ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก 2017

สัจนิยมกับยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐ 2017

ไม่แปลกที่รัฐบาลทรัมป์ยึดหลักสัจนิยม แต่ต้องศึกษาลงในรายละเอียดว่าอะไรกันแน่ที่รัฐบาลต้องการ สันติสุขหรือความรุนแรง เป็นประโยชน์ต่อชาวอเมริกันหรือน่าจะมีทางเลือกที่ดีกว่า
“ยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติ” (National Security Strategy) ปรากฏครั้งแรกเมื่อ 1950 ท่ามกลางการเผชิญหน้าระหว่างสหรัฐกับสหภาพโซเวียตที่เป็นภัยคุกคามร้ายแรง เป็นแผนแม่บทหรือนโยบายหลัก (master plan) ด้านความมั่นคงของประเทศ กระทรวง ทบวง กรม และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจะนำไปจัดทำเป็นแผนในส่วนของตนให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ฉบับนี้ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประกาศว่ารัฐบาลของตนยึดแนวทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแบบสัจนิยม (Realism) ยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติฉบับล่าสุดยึดแนวทางดังกล่าว
ชมคลิปสั้น 2 นาที :
สัจนิยมเป็นแนวคิดทางการเมืองที่เป็นความคิดนำ (dominated thinking) ของการเมืองระหว่างประเทศมานับพันๆ ปีแล้ว ประเทศที่ยึดแนวคิดนี้จะสร้างสมกำลังทหารเพื่อป้องกันประเทศ เพิ่มขยายอำนาจต่างๆ ที่จะส่งเสริมอำนาจรัฐ เช่น ด้านเศรษฐกิจ สังคม เกียรติภูมิของชาติ ฯลฯ เพื่อความอยู่รอดของตน อันหมายถึงการรุกรานประเทศอื่นด้วย

เยรูซาเล็มตะวันออก ทดสอบมิตรแท้มุสลิม

ผู้นำซาอุฯ ชมเชยว่าประธานาธิบดีทรัมป์เป็นมิตรแท้มุสลิม ความเป็นไปของเยรูซาเล็มตะวันออกจะเป็นเครื่องทดสอบว่าจริงหรือไม่ หรือมีอะไรที่ซับซ้อนกว่านั้น
การประกาศยอมรับเยรูซาเล็มฝั่งตะวันออกเป็นของอิสราเอลกลายเป็นประเด็นวิพากษ์ร้อนแรงในโลกมุสลิม โจมตีรัฐบาลทรัมป์ต่างๆ นานา สวนทางกลับที่ครั้งหนึ่งรัฐบาลซาอุฯ ชมเชยว่าทรัมป์เป็นมิตรแท้มุสลิม
นอกจากประณามมีอะไรอีกไหม : สันนิบาตอาหรับ (Arab League) เตือนว่าหากรัฐบาลทรัมป์ยอมรับกรุงเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงอิสราเอลจะโหมไฟลัทธิสุดโต่ง เป็นการอยุติธรรม ไม่ช่วยสร้างสันติภาพ ความมั่นคง เฉพาะอิสราเอลที่ได้ประโยชน์             ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย Joko Widodo ชี้ว่าการยอมรับดังกล่าวละเมิดข้อมติคณะมนตรีความมั่นคงหลายข้อ ซึ่งเป็นข้อมติที่รัฐบาลสหรัฐเป็นผู้รับรองเอง เกรงว่าจะบั่นทอนความมั่นคงโลก
รับชมคลิป 3 นาที

ในทำนองเดียวกัน สันนิบาตอาหรับเรียกร้องให้รัฐบาลทรัมป์ยกเลิกแถลงการณ์ยอมรับเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงอิสราเอล เพราะละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง ขยายความตึงเครียด ยั่วยุให้โกรธแค้น ชักนำให้ภูมิภาควุ่นวายและเกิดเหตุรุนแรงกว่าเดิม เรเจพ ทายยิพ แอร์…

วิพากษ์รัฐบาลสหรัฐยอมรับเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงอิสราเอล

แม้นานาชาติจะวิพากษ์วิจารณ์ อาจเป็นต้นเหตุความรุนแรง โหมไฟลัทธิสุดโต่ง แต่รัฐบาลทรัมป์ยังคงประกาศยอมรับเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงอิสราเอล ตามแนวทางที่วางไว้นานแล้ว
            6 ธันวาคม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ลงนามยอมรับเยรูซาเล็มเป็นเมืองหลวงประเทศอิสราเอล ซึ่งหมายถึงเยรูซาเล็มทั้งฝั่งตะวันตกที่อยู่ใต้การปกครองของรัฐบาลอิสราเอลกับฝั่งตะวันตกที่อยู่ใต้การดูแลของปาเลสไตน์ ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากนานาชาติ ในแถลงการณ์ประธานาธิบดีทรัมป์เริ่มต้นด้วยการบอกว่าที่ตัดสินใจทำเช่นนี้เพื่อให้การเจรจาสันติภาพระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์เข้าสู่มิติใหม่ รักษาคำมั่นที่ให้ไว้ตอนหาเสียง เป็นประโยชน์ต่อประเทศมากที่สุด และเป็นประโยชน์ต่อการแสวงหาสันติภาพระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ ชมคลิปสั้น 3 นาที

