคมสมัยใหม่ที่ทุนเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิตเริ่มก่อตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม อุดมการณ์เสรีนิยมในยุคแรกเริ่มแตกต่างจากยุคสมัยใหม่ จากจุดเริ่มต้นที่มุ่งต่อต้านอำนาจที่สมบูรณ์เด็ดขาดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และอภิสิทธิ์ของเหล่าขุนนางในระบบฟิวดัล สนับสนุนอำนาจของประชาชนผ่านการมีรัฐบาลที่มาจากตัวแทนของประชาชน มาสู่ยุคสมัยใหม่ที่มุ่งเน้นจำกัดการใช้อำนาจของรัฐเหนือสังคมในทุกรูปแบบ สนับสนุนส่งเสริมเศรษฐกิจเสรีในระบบทุนนิยม ·นิยาม คำว่าเสรีนิยม (Liberalism) ถูกใช้ในหลายความหมาย เช่น หมายถึงการศึกษาของสุภาพบุรุษหรือเสรีชน ซึ่งในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงการศึกษาแบบลิเบอรัล (liberal education) หมายถึง การศึกษาในแนวมนุษยศาสตร์ (humanities) หรือ การศึกษาแบบศิลปศาสตร์ (liberal arts) ในอีกความหมายซึ่งเป็นแง่ลบคือ หมายถึง ความหย่อนยานในทางศีลธรรมจรรยา การไม่คำนึงถึงระเบียบวินัยทางเพศและศาสนา (เช่นพวกฮิปปี้ในอเมริกา) หลักสำค…