ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

มหากายพ์กรีซในยูโรโซน: ตอน ‘รัฐบาลใหม่ โจทย์เดิม’

ผู้คนจำนวนไม่น้อยทั่วโลกต่างโล่งใจกับข่าวเลือกตั้งกรีซ เพราะพรรค New Democracy ที่ยึดมั่นแนวทางของกลุ่มยูโรโซนได้คะแนนนำเป็นอันดับหนึ่งและเชื่อว่าจะสามารถจัดตั้ง รัฐบาลใหม่
นาย Antonis Samaras หัวหน้าพรรค New Democracy ประกาศทันทีหลังเสร็จสิ้นเลือกตั้งว่า “เราจะเคารพ [ข้อตกลงกับนานาชาติ] ที่ได้ลงนามไปแล้วรวมถึงพันธะภาระผูกพันทั้งหลายของกรีซ”
ด้วยคะแนนเสียงราวร้อยละ 30 ซึ่งสูงกว่านักวิเคราะห์บางคนคาดการณ์ พรรคจะจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่ประกอบด้วยหลายพรรค
            มองในกรอบของประเทศกรีซ ต้องบอกว่าการเลือกตั้งไม่ได้แก้ปัญหาทั้งหมด เป็นเพียงการเลือก หลักคิดทิศทางการแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจของกรีซ ตัวปัญหาจริงกำลังรอให้รัฐบาลใหม่เข้าไปแก้
ปัญหายังเป็น โจทย์เดิมเมื่อกรีซเข้าระบบสกุลเงินยูโร ใช้จ่ายมากเก็บภาษีได้น้อย ค่าใช้จ่ายสาธารณะเพิ่มขึ้นมาก ค่าจ้างแรงงานภาครัฐเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในระยะสิบปีที่ผ่านมา ผลคือ ภาครัฐอยู่ในภาวะใช้จ่ายเกินตัว ก่อหนี้สินจำนวนมากจนไม่มีใครอยากให้กู้อีก กลายเป็นภาวะกดดันเศรษฐกิจประเทศ ฯลฯ
เป็นสภาพของ รัฐบาลใหม่ โจทย์เดิมภายใต้พรรคเก่า
            ในมิติทางการเมือง การดำเนินนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ไม่ง่ายแน่นอน เพราะขณะนี้ประชาชนฝ่ายต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัดมีจำนวนเพิ่มขึ้นและเกาะกลุ่มมากขึ้น ในทางการเมืองมีพรรค Syriza รองรับอยู่ การต่อสู้ทางการเมืองทั้งในและนอกสภาจะเข้มข้น
หากพรรค Syriza สามารถทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ ในแง่มุมหนึ่งจะเป็นการตรวจสอบรัฐบาลทำให้รัฐบาลต้องทำงานด้วยความระมัดระวังรอบคอบ ในอีกแง่มุมหนึ่งจะเป็นเลื่อยไฟฟ้าพร้อมเลื่อยขาเก้าอี้รัฐบาลให้หักได้ในพริบตา
ชัยชนะของพรรค New Democracy ในวันนี้อาจกลายเป็นความพ่ายแพ้ในวันพรุ่งนี้ถ้าไม่สามารถแก้ไข โจทย์เดิมเหล่านั้น ส่งผลให้พรรค Syriza หรือพรรคที่อยู่ขั้วตรงข้ามกลายเป็นฝ่ายได้เปรียบทางการเมืองและอาจชนะการเลือกตั้งครั้งหน้า เมื่อนั้นพรรค Syriza กับขั้วตรงข้ามมีความชอบธรรมยิ่งที่จะดำเนินนโยบายตามที่ให้สัญญาณกับประชาชนกรีซที่สนับสนุนแนวทางของตน
เมื่อถึงวันนั้น ทั่วโลกจะหันกลับมาจับตามองการเมืองกรีซอีกรอบ
ณ เวลานี้เป็นโอกาสดีที่กลุ่มชาติในยูโรโซนจะออกแรงให้การสนับสนุนด้วยกลไกต่างๆ รวมถึงยอมผ่อนคลายมาตรการรัดเข็มขัด ให้เงินกู้เพิ่มจากข้อกำหนดเดิม เพื่อส่งสัญญาณบวกและเสริมความเข้มแข็งแก่รัฐบาลใหม่ที่นำโดยพรรค New Democracy
ผลดีย่อมเกิดขึ้นไม่เฉพาะกรีซแต่กับระบบการเงินทั่วโลก รวมถึงเสถียรภาพของกลุ่มยูโรโซนด้วย อย่างน้อยก็ในช่วงระยะนี้ ส่วนอนาคตค่อยว่ากันอีกที
18 มิถุนายน 2012

ชาญชัย คุ้มปัญญา
--------------------

ความคิดเห็น

บทความได้รับความนิยม

America First, America Lonely

โดนัลด์ ทรัมป์ชูแนวคิด America First พร้อมทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ประเทศ แต่หลายนโยบายที่ยึดแนวทางนี้ส่งผลให้สหรัฐโดดเดี่ยวตัวเอง โลกกำลังก้าวสู่ความเป็นพหุภาคีมากขึ้น