            อิสราเอลมีสิทธิที่จะตัดสินใจว่าเมืองใดเป็นเมืองหลวงของตนเอง และแท้จริงแล้วการยอมรับเช่นนี้จะนำสู่สันติภาพถาวร เมืองนี้เป็นเมืองหลวงเก่าของยิวตั้งแต่อดีตกาล ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของรัฐสภา ศาลฎีกา (Supreme Court) ทำเนียบนายกรัฐมนตรี และหลายกระทรวงของอิสราเอล             ในอนาคตเยรูซาเล็มจะยัง…

4IR: การเผชิญหน้าระหว่างประชาธิปไตยโดยตรงกับอำนาจนิยม

การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 (4IR) ทำให้การเชื่อมต่อมีประสิทธิภาพสูงยิ่ง เมื่อผนวกกับระบบคอมพิวเตอร์อันทรงพลัง ปัญญาประดิษฐ์ ผลคือการรวมพลังของประชาชนที่อาจสนับสนุนหรือต่อต้านรัฐ

ทุกวันนี้โลกกำลังเริ่มต้นยุคการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 (Fourth Industrial Revolution: 4IR) จากการต่อยอดและผสมผสานของเทคโนโลยีหลายด้าน เช่น เทคโนโลยีหุ่นยนต์ นาโนเทคโนโลยี เทคโนโลยีสารสนเทศ การพิมพ์สามมิติ (3D-printing) ไบโอเทคโนโลยี เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) พันธุวิศวกรรม ฯลฯ ผลลัพธ์คือรถยนต์ที่ไม่ใช้คนขับ หุ่นยนต์ทำงานบ้าน บล็อคเชน (Blockchain) ฯลฯ อาเซียนประกาศชัดว่าให้ความสำคัญกับ 4IR บทความเน้นจะเอ่ยถึงผลต่อการเมืองการปกครอง ตามข้อมูลที่มีอยู่ดังนี้
ชมคลิปสั้น 2 นาที



Political entrepreneurs : สิ่งหนึ่งที่มากับ 4IR คือ Political entrepreneurs (ผู้ประกอบการทางการเมือง) Alvin Carpio ให้นิยามว่า Political entrepreneurs คือผู้สร้างแนวคิดและนวัตกรรมใหม่ และเป็นผู้นำการเมือง สร้างองค์ความรู้ใหม่แก่รัฐศาสตร์ แนวคิดใหม่สำหรับแก้ปัญหาทางการเมือง ในรูปแบบปรัชญาทางการเมือง เทคโนโลยีการเมือง …

เรื่องโรฮีนจาเริ่มเข้าเขตอันตราย

“การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” เป็นคำที่กดดันรัฐบาลเมียนมามากขึ้นทุกที หลายประเทศแสดงท่าทีให้รับคืนผู้อพยพทั้งหมด การกดดันรุนแรงมากขึ้นเป็นรูปธรรมมากขึ้น
ความวุ่นวายรอบนี้เริ่มต้นจากข่าวเมื่อปลายสิงหาคม เจ้าหน้าที่เมียนมาราว 20 นายถูกโจมตีจากกองกำลังโรฮีนจา ฝ่ายรัฐบาลตอบโต้กลับอย่างรุนแรง มีผู้เสียชีวิตทันทีหลายร้อยคน ตามมาด้วยการเผาหมู่บ้านนับร้อยแห่ง ผู้คนในรัฐยะไข่เริ่มอพยพหนีออกจากพื้นที่เข้าบังคลาเทศ คลื่นผู้อพยพหลั่งไหลออกมาเรื่อยๆ จากหลายหมื่น เป็นแสน และล่าสุดกว่า 600,000 คนแล้ว             ไม่น่าเชื่อว่าการโจมตีเจ้าหน้าที่เพียงรอบเดียวจะเกิดผลตามมาถึงเพียงนี้ ทางการเมียนมาอธิบายว่าที่โรฮีนจาหลบหนีเพราะกลัวความผิด กลัวติดร่างแหร่วมกับกองกำลังติดอาวุธ ขณะที่หลายประเทศ องค์กรระหว่างประเทศหลายแห่งชี้ว่าเจ้าหน้าที่เมียนมากดขี่ข่มเหง ทำเกินกว่าเหตุ             ผลจากการอพยพรอบใหม่ ผู้อพยพที่ส่วนใหญ่เป็นโรฮีนจากว่า 600,000 คนมากระจุกตัวตามชายแดนติดกับบังคลาเทศ แม้หลายหน่วยงานหลายประเทศให้ความช่วยเหลือ แต่การดูแล 600,000 ชีวิตไม่ใช่เรื่องง่าย เพิ่มภาระต่อการดูแลผู้ลี้ภัยทั่วโลก
ชมคลิปสั้น 2 นาที