หลักนโยบายแม่บทของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) หรือ “หลักนิยมทรัมป์” (Trump’s Doctrine) ตั้งอยู่บนแนวคิด “America First” (อเมริกาต้องมาก่อน) หมายถึงการบริหารประเทศที่ถือผลประโยชน์ของชาติกับพลเมืองเป็นที่ตั้ง แม้จะขัดแย้งประเทศอื่นๆ ละเมิดศีลธรรมคุณธรรม ตั้งอยู่บนหลักความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแบบสัจนิยม (Realism) แบบสุดขั้ว ระบบโลกเหมือนป่าดงดิบที่สัตว์ป่าทั้งหลายต่างดิ้นรนหาทางอยู่รอดโดยไม่คำนึงกฎใดๆ ยึดอธิปไตยชาติเป็นสำคัญ รัฐบาลทุกประเทศมีสิทธิ์และมีความรับผิดชอบต่อพลเมืองของตน เป็นลัทธิอเมริกานิยม (Americanism) ไม่ใช่โลกนิยม (globalism) บทความนี้เขียนขึ้นหลังประธานาธิบดีทรัมป์บริหารประเทศกว่าปีครึ่งแล้ว ความเป็น “อเมริกาต้องมาก่อน” ปรากฏชัดเจนมากขึ้น ในที่นี้จะนำเสนอบางตัวอย่างเพื่อให้เข้าใจหลักการดังกล่าวและปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น ไม่สนกติกาองค์การค้าโลกอีกต่อไป : ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวโจมตีองค์การค้าโลกเมื่อ…

ความสัมพันธ์เวียดนาม-สหรัฐ ในบริบทโลกยุคโลกาภิวัตน์

ตลอดกว่า 20 ปีนับจากปรับความสัมพันธ์เมื่อกรกฎาคม 1995 ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นตามลำดับ ประธานาธิบดีสหรัฐเดินทางมาเยือนเวียดนามแล้ว 3 คน ท่านแรกคือบิล คลินตันเมื่อปี 2000 ท่านที่ 2 คือ จอร์จ ดับเบิ้ลยู. บุชเมื่อปี 2006 และประธานาธิบดีบารัก โอบามาเป็นคนที่ 3

วิสัยทัศน์ร่วมสหรัฐ-เวียดนาม 2015 : ย้อนหลังเมื่อกรกฎาคมปีที่แล้ว (2015) รัฐบาลสหรัฐกับเวียดนามประกาศวิสัยทัศน์ร่วม (United States–Vietnam Joint Vision Statement) สรุปสาระสำคัญว่านับจากสหรัฐกับเวียดนามยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนรอบด้าน (United States–Vietnam Comprehensive Partnership) ความสัมพันธ์ทวิภาคีดีขึ้นทุกด้าน รวมถึงการที่สหรัฐคลายมาตรการคว่ำบาตรซื้อขายอาวุธ และได้ร่วมลงนามใน Joint Vision Statement on Defense Relations
รัฐบาลของทั้ง 2 ประเทศต้องการลงลึกในความสัมพันธ์รอบด้านโดยยึดกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศและระบอบการเมือง เป็นความสัมพันธ์ที่เป็นอิสระต่อกัน เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน เพื่อผลประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อสันติภาพ เสถียรภาพ ความร่วมมือและความมั่งคั่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและโล…

ติมอร์-เลสเต จะเป็นสมาชิกอาเซียนลำดับที่ 11 หรือไม่

นับจากประเทศกัมพูชาเข้าร่วมสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) เมื่อวันที่ 30 เมษายน ค.ศ. 1999 จนถึงบัดนี้ยังไม่มีประเทศใดเข้าร่วมอาเซียนอีก อาเซียนปัจจุบันจึงคงมีสมาชิกทั้งสิ้น 10 ประเทศ ไม่กี่ปีที่ผ่านมารัฐบาลประเทศติมอร์-เลสเตพยายามขอเข้าร่วมสมาคมอาเซียน เกิดคำถามว่าอาเซียนจะมีสมาชิกใหม่หรือไม่ อะไรเป็นเหตุผลการรับหรือไม่รับเข้าเป็นสมาชิก             เมื่อเอ่ยชื่อประเทศติมอร์-เลสเต (Timor-Leste) น้อยคนนักที่จะรู้จักหรือเคยไปเยือนประเทศนี้เนื่องจากเป็นรัฐเกิดใหม่ บางคนอาจรู้จักในนามติมอร์ตะวันออกจากข่าวการต่อสู้เพื่อเอกราชอย่างยาวนานกับอินโดนีเซีย ก่อนได้รับเอกราชอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ค.ศ. 2002             ติมอร์-เลสเต มีชื่ออย่างเป็นทางการว่าสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต ตั้งอยู่บนเกาะติมอร์ เดิมเป็นส่วนหนึ่งของอินโดนีเซีย เมื่อได้รับเอกราชแล้วอาณาเขตรัฐประกอบด้วยชนหลายกลุ่ม ทั้งพวกที่เคยต่อสู้เพื่อเอกราช พวกที่เดิมอาศัยอยู่ที่เขตเมืองหรือหมู่บ้านภายใต้การปกครองของอินโดนีเซีย และพวกที่ลี้ภัยออกนอกอาณาเขตเนื่องจากความไม่สงบที่ผ่านมา สภาพที่ประชาชนมี…